ราคาน้ำมันชะลอตัวช่วงสั้นจากการพักรบในตะวันออกกลางและโอเปคเลื่อนประชุม ราคาน้ำมันปรับลดลงราว 1% จาก 2 ปัจจัยหลัก
ได้แก่ 1) อิสราเอล-ฮามาส บรรลุข้อตกลงหยุดยิง 4 วัน และแลกเปลี่ยนตัวประกัน ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งทรงตัว 2) โอเปคเลื่อนการประชุมไปเป็น 30 พ.ย. (จากเดิม 25-26 พ.ย.) โดยมีรายงานข่าวว่ามาจากการที่ซาอุดิอาระเบียไม่พอใจที่ประเทศสมาชิกละเมิดข้อตกลงการผลิต เราคาดราคาน้ำมันดิบระยะสั้นอาจชะลอตัว และจะเริ่มทรงตัวได้หลังการประชุมโอเปคปลายเดือน ทั้งนี้ราคาน้ำมันที่น่าจะมีเสถียรภาพมากขึ้น คาดจะเป็นปัจจัยบวกกับกลุ่มโรงกลั่น และสถานีบริการน้ำมัน
หุ้นขนาดกลาง-เล็กมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ดี ในจังหวะที่หุ้นใหญ่ถูกกดดันจากแรงขายต่างชาติ ส่วนต่างดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ-ไทยที่กว้าง ทำให้ทิศทางเงินทุนยังโน้มเอียงในทางไหลออกเป็นแรงกดดันต่อการขายและลดน้ำหนักสินทรัพย์ลงทุนในไทย ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูง ทำให้น้ำหนักการลงทุนในช่วง 6-9 เดือนข้างหน้า จะโน้มเอียงไปทางการเพิ่มน้ำหนักตราสารหนี้ สถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มโรงไฟฟ้าที่อาจจะยังถูก de-rate ลง อย่างไรก็ตามมีผลน้อยต่อหุ้นที่กระแสเงินสดแข็งแกร่งและปันผลสูง อาทิ PTT, TU, MAJOR, ADVANC, EGCO เป็นต้น ซึ่งหุ้นเหล่านี้ยังมีโอกาสเป็นเป้าหมายของการรองรับเม็ดเงินที่โยกย้ายมาจากกลุ่มอื่นๆ ขณะที่หุ้นกลาง-เล็ก ที่ไม่พึ่งพิงเม็ดเงินต่างชาติ จะมีความน่าสนใจและมีโอกาสฟื้นตัวได้ดี
ภาพรวมกลยุทธ์ แกว่งตัว 1,407-1,430 คาดบรรยากาศเก็งกำไรรายตัวยังเป็นบวก และคงประเมินภาพใหญ่ของตลาดช่วงปลายปีต่อต้นปีฟื้น จากเงินเฟ้อชะลอ กดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ลดลง บวกต่อการฟื้นตัวของหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยง
หุ้นแนะนำ: ADVANC, MENA*, AAI*, NAM*
แนวรับ: 1,407 / แนวต้าน : 1,425-1,435 จุด
สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ
นักลงทุนยังคงคาดเฟดคงดอกเบี้ยเดือนธ.ค. เมินรายงานส่งสัญญาณดอกเบี้ยขาขึ้น – นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่าเฟด จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. ก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนพ.ค.2567 แม้มีการเปิดเผยรายงานการประชุมของ ส่งสัญญาณว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหากเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น และไม่มีการบ่งชี้ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้า (อินโฟเควสท์)
ราคาน้ำมัน WTI ไหลไม่หยุด หลังโอเปคพลัสประกาศเลื่อนการประชุมออกไปเป็น 30 พ.ย. จากเดิม 25-26 พ.ย. - สัญญาน้ำมันดิบ WTI ดิ่งลงอย่างหนัก ล่าสุดทรุดเกือบ 5% หลุดระดับ 74 ดอลลาร์ในวันนี้ หลังจากที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) และชาติพันธมิตร หรือโอเปคพลัส เลื่อนการประชุมกำหนดนโยบายการผลิตน้ำมัน โดยไม่ระบุเหตุผล (อินโฟเควสท์)
ก.พลังงาน ย้ำขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ คุม ค่าการตลาดน้ำมันเบนซิน หลังพบสูงถึง 4.8 บาท/ลิตร - ก.พลังงาน ขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ คุม ค่าการตลาดน้ำมันเบนซิน หลังพบสูงถึง 4.8 บาท/ลิตร เผยหากยังไม่ได้รับความร่วมมือ อาจประสานกับกระทรวงพาณิชย์ใช้มาตรการด้านกฎหมายเข้ากำกับดูแล (การเงินการธนาคาร)
นักเศรษฐศาสตร์คาด BOJ ยุตินโยบายดอกเบี้ยติดลบในปี 2567– นักเศรษฐศาสตร์มากกว่า 80% ในการสำรวจของรอยเตอร์ คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะยุตินโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบในปี 2567 พร้อมเชื่อมั่นมากขึ้นว่าธนาคารกลางใกล้ยุตินโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษ (Ultra-loose Policy) (การเงินการธนาคาร)
TESG - เรามองหุ้นยั่งยืนที่ได้รับการจัดอันดับ AAA และ AA ที่น่าสนใจ จะเป็นเป้าหมายการเข้าซื้อของกองทุนที่จะถูกจัดตั้ง โดยหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ AAA – ADVANC, AMATA, BCP, BGRIM, CPALL, CPAXT, CPF, CRC, KBANK, OR, PTT, SCGP, WHA / AA – BAM, BBL, BCH, BDMS, BJC, CPN, EA, GULF, MAJOR, MINT, OSP, SCB เป็นต้น
ตลาดสหรัฐฯ และตลาดญี่ปุ่นหยุดทำการ - เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้าและวันขอบคุณแรงงาน
ประเด็นติดตาม: 24 พ.ย. - US Services PMI / 27 พ.ย. - US New Home Sales/ 29 พ.ย. - US GDP (QoQ) / 30 พ.ย. - US Core PCE, US Pending Home Sales, EU CPI
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









