วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง อาจไม่มีข่าวดีจาก US PPI & FOMC Minute

ทางเทคนิค คาด SET Index อ่อนตัว แนวรับ 1,430/1,423 จุด แนวต้าน 1,443/1,457 จุด แม้จะมีการฟื้นตัวระยะสั้น (วานนี้ เกิด Higher High, Higher Low) แต่เรายังคงคาดว่าดัชนีฯ มีแนวโน้มลงต่อไปหาจุดต่าสุด ของรูปแบบ Downtrend กรอบ 1,405-1,556 จุด

โดยสัญญาณยืนยันการซื้อ จะเกิดขึ้นต่อเมื่อดัชนีฯ ยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 10 วัน ที่ 1,457 จุด

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง อาจไม่มีข่าวดีจาก US PPI & FOMC Minute

ประเด็นสำคัญวันนี้

- ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
-US: รายงานดัชนีผู้ผลิตเดือน ก.ย. โดย Consensus คาดเพิ่มขึ้น +0.3% MoM, +1.6% YoY (Vs เดือน ส.ค. 0.7% MoM, +1.6% YoY) ส่วน Core PPI เดือน ก.ย. คาด +0.2% MoM, +2.3% YoY (Vs เดือน ส.ค. +0.2% MoM, +2.2%YoY) ทั้งนี้ เราพบว่า สัญญาณ Core PPI มีความสัมพันธ์ในทางเดียวกันกับ Core Inflation (Figure 2) และคาดว่าการทรงตัวของ Core PPI สะท้อนรายงาน Core CPI วันพรุ่งนี้ มีโอกาสที่จะทรงตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อนหน้า (แต่ตลาดคาด Core Inflation เดือน ก.ย. ลดลงเป็น 4.1% Vs 4.3% YoY ในเดือน ส.ค.) ซึ่งอาจสนับสนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดเป็นลบระยะสั้นต่อตลาดการเงินโลก

 

-US FOMC Minute: เราคาดว่าสัญญาณจากการประชุมเฟดล่าสุด จะยืนยันว่าเฟดยังคงแนวโน้ม Higher For Longer จนกว่าอัตรา เงินเฟ้อจะปรับลดลงมาสู่กรอบเป้าหมาย 2% ซึ่งเป็นผลลบต่อตลาดหุ้น (Figure 1 สร้างความผิดหวังต่อนักลงทุนที่คาดว่า เฟดอาจมีการปรับลดดอกเบี้ยตั้งแต่ 2Q24E เป็นต้นไป) เพราะมีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลก รวมถึงเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจเติบโตต่ำกว่าคาดการณ์ และอัตรา Required Rate of Return ที่สูง ส่วนประเด็นเพิ่มเติม จับตาสุนทรพจน์ของ Fed Governor Bowman (Voter), Fed Atlanta Bostic (Non-Voter) ซึ่งอาจตอกย้ำถึงทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นของเฟดมีความเป็นไปได้สูงขึ้น

US: สภาผู้แทนสหรัฐฯ จะมีการโหวตเลือกตั้งประธานสภาผู้แทนฯ คนใหม่ (สัปดาห์ที่ผ่านมา พรรครีพับลิกันอยู่ระหว่างการคัดสรร โดยมี 2 ผู้ท้าชิงสำคัญ ได้แก่ Steve Scalise จากรัฐหลุยส์เซียน่า ซึ่งถือว่าเป็นอันดับ 2 ในการสามารถหาเงินทุนสนับสนุนพรรค และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพรรคต่าง ๆ กับ Jim Jordan จากรัฐโอไฮโอ ซึ่งเป็นหัวหน้าของกลุ่มอนุรักษ์นิยม และมีอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ เป็นผู้สนับสนุน) เพื่อทดแทนคนเดิม นาย McCarthy ซึ่งถูกโหวตออกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ด้วยคะแนนเสียง 216 ต่อ 210 เสียง โดยคาดว่ามีโอกาสสูงที่จะต้องใช้เวลายาวนาน เหมือนกับครั้งแรกที่ต้องใช้การโหวตลงคะแนนถึงรอบที่ 15 เนื่องจากความเห็นที่แตกแยกของพรรคฝ่ายค้าน รีพับลิกัน (ในสภาล่าง มีเสียงของพรรครีพับลิกัน ต่อ พรรครัฐบาลเดโมแครต จำนวน 222 : 212 เสียง)

 

 

+China: รายงานตัวเลขการเงินดีขึ้น อาทิ Outstanding Loan Growth เดือน ก.ย. คาดทรงตัวที่ 11.1% YoY (Vs เดือน ส.ค. 11.1% YoY) New Yuan Loans เดือน ก.ย. คาดเพิ่มขึ้นเป็น 2,500 พันล้านหยวน (Vs เดือน ส.ค. 1,360 พันล้านหยวน) หลังทางการเริ่มออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการลดดอกเบี้ยเงินกู้ การลด RRR ของธนาคารฯ และการอนุญาตให้ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้เพิ่มขึ้น

กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ หลักทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับราคาน้ำมันดิบโลก ได้แก่ TOP PTTEP SPRC

 

Strategic daily picks

TOP    ปิด 49.50 บาท/แนวรับ 47.25 บาท แนวต้าน 51.50 บาท

KTX คาดแนวโน้มกำไรสุทธิปี 2023-25E ของ TOP จะเป็นช่วงปรับฐานตามภาวะอุตสาหกรรม (market GRM และผลกระทบจาก สต็อกน้ำมัน เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลหลัก) และปัจจัยเฉพาะตัวของบริษัท (จากผลกระทบเชิงลบจากเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลบริเวณ SBM-2 ที่เกิดขึ้นใน ก.ย. 2023 และการรับรู้ผลบวกเต็มปีของโครงการ CFP ตั้งแต่ปี 2025E) KTX คาดกำไรสุทธิที่ 15.1 พันล้านบาท ในปี 2023E, 14.1 พันล้านบาท ในปี 2024E และ 19.7 พันล้านบาท ในปี 2025E (vs. ฐานกำ    ไรสุทธิที่สูงผิดปกติในปี 2022 ที่ 32.7 พันล้านบาท) และประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 61.7 บาท

 

PTTEP     ปิด 168.50 บาท/แนวรับ 163.50 บาท แนวต้าน 174.00 บาท

KTX คาดกำไรสุทธิ 3Q23E ที่ 17.6 พันล้านบาท (-27% YoY, -16% QoQ) โดยมีรายการพิเศษขาลบราว 2.05 พันล้านบาท ขณะที่เราคาดกำไรปกติที่ 19.7 พันล้านบาท (-23% YoY, ทรงตัว QoQ) โดยปัจจัยกดดัน YoY มาจากมาร์จิ้นต่อหน่วย และปริมาณการขายที่ลดลง ส่วน QoQ มาจาก effective tax rate ที่เพิ่มขึ้น KTX ปรับกำไรสุทธิปี 2023-25E ขึ้น 16%/13%/7% เป็น 68.5 พันล้านบาท, 71.7 พันล้านบาท และ 71.3 พันล้านบาท ตามลำดับ จากการปรับมาร์จิ้นต่อหน่วยเพิ่มขึ้น (เป็น USD18-20/boe) และการปรับลด effective tax rate ลง (เป็น 44%)

 

SPRC    ปิด 8.35 บาท/แนวรับ 8.00 บาท แนวต้าน 8.95 บาท

SPRC กำลังทำการซ่อมบำรุงที่หน่วยแตกโมเลกุล ด้วยตัวเร่งปฏิกิริยา (RFCCU) ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2023 เป็นเวลาประมาณ 15-20 วัน นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าศึกษาการลงทุนโครงการใหม่ ๆ และมุ่งเน้นโครงการที่ให้ผลตอบแทนที่ดี Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 4.23 พันล้านบาท และมูลค่าเหมาะสมที่ 10.97 บาท

 

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง อาจไม่มีข่าวดีจาก US PPI & FOMC Minute