วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.ยูโอบี เคย์ เฮียนฯ การโหวตนายกรัฐมนตรีผ่านไปด้วยดี

การเมืองที่น่าจะเริ่มนิ่งมากขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศลงทุน แครดิเดตพรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน ได้รับการรับรองให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 แม้จะมีประเด็นที่ตลาดกังวลการโปรดเกล้าฯ มีการเลื่อนออกไปจากกำหนดการเดิม

แต่อำนาจต่อรองของพรรคเพื่อไทยที่สูงขึ้น และสถานการณ์ทางการเมืองที่จะเริ่มนิ่งมากขึ้นและมีตัวแปรของความเปลี่ยนแปลงที่น้อยลง จะเป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศลงทุนระยะสั้น โดยสัญญาณเงินทุนไหลเข้าระยะสั้นเริ่มเป็นบวก ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้น 509 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ 4,063 ล้านบาท ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนเช้านี้ (23 ส.ค.) แข็งค่าขึ้นสู่ 34.92 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ (จาก 17 ส.ค.ที่ 35.46 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ) 

ภาพรวมเป็นการเลือกหุ้นรายตัวที่มีแรงหนุนผลการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง เราคาดเพื่อไทยจะผลักดันนโยบายหลักที่หาเสียงไว้ โดยเฉพาะการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ / การแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท / การหหนุนราคาสินค้าเกษตร / ซึ่งภาพรวมกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น 5.6 แสนล้านบาท จะส่งผลดีต่อ 1) กลุ่มค้าปลีก โดยเฉพาะ CPAXT (ส่วนหุ้นอื่นต้องดูขอบเขตการนำเงินไปใช้) 2) กลุ่มไฟแนนซ์ จากการที่ประชาชนน่าจะเหลือเงินชำระหนี้เพิ่มมากขึ้น บวกต่อคุณภาพลูกหนี้ที่จะดีขึ้น // สำหรับกลุ่มอื่นที่โมเมนตัมผลประกอบการจะปรับดีขึ้นได้แก่ พลังงาน ท่องเที่ยว // สำหรับหุ้นกลุ่มอิงการเมือง และที่พึ่งพิงรายได้ภาครัฐ เช่น รับเหมาก่อสร้าง อาจต้องระวังการใช้จ่ายภาครัฐที่ชะลอและล่าช้า จะกระทบผลประกอบการในช่วงไตรมาส 3/66-1/67 ทำให้หุ้นอาจซ้ำรอยเลือกตั้งปี 2562 ที่ขึ้น 2 เดือน แต่ปรับตัวลง 6 เดือนหลังจากนั้น


 

ปัจจัยจับตาอื่นๆ 1) ผลประกอบการของ NVDIA ที่จะประกาศคืนนี้ และปฏิกิริยาของตลาด ซึ่งจะมีผลกำหนดโทนของบรรยากาศตลาดต่างประเทศ 2) การประชุมประจำปีธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ Jackson Hole วันที่ 24-26 ส.ค. 3) งานนำเสนอข้อมูลการลงทุนหุ้นไทย Thailand Focus 23 ส.ค.66

ภาพรวมกลยุทธ์: แม้บรรยากาศลงทุนระยะสั้นเป็นบวก แต่ยังระวังแรงกดดันจากการขายทำกำไรในตลาดหุ้นโลกอาจมากระทบบรรยากาศลงทุนหุ้นไทย กลุ่มที่น่าสนใจช่วงนี้คือ 1) หุ้นขนาดกลางขนาดเล็กที่มีการถือครองต่ำ 2) กลุ่มที่ผลประกอบการครึ่งปีหลังจะออกมาดีหรือดีต่อเนื่อง 3) หุ้นที่มีปัจัยบวกเฉพาะตัว 4) กลุ่มไฟแนนซ์ จากความหวัง Digital wallet เพิ่มความสามารถในการชำระหนี้

หุ้นแนะนำ: TIDLOR*, CPAXT*, PTG*, BAM*

แนวรับ: 1,535 / แนวต้าน : 1,560-1,580 จุด 

สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%


 

ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ

ประธานเฟดริชมอนด์หนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ย – นายโธมัส บาร์กิน กล่าวว่า เฟดจะต้องเปิดกว้างต่อความเป็นไปได้ที่ว่าเศรษฐกิจจะเร่งตัวขึ้น มากกว่าที่จะชะลอตัวลง ซึ่งจะบ่งชี้ให้เฟดต่อสู้กับเงินเฟ้อต่อไป โดยยอดค้าปลีกแข็งแกร่งกว่าคาดในเดือนก.ค. ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคดีดตัวขึ้น ซึ่งแสดงถึงการเร่งตัวขึ้นที่แตกต่างจากช่วง 3-4 เดือนก่อนหน้านี้ 

สินเชื่อระบบแบงก์พาณิชย์หดตัวเล็กน้อย - โดยลดลง 0.4% yoy จากการทยอยชำระคืนหนี้ของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะการชำระคืนสินเชื่อ SMEs (รวม soft loan) และภาครัฐ ประกอบกับมีการบริหารจัดการคุณภาพหนี้ของธนาคารพาณิชย์ ทั้งนี้ สินเชื่อยังขยายตัวได้ส่งผลให้ NPL ลดลงมาอยู่ที่ 492.3 พันลบ. คิดเป็นสัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมที่ 2.67%

HANA เร่งผลิตแผงวงจร - มอง 3Q23 ดีมานด์แผงวงจร PCBA เติบโตแกร่ง ขณะที่กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในปัจจุบันยังคงไม่เห็นการเติบโตแบบ V-Shape พร้อมอัดงบ 3.4 พันล้านบาท แก้ปัญหาคอขวด SiC คาดเริ่ม COD ต้นปี 2567 เป็นต้นไป พร้อมมองโอกาสลงทุนใหม่ต่อยอดธุรกิจอย่างต่อเนื่อง 

หุ้นที่น่าสนใจทางเทคนิค: TCAP, DMT, ERW, BCH, BJC, BA, MC, AUCT

 

ประเด็นติดตาม: 23 ส.ค. – EU HCOB PMI, US Building Permits, New Home Sales, S&P Global PMI, TH Exports/ 24 ส.ค. – US Core Durable Goods, Initial Jobless Claims, Jackson Hole Symposium

 (* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)