วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จับตาพัฒนาการทางการเมืองไทย

ทางเทคนิค คาด SET Index เคลื่อนไหว Sideways Up แนวรับ 1,515/1,506 จุด แนวต้าน 1,526/1,535 จุด สามารถลดช่วงลบแรงในระหว่างวันและหนุนดัชนีฯ ให้กลับขึ้นมายืนเหนือระดับ Neck-line ของรูปแบบ Headline & Shoulder บริเวณ 1,515 จุด ได้วานนี้

ถือว่าเป็นโมเมนตัมบวกต่อทิศทางดัชนีฯ วันนี้ อย่างไรก็ดี สัญญาณขายรอบใหม่จะมีการยืนยัน หากดัชนีฯ ปิดต่ำกว่าระดับ 1,515 จุด โดยมีเป้าหมายขาลงที่ 1,475 จุด

 

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จับตาพัฒนาการทางการเมืองไทย

 

ประเด็นสำคัญวันนี้ ไฮไลท์อยู่ที่

1) +การเมืองไทย: หลังจากศาลรัฐธรรมนูญ มีคำตัดสินวานนี้ ไม่รับคำร้องของผู้ตรวจราชการแผ่นดิน ทำให้กระบวนการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีของรัฐสภา กลับมาดำเนินการได้ต่อไป โดยประธานสภานัดโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี วันที่ 22 ส.ค. 2023 เราคาดว่าเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทย เพราะสุญญากาศการเมืองที่ยาวนานกว่า 3 เดือน (วันเลือกตั้ง 14 พ.ค.) จะสิ้นสุดลง โดยคาดว่านายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งเสนอโดยพรรคเพื่อไทย จะได้การโหวตเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 จากการมีคะแนนเสียงสนับสนุนเกินกว่ากึ่งหนึ่งของสภา (374 เสียง) โดยจะมีเสียงสนับสนุน 314 เสียง จาก 11 พรรคพันธมิตรพิเศษ (รวมพรรครวมไทยสร้างชาติ) (Figure 1) และที่เหลือจะมาจากการสนับสนุนของ สว. ซึ่งต้องการเพียง 60 เสียง จากทั้งหมด 250 เสียง

ทั้งนี้ ไทม์ไลน์ต่อไป คือ กระบวนการจัดตั้งคณะรัฐบาล (35 รัฐมนตรี) ก่อนที่จะเข้าเฝ้าเพื่อรับตำแหน่ง และแถลงนโยบายต่อสภา ก่อนเริ่มนับหนึ่งบริหารประเทศต่อไป โดยคาดจะใช้เวลาอีก 4 สัปดาห์ ซึ่งการเร่งนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจหลังรับตำแหน่ง จะเป็นหนึ่งในปัจจัยบวกสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น และช่วยหนุนดัชนีฯปรับขึ้นไปสู่ระดับศักยภาพ 1,588 จุด

 

 

2) -แนวโน้มแข็งค่าของค่าเงิน USD ยังคงเป็นลบต่อตลาดหุ้นเอเชีย และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (เป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มมีรายได้ในรูป USD อาทิ ชิ้นส่วนอิเล็กฯ ส่งออก) โดยค่าเงิน USD ในตะกร้า 6 สกุลหลักล่าสุด แข็งค่าขึ้นมาใกล้ระดับสูงสุดรอบ 5 สัปดาห์ที่ 103 (Figure 2) เป็นผลจาก 1. ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (แรงซื้อสกุล USD เพิ่มขึ้น จากการเกิดภาวะ Risk-Off ในตลาดหุ้น และเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มเติบโตดีกว่าประเทศอื่น ๆ ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวในครี่งหลังปีนี้) 2. การกังวลต่อ ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มเติม อาทิ Geopolitical Risk, วิกฤติผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทจีน Country Garden อาจคล้ายกับกรณี Evergrand ) 3. การปรับขึ้นของยิลด์พันธบัตรระยะยาวสหรัฐฯ เนื่องจากตลาดเพิ่มโอกาสเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย จากแนวโน้มเงินเฟ้อเป็น Sticky Inflation และการออกขายพันธบัตรระยะยาวจานวนมากของรัฐบาลสหรัฐฯ ส่งผลอุปทานล้น


3) ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ: จับตา US รายงาน Weeky Initial Jobless Claims คาด +240k (Vs สัปดาห์ก่อนหน้า +248k) และ CB Leading Index เดือน ก.ค. คาด -0.4% MoM (Vs เดือน มิ.ย. -0.7% MoM) โดยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ดีกว่าคาด จะส่งผลต่อยิลด์พันธบัตรสหรัฐฯ และค่าเงิน USD แข็งค่าขึ้น (เป็นลบต่อตลาดหุ้นโลก ยกเว้นสหรัฐฯ)

 

กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ หุ้นที่มีรายได้ในรูป USD ได้แก่ KCE SAPPE และหุ้นอิงการเมือง SC

 

 

 

Strategic daily picks

KCE   ปิด 47.25 บาท/แนวรับ 44.75 บาท แนวต้าน 49.00 บาท

KCE รายงานยอดขายรวม 3.89 พันล้านบาท (-3.16% QoQ, -16.49% YoY) และกำไรสุทธิ 376.2 ล้านบาท (+8.89% QoQ,-34.22% YoY) เป็นผลจากความต้องการสินค้าของลูกค้าลดลง ตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว นอกจากนี้ บริษัทประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลที่ 0.60 บาท Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 1.76 พันล้านบาท

 

SAPPE    ปิด 87.75 บาท/แนวรับ 85.00 บาท แนวต้าน 92.25 บาท

KTX คงคำแนะนำการลงทุน “Outperform” อิงแนวโน้มการเติบโตของกำไรโดดเด่นใน 3 ปีข้างหน้าเฉลี่ย 33% ต่อปี ขณะที่รายงาน 2Q23 กำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 312 ล้านบาท ดีกว่าคาด 7% จากอัตรากำไรดีกว่าคาด โดยเติบโต 87% YoY และ 14% QoQ จากการเติบโตของยอดขายทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงวางแผนการบริหาร ทำให้บริษัทมีอัตราการใช้กำลังผลิตเพิ่มขึ้น เพื่อลดต้นทุนคงที่ต่อหน่วย และหนุนอัตรากำไรเพิ่ม

 

SC    ปิด 4.34 บาท/แนวรับ 4.22 บาท แนวต้าน 4.50 บาท

Bloomberg Consensus ประมาณการกำไรสุทธิปี 2023 ที่ 2.65 พันล้านบาท ขณะที่รายงานผลการดำเนินงาน 1H23 มีรายได้จากการดำเนินงาน 1.01 หมื่นล้านบาท (+12% YoY) และกำไรสุทธิ 1.13 พันล้านบาท (+16% YoY) ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการโอน 2 โครงการระดับ Super Luxury (28Chidlom และ SCOPE Langsuan) พร้อมประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลปี 2023 ที่ 0.08 บาททั้งนี้ ณ สิ้นเดือน มิ.ย. มียอดขายรอโอน (Backlog) รวม 1.30 หมื่นล้านบาท

 

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จับตาพัฒนาการทางการเมืองไทย