วันพุธที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหว sideway ในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ ตอบรับเชิงบวกจากการได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 มีแรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร ขนส่ง เป็นต้น
นอกจากนี้นักลงทุนจับตาการแสดงความเห็นของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ในการประชุมประจำปี ที่ เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิงในวันที่ 24-26 ส.ค. ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,549.01 จุด +3.41 จุด +0.22% มูลค่าการซื้อขาย 75,838 ลบ. ต่างชาติ -161.76 ลบ. TFEX -10,596 สัญญา ตราสารหนี้ +1,065.18 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 184.15 จุด +0.54% ขณะที่ดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้นกว่า 200 จุดขานรับคาดการณ์ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทอินวิเดีย (Nvidia) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล ในวันศุกร์นี้
+ S&P เปิดเผยว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 50.4 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน จากระดับ 52.0 ในเดือนก.ค.
+ นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีเซีย กล่าวว่ารัสเซียต้องการยุติสงครามในยูเครน ซึ่งชาติตะวันตกเป็นฝ่ายเริ่มต้น โดยย้ำว่าชาติตะวันตกต้องการครองโลก และนำไปสู่วิกฤตการณ์ในยูเครน
+ สหรัฐยกเลิกข้อจำกัดที่บังคับใช้กับบริษัทและองค์กรของจีน 27 แห่ง ซึ่งนับเป็นสัญญาณว่าสหรัฐกำลังพยายามกระชับความสัมพันธ์ฉันมิตรกับจีน ก่อนหน้าการเดินทางเยือนจีนของนางจีนา เรมอนโด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐในเดือนนี้
+ ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศแต่งตั้งนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา
+ ตลาดหลักทรัพย์ เปิดงาน “Thailand Focus 2023 : The New Horizon" วันแรกมีผู้ลงทุนสถาบันทั่วโลกกว่า 200 ราย จาก 95 สถาบันทั่วโลกจากสิงคโปร์ ฮ่องกง สหราชอาณาจักร มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา สวีเดน และไต้หวัน และกองทุนในประเทศจำนวน 41-42 แห่ง บริษัทจดทะเบียนไทยเข้ามาให้ข้อมูล 118 บริษัท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มาจำนวน 116 บริษัทจากทุกหมวดอุตสาหกรรมใน SET และ ตลาด mai
ปัจจัยลบ
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 75 เซนต์ -0.9% ปิดที่ 78.89 ดอลลาร์/บาร์เรล ถูกกดดันจากความกังวลว่าการชะลอตัวของกิจกรรมในภาคการผลิตของหลายประเทศจะส่งผลกระทบต่ออุปสงค์น้ำมัน และการพุ่งขึ้นของสต็อกน้ำมันเบนซินสหรัฐยังทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความอ่อนแอของอุปสงค์พลังงานในสหรัฐ
- สมาคมนายธนาคารเพื่อการจำนอง (MBA) ของสหรัฐ เปิดเผยว่า จำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการจำนองลดลง 4.2% ในสัปดาห์ที่แล้ว หลังการดีดตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง
- สนค. เปิดเผยถึง ปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนที่กระทบต่อไทยว่าภาคอสังหาริมทรัพย์จีนมีขนาดใหญ่มาก และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 29% ของ GDP ของจีน ปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์จึงส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจีนอย่างมีนัยสำคัญ
- ธปท.เตรียมปรับประมาณการเศรษฐกิจในเดือนก.ย. ยอมรับปัจจัยภายนอกกระทบ หนี้สินครัวเรือนในประเทศที่อยู่ในระดับสูงฉุดกำลังซื้อ
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ หลังมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ให้นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ประกอบกับการรอลุ้นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ กรอบดัชนีวันนี้ที่ 1,540-1,560 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• หุ้นเชื่อมโยงการเมือง : STEC STPI SIRI SC SKY XPG
• FETCO แนะนำกลุ่มท่องเที่ยวและสันทนาการ : ERW CENTEL SPA
• iPhone 15 เปิดตัว ก.ย. : COM7 SPVI CPW SYNEX
• MSCI rebalance มีผล 1 ก.ย. : MSCI Global Standard Index เข้า TTB ออก CBG SAWAD MSCI Small cap index เข้า CBG COM7 ITC PSG SAWAD ออก PTL SINGER S
• หุ้นได้ประโยชน์จากกรณีญี่ปุ่นปล่อยน้ำปนเปื้อนรังสีลงทะเล : TU ASIAN TC CFRESH
หุ้นรายงานพิเศษ
TIDLOR (Bloomberg Consensus 28 บาท)
แนะนำ "ซื้อ" 1H66 กำไรสุทธิ -2%YoY
•2Q66 มีกำไรสุทธิ 927 ล้านบาท -3%QoQ -6%YoY เนื่องจากพอร์ตสินเชื่อ ณ ปลายมิ.ย. 66 เท่ากับ 87,246 ล้านบาท +5%QoQ +23%YoY ดีกว่าเป้าเติบโต 10-20%YoY เติบโตตามจำนวนผู้ถือบัตรเงินติดล้อราว 576,000 ใบ +44%YoY ปริมาณการใช้ +15.9%YTD หนุนรายได้ดอกเบี้ยรับ (สัดส่วน 83%) +25%YoY ส่วนเบี้ยประกันรับจากธุรกิจประกันวินาศภัย +29%YoY (ดีกว่าเป้าเติบโตที่ 20-25%) ส่งผลให้มีกำไรก่อนผลขาดทุนด้านเครดิตฯ +22%YoY ไม่พอที่จะชดเชยผลขาดทุนด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้น +135.8%YoY สำหรับงวด 1H66 มีกำไรสุทธิ 1,882 ล้านบาท -2%YoY
•ปลายมิ.ย. 66 %NPL เท่ากับ 1.54% ลดลงจาก 1.58% ณ ปลายปี 65 และยังอยู่ในกรอบที่ระดับต่ำกว่า 1.8% ขณะที่อัตราส่วนเงินสำรองต่อ NPL (Coverage ratio) เท่ากับ 266% แม้ลดลงจาก 270% ณ ปลายปี 65 แต่ยังอยู่ในระดับสูง สำหรับ credit cost ที่เร่งตัวขึ้นสู่ 3.15% จาก 3.09% ในงวด 1Q66 แต่ยังไม่เกินเพดานที่ 3.35% ซึ่งคาดจะสูงสุดใน 3Q66
•ความเห็น ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกจากรายได้ 2H66 มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งจากการขยายสาขาเพิ่มและการเข้าสู่ฤดูกาลในช่วงปลายปี กำไร 1H66 คิดเป็น 47% ของคาดการณ์กำไรปี 66 โดย Bloomberg Consensus ที่ 3,982 ล้านบาท +9%YoY ราคาหุ้นที่ปรับลง 12%YTD ซื้อขายที่ระดับ P/E 18x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ระดับ 19.7x
หุ้นมีข่าว
(+) SAT (Bloomberg consensus 22.00 บาท) มั่นใจรายได้ปี 2566 โตกว่าอุตสาหกรรมราว 5% แม้ภาคการเกษตรยังชะลอตัวตามสภาพอากาศโลกและภัยแล้ง เผยทยอยรับรู้รายได้จากออเดอร์ใหม่ของบริษัทลูก SAA ตั้งแต่เดือน มิ.ย. และเตรียมส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าปลายไตรมาส 3/2566 นี้ (ที่มา ทันหุ้น)
(+) IHL (Bloomberg consensus - บาท) คงเป้ายอดขายปี 2566 โต 5-10% ตามเป้า หลังจากครึ่งปีแรก 2566 ทำได้แล้วกว่า 1 พันล้านบาท หนุนโดยธุรกิจรองเท้า และธุรกิจผลิตเบาะหนังรถยนต์ ที่มีแนวโน้มขยายตัวดี แย้มอยู่ระหว่างเจรจารับ OEM ต่างประเทศเพิ่ม รับกังวลนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 600 บาท อาจกระทบต้นทุนปรับตัวสูง (ที่มา ทันหุ้น)
(+) CHG (Bloomberg consensus 3.50 บาท) เล็งไตรมาส 3/2566 รับไฮซีซัน แถมได้อานิสงส์ปรับขึ้นอัตราเหมาจ่ายรายหัว "ประกันสังคม" พร้อมรับผลดีต่างชาติแห่เข้าใช้บริการต่อเนื่อง ลุยบุ๊กศูนย์การแพทย์ และโรงพยาบาลจุฬารัตน์ แม่สอด มั่นใจภาพรวมทั้งปี 2566 รายได้แตะ 8,000 ล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)
(+) JASIF-INTUCH-ADVANC ผู้ถือหน่วย JASIF ไฟเขียวปรับสัญญา ลดค่าเช่าประกันรายได้ 3 พันล้านบาทต่อปี ให้ 3BB ล้นหลาม 96.21% ดัน 3BB ฟื้นทันที ด้านผู้บริหาร INTUCH คาด กสทช. อนุมัติดีล ADVANC ซื้อ 3BB ได้ไตรมาส 3 ปีนี้ ชูขยายฐานเน็ตบ้าน มีซินเนอร์ยี่สูง (ที่มา ทันหุ้น)









