วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.โกลเบล็ก ออกข้าง

วันพุธที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหว sideway ในแดนบวกสลับลบ โดยมีแรงซื้อจากหุ้นกลุ่มพลังงาน ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้น ขานรับข่าวซาอุดีอาระเบียและรัสเซียประกาศขยายเวลาการปรับลดอุปทานน้ำมันโดยสมัครใจจนถึงสิ้นปี 2566 และแรงซื้อในหุ้นกลุ่มค้าปลีก

ประกอบกับนักลงทุนติดตามการประชุมครม. นัดพิเศษ ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,548.78 จุด +0.92 จุด +0.06% มูลค่าการซื้อขาย 53,968 ลบ.ต่างชาติ -740.08 ลบ. TFEX -6,092 สัญญา ตราสารหนี้ +1,237.89 ลบ.

ปัจจัยบวก  

+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปิดเพิ่มขึ้น 85 เซนต์ +1% ปิดที่ 87.54 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. 2565 ขานรับการคาดการณ์ที่ว่าสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐจะปรับตัวลดลง รวมทั้งข่าวรัสเซียและซาอุดีอาระเบียประกาศขยายเวลาปรับลดอุปทานน้ำมันจนถึงสิ้นปีนี้
+ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 50.5 ในเดือนส.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 51.0 จากระดับ 52.3 ในเดือนก.ค.
+ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจทั้ง 12 เขตหรือ Beige Book ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวเล็กน้อย ขณะที่ตลาดแรงงานคลายความร้อนแรงลง และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อชะลอตัวลงในช่วงเดือนก.ค.-ส.ค. สนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่า FED อาจใกล้ยุติวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
+ FETCO เผยดัชนีเชื่อมั่นลงทุน 3 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้น 63% หลังจัดตั้งรัฐบาลมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หนุนดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้น-มีเสถียรภาพ เมื่อเริ่มเคลื่อนนโยบายดึงฟันด์โฟลด์ไหลเข้า
+ สนพ.สรุปยอดใช้พลังงานครึ่งปีแรกของปี 66 เพิ่มขึ้น 2.5% จากเศรษฐกิจภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น คาดทั้งปีการใช้พลังงานจะโต 2.1% พร้อมเผยราคาน้ำมันดิบอยู่ในกรอบ 77-87 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล
+ เริ่มนับหนึ่งรัฐบาลใหม่ นโยบายใหม่ คาดจะเห็นมาตรการเร่งด่วนใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ

ปัจจัยลบ 

- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 198.78 จุด หรือ -0.57% หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีภาคบริการที่แข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งทำให้ตลาดกังวลว่าสหรัฐยังคงเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อแะอาจทำให้ FED ตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงต่อไปอีก

- ดัชนีภาคบริการของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 54.5 ในเดือนส.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 52.5 จากระดับ 52.7 ในเดือนก.ค.ได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของตัวเลขจ้างงาน
- สหรัฐเปิดเผยว่าตัวเลขขาดดุลการค้าในภาคสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 6.50 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.ค. แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 6.80 หมื่นล้านดอลลาร์
- นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีนกล่าววิพากษ์วิจารณ์ต่อการที่ญี่ปุ่นปล่อยน้ำปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะลงสู่ทะเลว่าจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในมหาสมุทร

แนวโน้มตลาดวันนี้    

คาดดัชนีในวันนี้ยังแกว่งตัวผันผวนในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดยนักลงทุนยังกังวลว่าเฟด จะตรึงดอกเบี้ยที่ระดับสูงต่อไปอีก หลังดัชนีภาคบริการที่แข็งแกร่งกว่าคาด ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ช่วยพยุงหุ้นกลุ่มพลังงาน คาดกรอบดัชนีวันนี้ที่ 1,540-1,555 จุด

กลยุทธ์การลงทุน     

• หุ้นเชื่อมโยงการเมือง : STEC STPI SIRI SC SKY XPG
• หุ้น mai ได้ประโยชน์จากนโยบายฟรีวีซ่านักท่องเที่ยว : SPA AU D RP
• iPhone 15 เปิดตัว 12 ก.ย. : COM7 SPVI CPW SYNEX
• ราคาน้ำตาลปรับตัวขึ้น : KBS KSL KTIS BRR
• มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาล : TNP KK CPALL CPAXT STEC CK ITD

 

 

หุ้นรายงานพิเศษ  

KTC (Bloomberg Consensus 58 บาท)
คาด 2H66 มีแนวโน้มดีกว่า 1H66

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.โกลเบล็ก ออกข้าง

•1H66 KTC มีรายได้ 12,295 ล้านบาท +11%YoY และกำไรสุทธิ 3,678 ล้านบาท +1%YoY ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยทรงตัว YoY ที่ 12.2% อัตราการเติบโตของพอร์ตลูกหนี้สินเชื่อรวม +11% แม้ต่ำกว่าเป้าที่ 15% แต่ยอดลูกหนี้ใหม่ของสินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงินเร่งตัวดีขึ้น ขณะที่ยอดลูกหนี้ใหม่ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงินที่เพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตร +16.3%YoY ดีกว่าเป้าที่ 10%YoY ด้านคุณภาพสินทรัพย์ไม่น่ากังวลและเชื่อว่ายังสามารถบริหารจัดการได้แม้ %NPL ปลายมิ.ย.66 อยู่ที่ 2% เกินเป้าที่ระดับต่ำกว่า 1.8% จากการไม่เร่ง write off ขณะที่ภาพรวมการชำระคืนของลูกหนี้ปรับดีขึ้นกว่าช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด-19 แล้ว ประกอบกับ NPL Coverage Ratio ที่สูงถึง 433% ซึ่งเชื่อว่าเพียงพอ

•ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อภาพรวมการฟื้นตัวในช่วง 2H66 ที่น่าจะเร่งตัวขึ้นจาก 1H66 จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นปลายปีทำให้อุปสงค์และปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น และคาดจะเห็นการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อที่มีคุณภาพจากความเข้มงวดในการคัดกรองสอดคล้องกับมาตรการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืนของธปท.ที่จะเริ่มใช้ในปี 67 ทั้งนี้ Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 66 เฉลี่ย 7,430 ล้านบาท +5%YoY ราคาหุ้นที่ลดลง 22%YTD ทำให้มี downside risk ต่ำ แนะนำ “ซื้อ”

หุ้นมีข่าว

(+) EKH (Bloomberg consensus 9.56 บาท) ธุรกิจศูนย์ IVF บูม ตลาดผู้มีบุตรยากเติบโต คนจีนแห่ปรึกษาหวังทันคลอดลูกปีมังกร คาดปีนี้แตะ 300 คู่ จากปัจจุบันที่ราว 140 คู่ ดันสัดส่วนรายได้แตะ 13% จาก 8% ทั้งปีคาดรายได้โต 10% ไตรมาส 3/2566 ไฮซีซัน อัตราการครองเตียงเกิน 100% เร่งขยายอีก 58 เตียงรองรับ เจรจาพาร์ตเนอร์ต่อยอด (ที่มา ทันหุ้น)

(+) SPVI (Bloomberg consensus 5.30 บาท) "ไตรสรณ์ วรญาณโกศล" บอสใหญ่ SPVI เตรียมจัดแผนการตลาดในไทย หลังสหรัฐอเมริกาเปิดตัวไอโฟน 15 สัปดาห์หน้า พร้อมทำแพลตฟอร์ม พรีเซลออนไลน์รองรับออเดอร์ เจาะกลุ่มสถานศึกษา มั่นใจยอดขายรวมปีนี้โต 10% (ที่มา ทันหุ้น)

(+) VL (Bloomberg consensus - บาท) ชี้ทิศทางธุรกิจขนส่งปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ทางทะเลครึ่งปีหลังคึกคัก รับแรงหนุนการท่องเที่ยว-ส่งออกฟื้น ระบุปัจจุบัน Utilization แตะระดับ 80-90% เตรียมซื้อเรือเพิ่ม 1 ลำ เสริมทัพ รองรับการขนส่งทั้งในและต่างประเทศ ลูกค้า (ที่มา ทันหุ้น)

(+) SFT (Bloomberg consensus - บาท) เล็งครึ่งปีหลัง 2566 โตต่อเนื่อง รับแผนเร่งเครื่องรุกตลาดบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) หลังได้รับใบรับรองระบบความปลอดภัยของอาหาร BRC หนุนฐานลูกค้า ดันผลงานตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายปีนี้เป็นต้นไป คาดทั้งปี 2566 ทำรายได้ 1,000 ล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)