วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จับตาผลประกอบการบจ.ไทย และดุลการค้าจีน

ทางเทคนิค คาด SET Index อ่อนตัว แนวรับ 1,526 จุด (EMA 25 วัน)/1,520 จุด แนวต้าน 1,540 จุด (EMA 75 วัน)/1,545 จุด โดยดัชนีฯ มีโอกาสร่วงลงต่อเนื่องไปถึงระดับ 1,500/1,488 จุด

หากดัชนีฯ หลุดแนวรับสำคัญของกรอบ Up Channel ที่ 1,515 จุด ซึ่งจะทำให้เกิดสัญญาณขายรอบใหม่

ประเด็นสำคัญวันนี้ ตลาดจะให้ความสนใจมากขึ้นต่อการจัดตั้งพรรครัฐบาลใหม่ ที่เริ่มต้นโดยพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย (212 เสียง) โดยจะมีการทยอยประกาศรายชื่อพรรคร่วมรัฐบาลใหม่อย่างต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ (ตลาดคาดว่าจะเป็นพรรคร่วมที่มีจำนวนเสียง 260-264 เสียง มาจาก พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชาติ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคเล็กอื่น ๆ โดยไม่มีพรรคก้าวไกล พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ) อย่างไรก็ดี ตลาดยังกังวลต่อเสียงสนับสนุนที่ยังไม่เพียงพอต่อการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจากรัฐสภา (ต้องการ 374 เสียง) ซึ่งหมายถึงมีความเป็นไปได้เช่นกัน ที่อาจต้องดึงพรรคพลังประชารัฐ เข้าร่วมในที่สุด

 

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จับตาผลประกอบการบจ.ไทย และดุลการค้าจีน

ประเด็นสำคัญวันนี้ ไฮไลท์อยู่ที่

1) ผลประกอบการบจ.: บจ.ไทยจำนวนมาก เริ่มทยอยประกาศตั้งแต่วันนี้ โดยรายงานกำไรที่ดีหรือแย่กว่าคาดจะส่งผลต่อราคาหุ้นระยะสั้น โดยอิงจากประมาณการของ Bloomberg Consensus เราคาดว่าบจ. ที่คาดว่าจะมีโมเมนตัมบวก จากรายงานกำไรเติบโตสูงขึ้น YoY ได้แก่ SNNP (Figure 1) ส่วนบจ. ที่คาดว่าจะรายงานกำไรเติบโตลดลง YoY ได้แก่ ASIAN SYNEX BCPG ทั้งนี้ เราคาดว่า GPSC มีความเสี่ยงเชิงลบ จากการคาดว่าจะรายงานผลกำไรต่ำกว่าคาดการณ์เพียง 532 ล้านบาท เทียบกับคาดการณ์ของตลาดที่ 1,085 ล้านบาท ขณะที่ SNNP คาดว่าจะรายงานกำไร 163 ล้านบาท ใกล้เคียงกับคาดการณ์ของตลาดที่ 161 ล้านบาท ส่วนในต่างประเทศ จับตารายงานผลกำไรของ Softbank, UPS

2) ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ: จับตา จีนรายงานการค้าระหว่างประเทศเดือน ก.ค. โดย Consensus คาดว่าจะรายงานเกินดุล +USD70.6bn. ใกล้เคียงกับเดือน มิ.ย. ที่เกินดุล +USD70.62bn. โดยการเกินดุลยังคงเป็นผลจาก การนำเข้าหดตัวลงต่อเนื่อง -5.0% YoY (Vs เดือน มิ.ย. -6.8% YoY) (Figure 2) ขณะที่ส่งออกปรับลดลง -12.5% YoY (Vs เดือน มิ.ย. -12.4% YoY) ตามเศรษฐกิจโลกที่มีสัญญาณชะลอตัว (ทั้งนี้ การค้าระหว่างประเทศของจีนที่ชะลอตัว ส่วนใหญ่เป็นไปตามคาดการณ์ โดยตลาดจะให้ความสนใจต่อการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ภายหลังตัวเลขการค้าที่ปรับลดลง โดยจะเป็นเชิงลบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ หากไม่มีการออกมาตรการเพิ่มเติม)


กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ เก็งกำไรหลักทรัพย็ที่คาดว่าจะรายงานผลประกอบการเติบโตดี ได้แก่ AOT CK MINT

 

 

Strategic daily picks

AOT   ปิด 70.75 บาท/แนวรับ 69.25 บาท แนวต้าน 72.25 บาท

Bloomberg Consensus คาดประกาศงบวันที่ 11 ส.ค. โดยประเมินกำไรสุทธิ 3Q23 ที่ 3,243 ล้านบาท เติบโต +246.9% YoY, +74.3%QoQ จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปรับตัวสูงขึ้น รับการเปิดประเทศของจีน และให้ราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 71.50 บาท มี % Upside อยู่ 13% จากคาดว่าจะรายงานกำไรสุทธิปีนี้ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท พลิกจากขาดทุน -1.1 หมื่นล้านบาท ในปี 2022

 

CK     ปิด 21.70 บาท/แนวรับ 20.40 บาท แนวต้าน 22.50 บาท

Bloomberg Consensus คาดประกาศงบวันที่ 11 ส.ค. โดยประเมินกำไรสุทธิ 2Q23 ที่ 535 ล้านบาท เติบโต +78.6% YoY, +146% QoQ จากการรับรู้กำไรที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทร่วมและบริษัทย่อย และให้ราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 26.42 บาท มี %Upside อยู่ 23% จากคาดว่าจะรายงานกำไรสุทธิปีนี้ที่ 1,660 ล้านบาท เติบโต 50% YoY

 

MINT     ปิด 31.75 บาท/แนวรับ 30.00 บาท แนวต้าน 34.75 บาท

Bloomberg Consensus คาดประกาศงบวันที่ 10 ส.ค. โดยประเมินกำไรสุทธิ 2Q23 ที่ 2,379 ล้านบาท เติบโต +52.4% YoY, +344% QoQ จากการรับรู้กำไรธุรกิจโรงแรมในยุโรปที่เข้าสู่ช่วง High Season ที่ปรับตัวดีขึ้น และให้ราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 40.48 บาท มี % Upside อยู่ 24% จากคาดว่าจะรายงานกำไรสุทธิปีนี้ที่ 6,104 ล้านบาท เติบโต 42.4% YoY

 

วิเคราะห์แนวโน้มตลาด : บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จับตาผลประกอบการบจ.ไทย และดุลการค้าจีน