วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Weekly Market Strategy : บล.เคจีไอฯ ยังมองบวกสถานการณ์การเมืองไทยสัปดาห์นี้

ตลาดน่าจะขึ้นได้ช่วงปลายสัปดาห์ หลังทราบคำตัดสินของศาลในวันพุธ  ในสัปดาห์ที่แล้ว (7 – 11 สิงหาคม) ตลาดหุ้นไทยยังค่อนข้างผันผวนจากเหตุผลหลายประการ

โดยนักลงทุนยังคงรอความชัดเจนทางการเมืองในสัปดาห์นี้ (15-18 สิงหาคม) จากการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในประเทศการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีซ้ำ และโอกาสที่จะมีการลงมติเลือกนายกรอบใหม่ นอกจากนี้ ดัชนี US dollar Index และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐยังดีดตัวขึ้นแรง เพราะเจ้าหน้าที่ FOMC มีมุมมองที่แตกต่างกันไปต่อแนวโน้มนโยบายการเงินของสหรัฐในช่วงที่เหลือของปีนี้ แม้ว่าส่วนใหญ่จะเห็นตรงกันว่าเงินเฟ้อสหรัฐปรับลดลงมาแล้วในช่วงนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าปัจจัยแบบ bottom-up มีบทบาทมากขึ้นในการทำให้ตลาดผันผวนมากขึ้น เนื่องจากมีบริษัทนอกภาคการเงินจำนวนมากส่งงบ 2Q66

 

สำหรับในสัปดาห์นี้ (15-18 สิงหาคม) เรายังมองแนวโน้มดัชนี SET บวกปานกลาง เนื่องจากเรามองว่า น่าจะมีการกำหนดวันลงมติเลือกนายกรอบใหม่ภายในปลายสัปดาห์นี้ ภายใต้สมมติฐานว่าศาลไม่ได้สั่งให้รัฐสภาเลื่อนการลงมติออกไปอีก ทั้งนี้ เนื่องจากจากความเชื่อมั่นผู้บริโภค และดัชนีเศรษฐกิจบางตัวอ่อนแอลงในช่วงนี้ รัฐบาลใหม่จึงน่าจะให้ความสำคัญอันดับต้น ๆ กับการเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ สำหรับปัจจัยภายนอก จะมีการเผยแพร่รายงานการประชุม FOMC รอบที่แล้วในสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจจะทำให้มีแนวนโยบายการเงินของสหรัฐมีความชัดเจนมากขึ้น โดยในภาพรวมแล้วเราคาดว่าตลาดน่าจะเตาะแตะไปจนกว่าศาลจะมีคำตัดสินออกมาในวันพุธ และหลังจากนั้นเราคาดว่าตลาดน่าจะขยับขึ้นได้อย่างแข็งแกร่งในช่วงท้ายสัปดาห์

 

 

ติดตามตัวเลขค้าปลีกสหรัฐ, รายงานการประชุม FOMC, การเมืองไทย และผลประกอบการ 2Q66

ปัจจัยต่างประเทศ: ในสัปดาห์นี้ ความคาดหมายต่อทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐจะเป็นขึ้นกับตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่จะประกาศออกมา อย่างเช่น ยอดค้าปลีกเดือนกรกฎาคม (วันนี้) และรายงานการประชุม FOMC ทั้งนี้ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาผู้บริหารหลักของ Fed ค่อนข้างเสียงแตกโดยมีทั้งออกไปในเชิง hawk/dove ดังนั้น รายงานการประชุมที่จะออกมารอบนี้จึงอาจจะทำให้นักลงทุนเห็นแนวทางที่ชัดเจนมากขึ้นของการตัดสินนโยบายการเงิน Fed ในการประชุมเดือนกันยายน

ปัจจัยในประเทศ: ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น กระแสข่าวการเมืองน่าจะเป็นปัจจัยหลักในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ การตัดสินของศาลเรื่องการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีซ้ำในวันที่ 16 สิงหาคม และกำหนดการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีรอบใหม่ ภายใต้สมมติฐานว่าศาลไม่ได้สั่งให้รัฐสภาเลื่อนการลงมติออกไปอีก สำหรับในด้านของปัจจัยพื้นฐาน บริษัทจดทะเบียนจะส่งงบ 2Q66 ครบภายในวันพุธ ซึ่งหลังจากนั้นจะเห็นแนวโน้มการปรับประมาณการ EPS ปีนี้ และปีหน้าของบริษัทจดทะเบียนไทยที่ชัดเจนมากขึ้น

เพิ่มสถานะการถือครองหุ้นเพื่อรอรับความผันผวนในระยะสั้น

ดังที่เราเคยกล่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ ว่าสถานการณ์การเมืองน่าจะชัดเจนมากขึ้นในเร็ว ๆ นี้ และประเทศไทยน่าจะสามารถตั้งรัฐบาลใหม่ได้ภายในครึ่งหลังของเดือนสิงหาคม ดังนั้น เราจึงแนะนำให้นักลงทุนเพิ่มสถานะการถือครองหุ้นในธีมต่อไปนี้ ดอกเบี้ยไทยยังขึ้นต่อเนื่อง, หุ้นที่อ่อนไหวกับนโยบายของรัฐบาล, หุ้นที่จะได้อานิสงส์จากการที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวดี และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน รวมถึงหุ้นที่ผลประกอบการ 2Q66 แข็งแกร่ง โดยหุ้นเด่นของเราได้แก่ BBL*, GULF*, STEC*, SCGP*,TOP*, SISB และ SNNP* อย่างไรก็ตาม เราถอดหุ้น IVL* ออกจากรายการหุ้นเด่นประจำสัปดาห์ของเราเนื่องจากสถานการณ์ในสายการผลิต PET ที่อ่อนแอ