ทางเทคนิค คาด SET Index อ่อนตัว แนวต้าน 1,430/1,437 จุด (กรอบ 1/3 ของ Fibonacci) แนวรับ 1,414/1,406 จุด (EMA 10 วัน) อิงการเกิด Short-term correction เพื่อสร้างฐานใหม่ หลังดัชนีฯ ดีดแรงจากระดับต่ำสุด 1,366.19 จุด และสัญญาณเทคนิค RSI, Stochastic เปลี่ยนจาก Oversold เป็น Neutral
ประเด็นสำคัญวันนี้ ได้แก่
+/-3Q23 Earnings Results: คาดส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นรายหลักทรัพย์หรือรายอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง หากออกมาดีหรือแย่กว่าคาดการณ์ โดยไฮไลท์วันนี้ ในต่างประเทศ ได้แก่ UBS (คาด EPS 0.06 Vs ครั้งก่อนหน้า 0.52) UBER (คาด USD0.07 Vs -USD0.61) Gilead Science (คาด USD1.91 Vs USD1.90) DR Hoton (USD3.93 Vs USD4.67) Rivian Automatives (คาด EPS -USD1.34 Vs -USD1.57) ฯลฯ ส่วนบจ.ไทย จำนวนมากทยอยประกาศงบวันนี้ นำโดย DOHOME (คาดกำไรเติบโต 60% YoY, 105% QoQ เป็น 81 ล้านบาท) MTC (คาดกำไร -0.1% YoY, +0.3% QoQ เป็น 1,204 ล้านบาท) SNNP (คาดกำไรเติบโต 16% YoY, 5.2% QoQ เป็น 165 ล้านบาท) และอื่น ๆ AMATAV DCC ILM SVI ฯลฯ
ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญวันนี้
China: รายงานดุลการค้าเดือน ต.ค. โดย Consensus คาดเกินดุลสูงขึ้นเป็น +USD81.95bn. ส่งออกและนำเข้าดีขึ้นเป็น -3.1% YoY และ -5.4% YoY (Vs เดือน ก.ย. เกินดุลการค้า +USD77.71bn. ส่งออก -6.2% YoY นำเข้า -6.2% YoY) โดยจะเป็นบวกต่อเศรษฐกิจเอเชีย หากจีนมีสัญญาณนำเข้าที่ปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนโมเมนตัมบวกต่อการส่งออกเดือน ต.ค. ของไทยและประเทศในเอเชีย (+กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์)
US: ประเด็น Event สำคัญ จับตาการประมูลพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 3 ปี จำนวน USD48bn. (โดยจะเป็นลบต่อตลาด หากมีผู้ประมูลจำนวนน้อย และส่งผลยิลด์ประมูลสูงขึ้นเทียบกับครั้งล่าสุดที่เฉลี่ย 4.74%) และสุนทรพจน์ของ Fed Kansas City Schmid (non-voter) และ Fed Dallas Logan (voter) ซึ่งจะเป็นมุมมองครั้งแรกของประธานเฟด สาขาต่าง ๆ ต่อแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายครั้งต่อไป หลังจากประชุมเฟดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจ จับตารายงานดุลการค้าเดือน ก.ย. โดย Consensus คาดขาดดุลเพิ่มขึ้นเป็น -USD60bn. (เทียบกับเดือน ส.ค. ที่ขาดดุล -USD58.3bn.) อย่างไรก็ดี มีความเป็นไปได้ที่จะออกมาสูงกว่าคาดการณ์ หากอิงกับการประกาศตัวเลข 3Q23 GDP Growth ล่าสุดที่สูงถึง +4.9% QoQ
EA: รายงานดัชนีผู้ผลิต PPI เดือน ก.ย. โดย Conensus คาดเติบโต +0.6% MoM, -12.5% YoY (Vs เดือน ส.ค. +0.6% MoM, -11.5% YoY) ซึ่งหากออกมาตามคาด คาดว่าจะเป็นปัจจัยลบต่อการเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อของยุโรป ที่อาจต้องหันมาพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
กลยุทธ์ลงทุน แนะนำเก็งกำไร บจ.ที่มีประเด็นบวก แนะนำ KCE JMT CK
Strategic daily picks
KCE ปิด 57.25 บาท/แนวรับ 55.00 บาท แนวต้าน 60.00 บาท
KCE คาดอุปสงค์ปรับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากอุตสาหกรรมยานยนต์ หลังสิ้นสุดระยะเวลาการระบายสต็อกสินค้า ทำให้คาดรายได้ใน 2H23 ฟื้นตัวที่ประมาณ 125-129 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ/ไตรมาส และคาดอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ฟื้นตัวแข็งแกร่งจาก 19% เป็น 22-24% ทั้งนี้ Consensus ประเมินว่า KCE อาจถูกเพิ่มคำนวณดัชนี SET50 Index งวด 1H24 ด้วย และประมาณการกำไรสุทธิ 3Q23 และปี 2023 ที่ 500 ล้านบาท และ 1.79 พันล้านบาท ตามลำดับ มูลค่าเหมาะสมอยู่ที่ 53.96 บาท
JMT ปิด 33.75 บาท/แนวรับ 32.00 บาท แนวต้าน 36.50 บาท
คาดแนวโน้มผลประกอบการปี 2023 มีทิศทางที่สดใส โดยล่าสุดได้มีการซื้อหนี้สะสมเข้ามาแล้ว มูลค่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งจะส่งผลบวกต่อบริษัทในปี 2023-24 อย่างต่อเนื่อง โดยใน 1H23 มีกระแสเงินสดเข้ามาแล้ว 4.24 พันล้านบาท และสิ้นปี 2023 ตั้งเป้ากระแส เงินสดแตะระดับ 9 พันล้านบาท และกำไรสุทธิเติบโต 30% จากปีก่อน ทั้งนี้ Consensus ประเมินว่า JMT อาจเป็นหนึ่งในหุ้นที่ถูกเข้าคำนวณดัชนี SET50 Index ใน 1H24 และประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 2.15 พันล้านบาท มูลค่าเหมาะสมที่ 51.43 บาท
CK ปิด 22.10 บาท/แนวรับ 21.70 บาท แนวต้าน 23.20 บาท
คาด 3Q23 เฉพาะรายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง YoY และทรงตัว QoQ หนุนจาก รายได้ Backlog ที่ทรงตัวระดับสูง หนุนรายได้ทั้งปี 2023 เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ยังคงสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ได้ราว 7-8% ต่อปี ทั้งนี้ Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิ 3Q23 และปี 2023 ที่ 697 ล้านบาท และ 1.62 พันล้านบาท ตามลำดับ และมูลค่าเหมาะสมที่ 26.46 บาท









