ทางเทคนิค คาด SET Index เคลื่อนไหว Sideways แนวต้าน 1,424 จุด (EMA 25 วัน) และ 1,431 จุด แนวรับ 1,407 จุด (EMA 10 วัน)/1,400 จุด โดยดัชนีฯ อยู่ในช่วงของการปรับฐาน เพื่อสร้างฐานใหม่
ทางเทคนิค คาด SET Index เคลื่อนไหว Sideways แนวต้าน 1,424 จุด (EMA 25 วัน) และ 1,431 จุด แนวรับ 1,407 จุด (EMA 10 วัน)/1,400 จุด โดยดัชนีฯ อยู่ในช่วงของการปรับฐาน เพื่อสร้างฐานใหม่
ประเด็นสำคัญวันนี้ ได้แก่
+/-3Q23 Earnings Results: คาดส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นรายหลักทรัพย์หรือรายอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง หากออกมาดีหรือแย่กว่าคาดการณ์ โดยไฮไลท์วันนี้ ในต่างประเทศ ได้แก่ AstraZeneca, Deutsche Telekom, Softbank, Honda, Weibo ฯลฯ ส่วนบจ.ไทย จำนวนมากทยอยประกาศงบวันนี้ ได้แก่ ASK CKP GFPT GGC GULF MINT NETBAY OR SAT TRUE
ตัวเลขเศรษฐกิจสาคัญวันนี้ ได้แก่
+/-US: Events สำคัญ คือ สัญญาณดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งต่อไป ผ่านสุนทรพจน์ของประธานเฟดสาขาต่าง ๆ อาทิ Fed Atlanta Bostic, Fed Richmond Baring (Non-Voters) แต่ที่สำคัญสุด คือ สุนทรพจน์ของประธานเฟด Powell ในงานเสวนาที่จัดโดยกองทุน IMF (ตรงกับเวลา ตี 2 ของไทยคืนนี้) ในหัวข้อ ความท้าทายของนโยบายการเงินในเศรษฐกิจโลก ( Monetary Policy challenges in a global economy) โดยจะเป็นลบต่อตลาด หากเฟดคงสัญญาณดอกเบี้ยสูงยาวนานกว่าที่ตลาดคาดการณ์
+/-US: จับตาผลประมูลพันธบัตรรัฐบาล อายุ 30 ปี โดยจะเป็นลบต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ (กลุ่มสินเชื่อ Mortgage Loan) และตลาดหุ้นโลก หากผลประมูลพบว่ามีผู้สนใจประมูลน้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับอุปทาน (Demand ต่ำ) เพราะจะเป็นปัจจัยผลักดันให้แนวโน้มยิลด์พันธบัตรสหรัฐฯ 30 ปี ที่จะออกประมูลในครั้งต่อ ๆ ไป ยิ่งปรับสูงขึ้น (ครั้งก่อนหน้าอยู่ที่ 4.84%)
+/-US: รายงานตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ โดยจะเป็นลบต่อตลาด หากออกมามีจำนวนลดลงและต่ำกว่าคาดการณ์ (Consensus คาด 218k Vs สัปดาห์ก่อน 217k)
-China: รายงานเงินเฟ้อเดือน ต.ค. โดยคาดว่ามีสัญญาณฟื้นตัว อิง Consensus คาด +0% MoM, -0.1% YoY (ลดลงเมื่อเทียบกับเดือน ก.ย. ที่ +0.2% MoM, +0% YoY) เช่นเดียวกันกับ PPI เดือน ต.ค. คาดเติบโตลดลงเป็น -2.7% YoY (Vs เดือน ก.ย. -2.5% YoY) สะท้อนเศรษฐกิจจีนยังคงมีสัญญาณชะลอตัวต่อเนื่อง อิงราคาสินค้ายังคงไม่สามารถปรับเพิ่มขึ้นได้
กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ เก็งกำไรบจ. ที่มีประเด็นบวก แนะนำ AP (Presales สูงกว่าคาด) MAJOR (รายได้สูงกว่าคาด) TASCO (ผลบวกจากราคาน้ำมันดิบลดลง)
Strategic daily picks
AP ปิด 11.10 บาท/แนวรับ 10.70 บาท แนวต้าน 12.00 บาท
รายงานกำไรสุทธิ 3Q23 ที่ 1.69 พันล้านบาท (+19.58% YoY) และรายได้รวม 1.01 หมื่นล้านบาท (+10.83% YoY) และคาดยอดขายคอนโดมิเนียมปี 23 จะเติบโตมากกว่าเป้าหมายที่ 1.3 หมื่นล้านบาท หลัง 10M23 สามารถสร้างยอดขายสุทธิ (Net Presale) ได้มากถึง 1.07 หมื่นล้านบาท โดยในส่วนที่เหลือของปีนี้ จะเปิดตัวอีก 2 โครงการคอนโดมิเนียมใหม่ มูลค่ารวม 7.3 พันล้านบาท Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิ 3Q23 และปี 2023 ที่ 1.64 พันล้านบาท (+15.36% YoY) และ 6.22 พันล้านบาท (+5.84% YoY) ตามลำดับ และมูลค่าเหมาะสมที่ 14.72 บาท
MAJOR ปิด 16.30 บาท/แนวรับ 15.60 บาท แนวต้าน 16.90 บาท
ด้วยกระแสความนิยมของภาพยนตร์ไทยสยองขวัญ 2 เรื่องล่าสุด นำโดย “สัปเหร่อ” ที่เดินหน้ากวาดรายได้สู่ 700 ล้านบาท ตามด้วย “ธี่หยด” ที่สามารถโกยรายได้ทะลุกว่า 300 ล้านบาท (ณ วันที่ 3 พ.ย. 2023) ประกอบกับยังมีภาพยนตร์ไทยและต่างประเทศรอเข้าฉายอีกหลายเรื่อง ซึ่งจะช่วยหนุนผลประกอบการ 4Q23 ฟื้นตัวเด่นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิ 3Q23 และปี 2023 ที่ 135 ล้านบาท (+553.75% YoY) และ 774.60 ล้านบาท (+207.20% YoY) ตามลำดับ และมูลค่าเหมาะสมที่ 19.10 บาท
TASCO ปิด 19.20 บาท/แนวรับ 18.70 บาท แนวต้าน 20.00 บาท
ธุรกิจยางมะตอยในปัจจุบันเริ่มกลับมาสู่ภาวะปกติ ขณะที่มีการเร่งลงทุนในโครงการต่าง ๆ โดยเฉพาะโครงการด้านสาธารณูปโภค เนื่องจากช่วงหลายปีที่ผ่านมาต้องชะลอการลงทุนจากการระบาดของ COVID-19 ดังนั้น TASCO ยังคงเป้ายอดขายยางมะตอยปี 2023 ที่ระดับ 1.3 ล้านตัน จากความต้องการทั้งในประเทศและต่างประเทศ Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 2.87 พันล้านบาท (+21.45% YoY) และมูลค่าเหมาะสมที่ 21.34 บาท









