ตลาดผันผวนจากผลประกอบการและผลตอบแทนพันธบัตร ตลาดหุ้นยังผันผวนในทางปรับลดลง โดยความกังวลล่าสุดมาจากการปรับลดลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ ทั้งจากผลประกอบการบริษัทขนาดใหญ่บางแห่งที่ผิดคาด และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ยังอยู่ในทิศทางปรับตัวเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตาคือการรายงานตัวเลข GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 3/66 ที่จะกลับมาอยู่ในทิศทางเร่งตัวขึ้นมากจากไตรมาสก่อนหน้าที่โตเพียง 2.1% โดย Bloomberg concensus คาด 4.5% QoQ ขณะที่แบบจำลอง GDP Now คาดที่ 5.4% ซึ่งหากตัวเลขที่รายงานออกมาอยู่ในระดับสูง จะสร้างความกังวลต่อตลาดถึงโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ตลอดจนอาจต้องใช้ระยะเวลานานในการคงดอกเบี้ยในระดับที่สูง ซึ่งปัจจัยทั้งสองประการ ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรอาจเร่งตัวขึ้นสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างต่อเนื่องได้
ยังคงมุมมองอยู่ในช่วงผันผวนก่อนที่จะฟื้นตัว (แต่ไม่ใช่ทุกกลุ่ม) เรายังให้น้ำหนักกับการที่เงินเฟ้อชะลอตัวลงต่อเนื่อง (Disinflation) จะเป็นปัจจัยช่วยกดให้ผลตอบแทนพันธบัตรทยอยปรับลดลง ซึ่งจะหนุนการฟื้นตัวของสินทรัพย์เสี่ยง อย่างไรก็ตาม ด้วยการที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยไทยต่ำกว่าสหรัฐฯ และผลตอบแทนพันธบัตรยังคงมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงในปี 2567 จะทำให้ในเชิงของการจัดสรรสินทรัพย์ลงทุน (asset allocation) จะเกิดภาพดังนี้ 1) ค่าเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าจากเงินทุนไหลออก 2) เงินทุนที่ไหลออกส่วนใหญ่มีแนวโน้มมาจากตลาดตราสารหนี้ 3) เกิดภาวะหุ้นซื้อขายด้วยระดับ PER ที่ลดลง (de-rating) 4) หุ้นที่มีโอกาสฟื้น จะเป็นกลุ่มที่มีลักษณะหลายๆประการเหล่านี้รวมกัน อาทิ ได้ประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่า/ ซื้อขายด้วย Valuation ไม่แพง / มีปันผลในระดับสูง / มีโมเมนตัมการเติบโตของกำไรที่ดี
ภาพรวมกลยุทธ์: แกว่งตัวในกรอบ 1,380 – 1,430 จุด หุ้นที่ลงเยอะจากการขายชอร์ต อาจเป็นเป้าหมายของการซื้อคืน ขณะที่ภาพการเก็งกำไรยังเน้นกลุ่มได้ประโยชน์จากบาทอ่อนค่าทั้งทางตรง (อิเล็กทรอนิกส์และอาหาร) และทางอ้อม (การแพทย์และท่องเที่ยว) คาดหุ้นในกลุ่ม valuation ไม่แพงและปันผลสูงจะเริ่มมี downside จำกัด ขณะที่ระดังแรงทำกำไรในกลุ่มที่ปรับเพิ่มขึ้นมามากอาจเป็นเป้าหมายของการขายทำกำไร
หุ้นแนะนำ: MAJOR*, TU*
แนวรับ: 1,380 / แนวต้าน : 1,430 จุด
สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ
ยอดขายบ้านสหรัฐฯแข็งแกร่ง - ดอลลาร์แข็งค่าเทียบสกุลเงินหลัก ขานรับยอดขายบ้านใหม่ที่พุ่งขึ้นเกินคาด ซึ่งบ่งชี้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่แข็งแกร่ง และจะเป็นปัจจัยหนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) (อินโฟเควสท์)
จีนไฟเขียวออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ - จีนอนุมัติการออกพันธบัตรรัฐบาลมูลค่า 1 ล้านล้านหยวน และผ่านร่างกฎหมายที่จะอนุญาตให้รัฐบาลท้องถิ่นได้รับโควตาในการออกพันธบัตรในปีงบประมาณ 2567 โดยการดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังรัฐบาลท้องถิ่นเผชิญความยากลำบากทางเศรษฐกิจ (อินโฟเควสท์)
เกณฑ์ดิจิทัลวอลเล็ต คนรวยตัดสิทธิเคาะให้กรุงไทยทำระบบคาดแจกได้หลังเม.ย. 67 – คณะอนุฯ “ ดิจิทัลวอลเล็ต ” เตรียมเสนอกรรมการชุดใหญ่สัปดาห์หน้า เล็งใช้เกณฑ์เงินเดือน-เงินฝาก ตัดสิทธิกลุ่มคนรวย เคาะ “กรุงไทย” ทำแอป “ ดิจิทัลวอลเล็ต ” ยกเลิกเงื่อนไข 4 กม. ใช้ระดับอำเภอ ส่วนแหล่งเงินไม่ใช้เงิน “ออมสิน” คาดโครงการล่าช้าอาจเริ่มหลังเม.ย. 67 (การเงินการธนาคาร)
MCA เข้าซื้อขายใน mai ในวันนี้ – (26 ต.ค.) บมจ.มาร์เก็ต คอนเน็กชั่นส์ เอเชีย (MCA) กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 60,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ราคาเสนอขายหุ้นละ 3.30 บาท (อินโฟเควสท์)
ประเด็นติดตาม: 26 ต.ค. - ECB Interest Rate Decision (Oct), US Core Durable Goods Orders (MoM) (Sep), US GDP (QoQ) (Q3), US Initial Jobless Claims, Pending Home Sales (MoM) (Sep) / 27 ต.ค. – US Core PCE / 30 ต.ค. – China PMI / 31 ต.ค. – EU CPI, US – CB Consumer Confidence
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









