วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ผลประชุมครม. และ US JOLTs Job Report

ทางเทคนิค คาด SET Index อ่อนตัว แนวต้าน 1,478/1,484 จุด แนวรับ 1,461 จุด (เป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ ณ วันที่ 29 มิ.ย. และเป็นแนวรับที่ทำให้ ดัชนีฯ เกิดการรีบาวนด์วานนี้) และ 1,445 จุด โดยทิศทางดัชนีฯ ยังคงอยู่ในทิศทางขาลง และมีความเสี่ยงเชิงลบลงไปได้ลึกถึง 1,420 จุด

หากหลุดแนวรับสำคัญที่เป็นจุดต่ำสุดปีนี้ที่ 1,461.61 จุด แนะนำ Stop Loss หากดัชนีฯ หลุดแนวรับสำคัญ 1,461 จุด

 

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ผลประชุมครม. และ US JOLTs Job Report

ประเด็นสำคัญวันนี้

1) ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

- US: ตัวเลขจ้างงานเดือน ส.ค. ของ JOLTs (Figure 1 และ Figure 2) อาจส่งสัญญาณถึงตลาดแรงงานยังคงอยู่ในภาวะตึงตัว โดย Consensus คาดว่าจำนวนเปิดรับสมัครงาน (Job Openings) อยู่ที่ 8.83 ล้านคน ใกล้เคียงกับเมื่อเทียบกับเดือน ก.ค. ที่ 8.827 ล้านคน และจำนวนแรงงานผละงาน (Job Quits) ปรับลดลงเป็น 3.4 ล้านคน จาก 3.549 ล้านคน ในเดือน ก.ค. สะท้อนภาวะตึงตัวของตลาดแรงงานสหรัฐฯ และสอดคล้องกับมุมมองของเฟดที่เพิ่งปรับลด Unemployment Rate ปี 2023E ลงเหลือ 3.8% (เท่ากับเดือน ส.ค.) จากประมาณการเดิม 4.1% ก่อนที่จะปรับขึ้นเป็น 4.1% ในปี 2024E และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สนับสนุนให้ คณะกรรมการเฟดส่วนใหญ่สนับสนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 1 ครั้ง ในปีนี้

- *Australia: ผลประชุมธนาคารกลาง Consensus คาดว่าจะมีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม 4.1% โดยเป็นการคงดอกเบี้ยต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 หลังจากส่งสัญญาณเตือนเศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่าระดับศักยภาพ ทั้งนี้ คาดว่าเงินเฟ้อจะลดลงมาอยู่ที่ 3.25% ภายในสิ้นปี 2024 และเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 2-3% ในช่วงปลายปี 2025

- US: จับตาสุนทรพจน์ของประธานเฟด สาขาแอตแลนต้า Bostic โดยจะเป็นลบต่อตลาด หากส่งสัญญาณชี้นำว่า ทิศทางดอกเบี้ยเฟดในอนาคต จำเป็นต้องปรับสูงขึ้น อย่างไรก็ดี ผลกระทบต่อยิลด์พันธบัตรสหรัฐฯ อาจมีจำกัด เนื่องจาก Bostic ไม่ได้เป็น Voter ในการประชุมเฟดปีนี้

 

 

2) Event Play ที่เป็นโมนเมนตัมบวก

+ ผลประชุมคณะรัฐมนตรี: นอกจากจะมีการออกมาตรการช่วยเหลือระยะสั้นเพิ่มเติม เช่น การลดราคาสินค้าอาหารหรือสินค้าจำเป็นของกระทรวงพาณิชย์เพิ่มเติม เพื่อลดค่าใช้จ่ายประชาชน และลดภาระหนี้แล้ว เราคาดว่าจะมีการส่งสัญญาณความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับ โครงการเงินดิจิทัล (คาดเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2024) โดยจะแจกเงิน 10,000 บาท ให้กับประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป รวมเป็นเงิน 5.6 แสนล้านบาท โดยกำหนดเงื่อนไขให้ใช้จ่ายได้ในพื้นที่รอบภูมิลำเนาตามบัตรประชาชน ภายในระยะเวลา 6 เดือน ขณะที่ตัวทวี (Multiplier) จากการใช้จ่ายดังกล่าวจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้มากกว่า 5% ในปี 2024

- สำหรับประเด็นสนใจเรื่องที่มาของแหล่งเงินทุนจะมาจาก 3 ส่วน ได้แก่ 1. รายได้ภาษีที่เศรษฐกิจขยายตัว 2.7 แสนล้านบาท 2. รายได้ภาษีที่จะเกิดขึ้นใหม่ 1 แสนล้านบาท และ 3. การยืมเงินจากธนาคารของรัฐ ประมาณ 2 แสนล้านบาท ผ่านมาตรา 28 วินัยทางการเงินกาคคลัง โดยอาจต้องมีการขยายเพดานจากปัจจุบัน 32% (ทั้งนี้ รัฐบาลจะมีการคืนเงินให้รัฐวิสาหกิจ ภายหลังจากงบประมาณปี 2024E เริ่มใช้ได้ โดยในงบประมาณจะมีการเกลี่ยงบผ่านตัดงบที่ไม่จำเป็น เช่น งบดูงาน งบฝึกอบรม ฯลฯ) ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญ คือ รัฐบาลยืนยันว่าจะไม่มีการออก พ.ร.ก. เงินกู้ แต่อย่างใด และคาดว่าผลกระทบต่อเงินเฟ้อจะมีจำกัด โดยมีการหารือล่วงหน้ากับผู้ว่าธปท. แล้ว อิงภาวะเงินเฟ้อไทยที่ผ่านมาไม่เคยเจอปัญหาเงินเฟ้อสูงจากด้านอุปสงค์ (Demand Pull) ทั้งนี้ ธปท. ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2024E ขึ้นไปที่ 4.4% บนสมมติฐานว่าตัวทวีของมาตรการเงินดิจิทัลอยู่ที่ 0.6 เท่า ต่ำกว่ามากเมื่อเทียบกับคาดการณ์ของพรรคเพื่อไทยที่ 2.6 เท่า และเป็น Upside Risks ต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2024E

 

กลยุทธ์ลงทุน แนะนำหุ้นที่ได้ประโยชน์จากนโยบายลดค่าครองชีพ เพิ่มการบริโภคภาคเอกชน ได้แก่ MOSHI, ILM, KLINIQ

 

Strategic daily picks

MOSHI   ปิด 54.50 บาท/แนวรับ 52.00 บาท แนวต้าน 57.00 บาท

MOSHI คงเป้ายอดขายเติบโตไม่น้อยกว่า 15-20% จากปีก่อนที่มีรายได้รวมจากการขายอยู่ที่ 1.89 พันล้านบาท (1H23=1.16 พันล้านบาท) และมีแผนจะขยายสาขาแบรนด์ MOSHI เพิ่มเติมอีก 13 สาขา ใน 2H23 (1H23=7 สาขา) ส่งผลให้สิ้นปี 2023 มีสาขาเพิ่มเป็น 125 สาขา และตั้งเป้าเพิ่มสาขาในปี 2024-25 เป็น 145 และ 165 สาขา ตามลำดับ ทั้งนี้ Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 379.25 ล้านบาท และมูลค่าเหมาะสมที่ 59.57 บาท

 

ILM    ปิด 23.10 บาท/แนวรับ 22.40 บาท แนวต้าน 24.00 บาท

ILM เปิดศูนย์การค้าคอมมูนิตี้มอลล์ Little Walk กรุงเทพกรีฑา เมื่อต้น 3Q23 โดยบริษัทจะมีพื้นที่เช่าเพิ่มขึ้น 5 พันตร.ม. ปัจจุบันอัตราการเช่าพื้นที่เต็ม 100% และมีแผนรีโนเวต Index Living Mall สาขาพัทยา คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน พ.ย. 2023 และปี 2024 จะเปิดสาขาสระบุรีและรัตนาธิเบศร์ ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าเติบโตของยอดขายปี 2023 ในระดับ Double-digit growth โดยในช่วง 6M23 ทาได้ 1.9% YoY ทั้งนี้ บริษัทมี Backlog ที่รอรับรู้รายได้ราว 800 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ราว 50% ในปีนี้ Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 704.75 ล้านบาท และมูลค่าเหมาะสมที่ 25.65 บาท

 

KLINIQ    ปิด 38.50 บาท/แนวรับ 36.50 บาท แนวต้าน 40.50 บาท

KLINIQ ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจใหม่ใน 2H23 ด้วยการขยายสาขาใหม่เพิ่มเป็น 8 สาขา (เป้าเดิม 5 สาขา) หลังจากใน 1H23 มีจำนวนลูกค้าเข้าใช้บริการเพิ่มขึ้น ทั้งลูกค้าในไทยและต่างประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าผลักดันรายได้การขายและการให้บริการรักษาพยาบาลเติบโต 2 หลัก ทุกปี ซึ่งจะช่วยให้ภาพรวมรายได้ทั้งปี 2023 เติบโตได้ดีกว่าปี 2022 ที่มีรายได้รวม 1.65 พันล้านบาท Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 290.50 ล้านบาท และมูลค่าเหมาะสมที่ 48.05 บาท

 

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ผลประชุมครม. และ US JOLTs Job Report