คาดพรรคเพื่อไทยยยอยเปิดตัวพันธมิตรจัดตั้งรัฐบาล การแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย เราประเมินเป็นการเปิดตัวพรรคพันธมิตรที่น่าจะได้รับกระแสต่อต้านน้อยที่สุด
เมื่อเทียบกับพรรคประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ ที่แต่ละพรรคจะมีประเด็นอ่อนไหวต่อฐานเสียงหรือผู้ลงคะแนนของพรรคเพื่อไทยเอง ทั้งนี้การเปิดตัวดังกล่าวยืนยันมุมมองของเราที่ประเมินความน่าจะเป็นของการตั้งรัฐบาลที่จะนำโดยเพื่อไทย และส่งผลให้หุ้นในกลุ่มอิงการเมืองโดยเฉพาะที่นักลงทุนมองว่าเกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทยปรับตัวขึ้นโดดเด่นในระยะสั้น
ปัจจัยภายนอก ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจจีนและเงินเฟ้อสหรัฐฯ วันนี้จีนรายงานตัวเลขส่งออก ก.ค. ซึ่งตลาดประเมินส่งออก -13.2% (ชะลอจาก มิ.ย.ที่ -12.4%) ขณะที่นำเข้า -5.6% (จาก มิ.ย. -6.8%) ขณะที่ 10 ส.ค. ติดตามเงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI) ก.ค. ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมิน CPI +0.2% MoM และ+3.3% YoY / Core CPI +0.2% MoM และ +4.7% YoY // ทั้งนี้ประเมินตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่ชะลอจะไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อตลาดมากนัก และอาจเพิ่มความน่าจะเป็นในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่เงินเฟ้อสหรัฐฯ อาจมีการดีดตัวขึ้นบ้างหลังจากลงมาต่อเนื่อง
แนวโน้มผลประกอบการและกลุ่มที่น่าจับตา 1) กลุ่มธนาคาร รายงานผลประกอบการไปแล้ว แต่จะมีการประกาศงบฉบับรับรอง และเงินปันผลระหว่างการในช่วงกลางเดือน ส.ค. ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกหุ้นบรรยากาศระยะสั้น 2) กลุ่มโรงกลั่น ครึ่งปีหลังฟื้นตัว แต่งบที่จะออกจะอ่อนแอ ดังนั้นไม่ไล่ซื้อและเน้นตั้งรับเมื่อ่อนตัว 3) กลุ่มค้าปลีก เข้าสู่ low season ของผลประกอบการ บวกด้วยกังวลการเมืองและภัยแล้ง ทำให้ในระยะสั้นหุ้นยังอาจเคลื่อนไหวแย่หว่าตลาด เน้นซื้อเมื่อ่อนตัว 4) กลุ่มประกัน มีแนวโน้มตั้งสำรองขาดทุนและด้อยค่าเงินลงทุนในหุ้นและหุ้นกู้ STARK ทำให้ควรรอดูผลกระทบของงบรายตัวก่อนเข้าลงทุน
ภาพรวมกลยุทธ์: แกว่งตัว 1,520-1,545 จุด ระวังแรงทำกำไรในตลาดหุ้นโลกหลังหลายตลาดลงทดสอบแนวรับ ขณะที่ในประเทศแกว่งตามพัฒนาการด้านการเมือง กลุ่มทีน่าสนใจช่วงนี้คือ 1) หุ้นขนาดกลางขนาดเล็กที่มีการถือครองต่ำ 2) กลุ่มที่ผลประกอบการจะออกมาดี 3) กลุ่มอิงภายนอกที่ดีต่อในครึ่งหลังมีแค่พลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น (แต่ระยะสั้นอาจต้องระวังผลประกอบการ) ขณะที่ปิโตรเคมีจะแย่ยาว ทำให้เหมาะแค่การเก็งกำไร
หุ้นแนะนำ: CPN*, SCB*, TU*, SAMART*
แนวรับ: 1,520-1,528 / แนวต้าน : 1,535-1,545 จุด
สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ
เพื่อไทยจับภูมิใจไทยร่วมตั้งรัฐบาล – พรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทยจัดตั้งรัฐบาลด้วยเสียงเริ่มต้น 212 เสียง เตรียมดึงพรรคฯ อื่นเข้าร่วมด้วยภายในสัปดาห์นี้ แต่ยืนยันไม่มี 2 ลุง ดันเศรษฐานั่งนายกรัฐมนตรี แสดงความมั่นใจมีเสียงสว. ช่วยหนุน
เงินเฟ้อไทย ก.ค. ต่ำกว่าตลาดคาด – เงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) ในเดือน ก.ค.66 เพิ่มขึ้น 0.38% yoy เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.23% yoy ในเดือน มิ.ย. แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดที่ 0.64-0.66% yoy เนื่องจากการชะลอตัวของสินค้าในหมวดอาหาร เช่น เนื้อหมู และเครื่องประกอบอาหารที่มีราคาลดลง และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) เพิ่มขึ้น 0.86% yoy ลดลงจาก 1.32% yoy
ADVANC กำไรโตเด่น – กำไรใน 2Q23 แตะ 7,180 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% ARPU ฟื้นแล้วตามนัด หลังลูกค้าแห่ใช้ 5G ท่องเที่ยวฟื้น ด้านธุรกิจอินเทอร์เน็ต ARPU ขยับขึ้นเช่นกัน พร้อมแจกปันผล 4 บาท คาดจ่อปิดดีล TTTBB ในปีนี้
BCPG อัพฐานลงทุนสหรัฐ – เพื่อลงทุนเพิ่มเติมในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ แครอล เคาน์ตี้ เอนเนอร์ยี่ รัฐโอไฮโอ ด้วยเงินลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท หนุนกำลังผลิตในสหรัฐตามสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 577 เมกะวัตต์ เป็น 857 เมกะวัตต์ ส่งผลให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นรวมทั้งหมด 2,024 เมกะวัตต์
ประเด็นติดตาม: 8 ส.ค. – CH Export/ 10 ส.ค. – US CPI, Initial Jobless Claims/ 11 ส.ค. – US PPI, TH Consumer Confidence
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









