วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ อาจมีแรงทำกำไรสลับระหว่างช่วงประกาศผลประกอบการ

ภาพรวมยังลุ้นการฟื้นตัวจากเงินเฟ้อที่ชะลอลง (Disinflation) ตลาดหุ้นโลกเริ่มมีแรงทำกำไรสลับหลังฟื้นตัวได้ดีจากแถลงการณ์หลังประชุมของประธานเฟดมีสัญญาณผ่อนคลายมากกว่าที่คาด

ทั้งนี้ถ้อยแถลงในช่วงถามตอบที่ประธานเฟดให้จับตามุมมองดอกเบี้ยของกรรมการรายบุคคล (Dot Plot) อันใหม่หลังการประชุมรอบ 13 ธ.ค. ซึ่งด้วยตัวเลขเศรษฐกิจที่เริ่มเห็นสัญญาณชะลอลงตามทิศทางเงินเฟ้อ เรามองคณะกรรมการเฟดควรจะมีมุมมองดอกเบี้ยในทิศทางที่ผ่อนตลายมากขึ้น (เช่น ระดับดอกเบี้ยสูงสุดต่ำลง หรือโอกาสปรับลดดอกเบี้ยในปี 2567 ที่มากกว่า 2 ครั้งหรือมากกว่า 0.50%) ซึ่งหากเป็นไปตามนั้น เรามองผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับลดลงต่อ และหนุนการฟื้นตัวต่อเนื่องของหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยง

ระยะสั้นตลาดอาจผันผวนเพราะผลประกอบการ เราคาดผลประกอบการอาจทำให้ตลาดระยะสั้นผันผวน ทั้งนี้การรายงานกำไรที่ดีของหุ้นบางตัวในกลุ่มไฟฟ้า (GPSC) และกลุ่มการเงิน (TIDLOR) อาจทำให้เกิดแรงเก็งกำไรเชิงบวกในหุ้นที่เหลือ อย่างไรก็ตาม กลุ่มไฟฟ้าหลายตัวจะมีกำไรไตรมาส 4/66 ชะลอลงทั้งจากความต้องการใช้ไฟ และผลของการปรับลดค่า Ft ที่จะเห็นในช่วงปลายปี ขณะที่กลุ่มการเงิน เรายังกังวลเกี่ยวกับการตั้งสำรองเพิ่มของหุ้นอื่นๆ (อาทิ SAWAD ที่มีการตั้งสำรองในระดับต่ำ) และประเมินตลาดตลาดอาจตอบรับเชิงลบ หากมีการตั้งสำรอง หรือระดับ NPL เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ระยะสั้นเรามองหุ้นขนาดกลางและเล็กมีโอกาสเป็นเป้าหมายของการผลักดัน สำหรับภาพการลงทุนหุ้นในกลุ่มที่ Valuation ไม่แพงและมีปันผลในระดับมากกว่า 4% คาดจะเป็นเป้าหมายที่นักลงทุนทยอยเพิ่มน้ำหนักเพื่อรับมือกับภาวะดอกเบี้ยสูงที่น่าจะคงอยู่ในช่วง 6-9 เดือนข้างหน้า// หุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ MAJOR, TU, EGCO, PTT, OR, EA, JPARK* (Not rated)
 

ภาพรวมกลยุทธ์: ช่วงสั้นระวังแรงทำกำไรในกลุ่มที่ Outperform มากตั้งแต่ต้นปีและความผันผวนจากการรายงานผลประกอบการ อย่างไรก็ตามภาพใหญ่ยังมองฟื้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่เริ่มชะลอลง คาดจะเป็นปัจจัยหนุนการฟื้นตัวของหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงปลายปี ภาพการเก็งกำไรระยะสั้นอาจมองกลุ่มที่ลงเยอะ แต่ในมุมลงทุนเน้นกลุ่ม valuation ไม่แพงและปันผลสูงจะที่มี downside จำกัด จะทยอย Outperform ในช่วงภาวะดอกเบี้ยสูงที่ดำเนินต่อไปในปี 2567

หุ้นแนะนำ: TU*, MENA*, JPARK*, ORN*

แนวรับ: 1,405 / แนวต้าน : 1,430-1,440 จุด 

สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%

 

ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ

'เงินเฟ้อไทย' ลดลงครั้งแรกรอบ 25 เดือน –อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือนตุลาคม 2566 ลดลง 0.31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ) เป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 25 เดือน ตามการลดลงของราคาสินค้ากลุ่มพลังงาน และสินค้าอุปโภค-บริโภค จากมาตรการลดค่าครองชีพของภาครัฐ ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน หักอาหารสดและพลังงานออก สูงขึ้น 0.66 % (ผู้จัดการออนไลน์)

เศรษฐา” เตรียมแถลงสรุปแจกเงินดิจิทัล 10 พ.ย.นี้- นายกฯ จะเป็นผู้แถลงข้อสรุปแนวทางการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตด้วยตนเองในวันศุกร์ที่ 10 พ.ย.นี้ ส่วนเรื่องกรอบรายละเอียด และงบประมาณที่จะนำมาใช้ในโครงการ ทั้งนี้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ (7พ.ย.) (ฐานเศรษฐกิจ)
 

นายกฯ ขีดเส้น พฤศจิกายน 2566 สรุปจบขึ้นเงินเดือนข้าราชการ”- สำหรับกลุ่มข้าราชการพลเรือนและเจ้าหน้าที่ของรัฐว่า กระทรวงแรงงานกำลังพิจารณาค่าแรงขั้นต่ำอยู่ ถ้าจะยกระดับก็ต้องดูทั้งหมดในทุกภาคส่วน ได้มอบให้คณะทำงานศึกษาและมารายงานภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2566 นี้(อินโฟเควสท์)

วอลล์สตรีทเปิดตลาดช้าลง เริ่มคืนนี้ 21.30 น. หลังสิ้นสุด Daylight Saving Time - โดยจะปรับเวลาช้าลง 1 ชั่วโมง หลังจากสิ้นสุดช่วง Daylight Saving Time จะเปลี่ยนแปลงเวลาซื้อขาย จากเดิม 20:30-03:05 น.ตามเวลาไทย เป็น 21:30-04:05 น.ตามเวลาไทย (อินโฟเควสท์)

จีนเผยตัวเลขนำเข้าส่งออกวันนี้ – วันนี้จีนจะมีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจนำเข้า – ส่งออกในช่วงเช้านี้ (ฐานเศรษฐกิจ)

 

ประเด็นติดตาม: 8 พ.ย. - US Crude Oil Inventories, TH Consumer Confidence / 9 พ.ย. - US Initial Jobless Claims / 10 พ.ย. -TH Foreign Reserve /14 พ.ย. - US Core CPI / 15 พ.ย. -US Core Retail Sales 

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)