ประธานเฟดส่งสัญญาณเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ย ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เข้าให้ถ้อยแถลงต่อคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน โดยแสดงความเห็นว่ากรรมการเกือบทุกท่านในคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC)
มองว่าเป็นเรื่องเหมาะสมที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อไปภายในปลายปีนี้ ขณะที่เงินเฟ้อแม้ลดลงแต่ยังสูงกว่าเป้าหมายที่ 2% และแสดงความเห็นว่าการการทำให้เงินเฟ้อปรับลง จำเป็นที่เศรษฐกิจจะต้องชะลอตัวลงต่ำกว่าแนวโน้ม ทั้งนี้ UOB Global Market Research มองผลของการขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าว คาดจะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เกิดการชะลอตัวจนเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิคในช่วงครึ่งปีหลัง โดยคาด GDP สหรัฐฯ จะชะลอตัวลงจาก +1.3% และ +1.6% ในช่วงไตรมาส 1/66 และ 2/66 กลายเป็น -3.2% และ 3.2% ในช่วงไตรมาส 3/66 และ 4/66 ก่อนจะกลับเป็นบวกได้ +2.3% ในไตรมาส 1/67 ทำให้ในระยะ 2-3 เดือนข้างหน้า อาจต้องเพิ่มความระวังความผันผวนที่มาจากปัจจัยภายนอก และผลกระทบที่จะต่อเนื่องมาจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัว
สภาพคล่องที่มีแนวโน้มลดลง จะกดดันให้เกิด de-rating ในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า การที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยได้ต่อ ประกอบกับการดำเนินนโยบายการเงินตึงตัว (QT) ของธนาคารกลางขนาดใหญ่หลายแห่ง ทำให้สภาพคล่องของการลงทุนโดยรวมจะลดลง ซึ่งภาวะดังกล่าวจะส่งผลให้หุ้นอาจซื้อขายด้วยพรีเมียมที่ลดลง หรือซื้อขายด้วย PER ที่ต่ำลง ซึ่งภาวะดังกล่าวจะกระทบรุนแรงกับหุ้นที่ 1) ซื้อขายด้วย Valuation ที่แพง 2) แนวโน้มกำไรอ่อนแอ หรือมีความเสี่ยงของการปรับลดประมาณการ ทั้งนี้กลุ่มหุ้นที่พอจะรับมือต่อภาวะดังกล่าวได้ คือหุ้นที่ 1) แนวโน้มกำไรยังเป็นบวก เช่น ท่องเที่ยว ค้าปลีก 2) ซื้อขายด้วย Valuation ไม่แพง เช่น ธนาคาร อาหาร 3) มีปันผลในระดับสูง ซึ่งอาจต้องพิจารณาเป็นรายตัว
ภาพรวมกลยุทธ์: ตลาดมีแรงกดดันจากการขายหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มที่แนวโน้มกำไรมีความเสี่ยงต่อการปรับประมาณการลง และกลุ่มที่มี Valuation แพง ซึ่งช่วงเวลาที่ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกกดดันให้เกิด de-rating ทำให้ในเชิงกลยุทธ์ ต้องกลับมาเน้นหุ้นที่โมเมนตัมกำไรเป็นบวก / Valuation ไม่แพง / ปันผลสูง (มี 1 หรือหลายข้อนี้รวมกัน)
หุ้นแนะนำ: NSL*, SAMTEL*, MENA*, SORKON*
แนวรับ: 1,505-1,520 / แนวต้าน : 1,550-1,572 จุด
สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ
พาวเวล ส่งสัญญาณเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ – จนกว่าจะมีความคืบหน้ามากขึ้นเกี่ยวกับการชะลอตัวของเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่เหนือเป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% และเศรษฐกิจจำเป็นจะต้องชะลอตัวลงต่ำกว่าระดับแนวโน้ม ประกอบกับตลาดแรงงานยังคงตึงตัว แม้มีสัญญาณบ่งชี้ภาวะที่ผ่อนคลายลง โดย ขณะที่ค่าจ้างได้ชะลอตัวลง
จีนคาดอุปสงค์น้ำมันในประเทศปี 66 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย - อุปสงค์น้ำมันดิบในจีนจะเพิ่มขึ้นเพียง 3.5% สู่ระดับ 740 ล้านตันในปี 2566 ซึ่งน้อยกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ในเดือนมี.ค.ว่าอุปสงค์น้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้น 4.5% เป็นเพราะเศรษฐกิจจีนขยายตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้
STARK ยังไม่สิ้นความ – บริษัท อดิสรสงขลา จำกัด (ADS) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ STARK ได้ออกหุ้นกู้ 3 ชุด ยังไม่ได้คืนเงินต้นเมื่อครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 1 มิถุนายน 2566 ปรากฏเหตุผิดนัดหุ้นกู้ดังกล่าววงเงินต้นทั้งสิ้น 127 ล้านบาท
AOT เล็งขึ้นค่าบริการ – โดยขอปรับค่าบริการเพิ่ม ชี้เก็บค่าหัว PSC ในประเทศ 100 บาท และระหว่างประเทศ 700 บาท มานานตั้งแต่ปี 2549 ท่ามกลางการลงทุนต่อเนื่อง เห็นช่องเก็บเงินผู้โดยสารรอต่อเครื่อง
Opportunity day: 22 มิ.ย. – ECF, SKE, WAVE, TSC, MAJOR / 23 มิ.ย. – INGRS, ZEN, MGT, TOG, GABLE, PROEN, UREKA / 26 มิ.ย. – WPH, STC, IVL, DUSIT
ประเด็นติดตาม: 23 มิ.ย. – US PMI, EU PMI / 27 มิ.ย. - US Core Durable Goods, CB Consumer Confidence, New Home Sales
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









