วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ดัชนียังคงเคลื่อนไหว sideway หลังจากสหรัฐ รายงาน CPI ใกล้เคียงที่ตลาดคาด โดยมีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มค้าปลีก จากผลการดำเนินงานที่ดีกว่าที่ตลาดคาด ในขณะที่หุ้นกลุ่ม ICT และกลุ่มการแพทย์ เผชิญแรงขายจากงบที่ออกมาไม่ดี
นอกจากนี้นักลงทุนติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ เช่น จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,567.40 จุด -2.16 จุด -0.14% มูลค่าการซื้อขาย 52,780 ลบ. ต่างชาติ -1,600.64 ลบ. TFEX +10,027 สัญญา ตราสารหนี้ +6,893.50 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ สหรัฐเปิดเผยดัชนี PPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิตประจำเดือนเม.ย. โดยดัชนี PPI ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.3%YoY ในเดือนเม.ย. ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2564 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.4% จากระดับ 2.7% ในเดือนมี.ค.
+ หอการค้า เผยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 53.8 เป็น 55.0 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือน ที่ 11 และสูงสุดในรอบ 38 เดือนนับตั้งแต่ เดือนมีนาคม 2563 เป็นต้นมา เนื่องจากผู้บริโภครู้สึกว่าเศรษฐกิจเริ่มปรับตัวดีขึ้นหลังจากที่การท่องเที่ยว ฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจนทั้งการท่องเที่ยว
+ WHO ประกาศยุติภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศสำหรับโรค โรคฝีดาษลิง (mpox) หลังจากที่มีการเตือนภัยขั้นสูงสุดดังกล่าวนับตั้งแต่เดือนก.ค.2565
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 221.82 จุด -0.66% ถูกกดดันจากการดิ่งลงของราคาหุ้นวอลท์ ดิสนีย์ หลังจากบริษัทเปิดเผยจำนวนสมาชิก Disney+ ลดลงอย่างมากในไตรมาส 1 ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารระดับภูมิภาคของสหรัฐร่วงลง หลังจากแพคเวสต์ แบงคอร์ป เปิดเผยยอดเงินฝากลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.69 ดอลลาร์ -2.3% ปิดที่ 70.87 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากปัญหาเพดานหนี้ของสหรัฐทำให้นักลงทุนวิตกกังวลถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอย นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของจีนและสหรัฐ
- จีนรายงานว่า ดัชนี CPI ในเดือนเม.ย.ขยับขึ้นเพียง 0.1%YoY ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 2 ปีหรือนับตั้งแต่ต้นปี 2564
- นางจูลี โคแซค โฆษกกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวว่า การผิดนัดชำระหนี้ของสหรัฐจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลก รวมทั้งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยดีดตัวขึ้น
- ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติ 7-2 ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.50% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551 ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้ยังแกว่งตัวผันผวนระหว่างวัน โดยมีแรงหนุนจากสหรัฐเปิดเผยดัชนี PPI เดือนเม.ย.ดีกว่าตลาดคาด ขณะที่ยังมีแรงกดดันจากความกังวลเรื่องการผิดนัดชำระหนี้ของสหรัฐ มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,560-1,575 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• จำนวนนักท่องเที่ยวปรับตัวเพิ่มขึ้น : AOT BAFS AAV BA MINT CENTEL ERW
• หุ้นเด่น IAA : ADVANC AOT BBL COM7 CPALL
• หุ้นที่ได้ประโยชน์หลังเลือกตั้งอยู่ในกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง ค้าปลีก และนิคมอุตสาหกรรม ได้แก่ PYLON SEAFCO STEC CK CPALL MAKRO BJC WHA AMATA
• หุ้นเข้าคำนวณ MSCI Equity Indexes เข้า MAKRO ออก JMT, TU และ MSCI Small Cap Indexes เข้า JMT, TIDLOR, SAPPE, SISB ,TU ออก – มีผลวันที่ 31พ.ค.
หุ้นรายงานพิเศษ
SMT - แนะนำ “ซื้อ”(Bloomberg Consensus 5.10 บาท)
มุมมองบวกต่อผลการดำเนินงานปี 66
•ผลการดำเนินงานงวด 1Q66 มีกำไรสุทธิ เท่ากับ 73 ลบ. +28.9%YoY, +1.8%QoQ มาจากรายได้จากการขายและบริการจำนวน 646 ลบ. +9.3%YoY, -14.0%QoQ จากการเพิ่มผลิตภณฑ์ใหม่ และการขยายฐานลูกค้า สัดส่วนรายได้แบ่งเป็น IC Packaging 41.2% OPTICS 32.6% PCBA & BOX BUILD 26.2% %GPM เท่ากับ 24.16% (1Q65 = 20.69%, 4Q65 = 20.0%) ปรับตัวสูงขึ้นสาเหตุหลักจากการเพิ่มประสิทธิภารในการผลิต และการขายสินค้าที่มี Margin สูง
•ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปี 66 ราว 4 พันลบ. คิดเป็นการเติบโตราว 37%YoY เป็นการเติบโตจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการขยายฐานลูกค้าเพิ่ม เช่นในประเทศเยอรมัน และโซนยุโรปใต้ และเป้า %GPM ราว 20% โดยปัจจุบัน (สิ้น 1Q66) มียอดการจัดส่ง รวมทั้งคำสั่งซื้อที่ได้รับการยืนยันแล้วกว่า 65% หรือราว 2,600 ล้านบาท
•ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อทิศทางผลการดำเนินงานในอนาคตของบริษัท โดย Bloomberg Consensus คาดการณ์กำไรเฉลี่ย ปี 66 ที่ ในงวด 336 ลบ. และปี 67 ที่ 382 ลบ. ขณะที่ในงวด 1Q66 กำไรคิดเป็น 21.7% ของประมาณการทั้งปีโดยผลการดำเนินงานจะเร่งตัวขึ้น ใน 2Q66 และ 3Q66 เราจึงแนะนำ "ซื้อ" ซึ่งราคาปัจจุบันมี Upside ราว 24% จากราคาเหมาะสม
หุ้นมีข่าว
(+) SABUY (Bloomberg consensus - บาท) คุยพันธมิตร 2-3 ดีลควบกิจการ ยืนยันมีเงิน 5 พันล้านบาท ช็อปบริหารสินทรัพย์ได้ทั้งขายที่ดิน และขายเงินลงทุน SABUY SPEED บางส่วน มองธุรกิจไตรมาส 2 แนวโน้มดีกว่าปีก่อน ทุกธุรกิจขยายตัว มั่นใจรายได้ทั้งปี 2 หมื่นล้านบาท นับถอยหลังเสนอผู้ถือหุ้นตั้งโต๊ะซื้อ AS 1 มิถุนายนนี้ โปรหนักสินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป 0% 12 เดือน (ที่มา ทันหุ้น)
(+) DMT (Bloomberg consensus - บาท) ไตรมาส 1/2566 กำไรโตกว่า 75% ปริมาณการจราจรพุ่ง 107,655 คัน แย้มครึ่งปีหลังมีโอกาสแตะระดับ 120,000 คันต่อวัน ทั้งปีปริมาณการจราจรเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 110,000 คันต่อวัน มั่นใจรายได้ปีนี้โต 30% พร้อมนโยบายสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทำให้ต้นทุนการเดินทางด้วยรถยนต์ลดลงอีกด้วย ขณะที่ยังเดินหน้าประมูลงานใหม่ต่อเนื่อง (ที่มา ทันหุ้น)
(+) MTC (Bloomberg consensus 36.50 บาท) มองเศรษฐกิจฟื้นตัว หนุนลูกค้ามีรายได้เพิ่ม และกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ กด NPL ลดลงอย่างต่อเนื่อง คงเป้า NPL ต่ำ 3.5% ขณะที่ Credit Cost มีแนวโน้มที่ดีขึ้น กางแผนเดินหน้าเปิดสาขาใหม่ 600 แห่ง เสริมแกร่งสิ้นปี 2566 มีสาขาเพิ่มเป็น 7,200 แห่ง คงเป้าพอร์ตสินเชื่อคงค้างปี 2566 โต 20% จากปีก่อน (ที่มา ทันหุ้น)
(+) ICN (Bloomberg consensus - บาท) จับตาบิ๊กโปรเจ็กต์ครึ่งหลัง 2566 เชื่อจบเลือกตั้งโครงการไหลออกเพียบ ด้านผู้บริหารส่งซิกธุรกิจโตทุกไตรมาส จ่อเซ็นสัญญาเร็วๆ นี้ 250 ล้านบาท โชว์แบ็กล็อกเต็มหน้าตัก 2.4 พันล้านบาท ปักหมุดรายได้โต 20-30% อวดผลงานโค้งแรกกวาดเงินเข้าพอร์ต 31.46 ล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)









