วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เข้าสู่เทศกาลประกาศผลประกอบการภาคธุรกิจจริง

ภาพรวมหุ้นไทยระยะสั้นมีหลายปัจจัยถ่วง หุ้นไทยปีนี้เคลื่อนไหวด้อยกว่าตลาดจำนวนมาก เราคาดว่าเกิดจากหลายปัจจัยกดดัน

ได้แก่ 1) GDP ฟื้นตัวช้ากว่าภูมิภาค ขณะที่ AEAN ส่วนใหญ่กลับไปเกินกว่าระดับ pre-covid ไตรมาส 4/62 แล้ว 2) การปล่อยสินเชื่อ SME ของไทยยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัวหลังชะลอมาตั้งแต่โควิด 3) ดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่ 1.75% ต่ำที่สุดในภูมิภาค และต่ำกว่ามาเลเซียและจีนครึ่งหนึ่ง ทำให้ส่วนต่างกับดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ สูงจนส่งผลให้มีความเสี่ยงที่ดอกเบี้ยนโยบายอาจขยับมากกว่าที่ตลาดคาด 4) ความไม่แน่นอนของผลการเลือกตั้งทำให้นักลงทุนมีการปรับพอร์ตลดความเสี่ยง และลดหุ้นที่เกี่ยวกับงานภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา

แต่ภาพรวม พ.ค.-มิ.ย.จะปรับดีขึ้น จาก 1) Honeymoon period rally หลังการเลือกตั้ง จากความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 2) การหยุดขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ คาดทำให้เกิดบรรยากาศลงทุนที่ผ่อนคลายต่อสินทรัพย์เสี่ยง คล้ายปี 2008 และ 2019 และ 3) ภาพรวมเศรษฐกิจเอเชียที่เติบโตกว่าสหรัฐฯ และยุโรป ทำให้เอเชียยังน่าสนใจและมีสถานะ safe haven ทำให้เราประเมิน downside หุ้นไทยรอบนี้ในระดับ 1,540 จุด หรือจ่ำกว่ามีความน่าสนใจสะสมเพื่อรับ relief rally ในช่วง พ.ค.-มิ.ย.
 

ปัจจัยติดตามสัปดาห์นี้  ปัจจัยภายนอก ได้แก่ 1) ยอดขายบ้านใหม่ มี.ค. คาด 630,000 หลัง (25 เม.ย.) 2) ความเชื่อมั่นผู้บริโภค เม.ย. คาด 104 (25 เม.ย.) 3) ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก สัปดาห์ก่อน คาด 250,000 ราย (27 เม.ย.) 4) GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 1/66 คาด 2.0% (27 เม.ย.) // ซึ่งหากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งเกินไป อาจเป็นปัจจัยลบกับบรรยากาศลงทุนระยะสั้นได้   // สำหรับปัจจัยภายใน 1) ติดตามการรายงานผลประกอบการ SCGP, HMPRO, DELTA, SCC, BH และ PTTEP และ 2) การประชุมผู้ถือหุ้นกู้ของ STARK ในวันที่ 28 เม.ย. ซึ่งหากไม่มีการอนุมัติยกเว้นเหตุผิดนัดชำระจากการส่งงบล่าช้า อาจทำให้อันดับเครดิตลดลงในระดับผิดนัดชำระได้

ภาพรวมกลยุทธ์: คาดผลประกอบการหุ้นธนาคารที่ดีและหุ้นไฟฟ้าที่น่าจะฟื้นหลังตลาดรับข่าวปรับลด Ft ไปแล้วจะส่งผลบวกต่อการฟื้นตัวระยะสั้น ขณะที่การลงทุนเน้น selective buy กลุ่มที่น่าจะเห็นการฟื้นตัวได้ชัดเจนในปี 2566 และยังมีการถือครองที่ต่ำ (Underowned) โดยเฉพาะสาธารณูปโภคและค้าปลีก

หุ้นแนะนำ: AP*, OSP*, BGRIM*, ROJNA*

แนวรับ: 1,539-1,550 / แนวต้าน : 1,565-1,573 จุด 

สัดส่วนลงทุน: เงินสด 40% vs พอร์ตหุ้น 60%
 

 

ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ

ธปท. เลื่อนออกเกณฑ์ Virtual bank เป็น Q3/66 เปิดให้ยื่นขอใบอนุญาต Q4 - ธปท. มีความจำเป็นต้องเลื่อนกำหนดเวลาที่จะให้ผู้ประสงค์จะยื่นขอใบอนุญาตจัดตั้ง Virtual Bank ออกไป เนื่องจากขณะนี้ยังมีประเด็นคำถามต่างๆ รวมทั้งความเห็นที่หลากหลาย 

KBANK หนีกลุ่ม SME หันเน้นรายใหญ่รายย่อย – KBANK คงเป้าสินเชื่อปีนี้ขยายตัว 5-7% ลดสัดส่วนปล่อยกู้กลุ่ม SME เหตุเป็นกลุ่มเปราะบาง แล้วหันไปโฟกัสรายใหญ่ รายย่อยมากขึ้น หวังคุมหนี้เสียต่ำกว่า 3.25% และ จัดตั้ง “บริษัท เงินให้ใจ จำกัด” โดยประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้การกำกับประเภทสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน สินเชื่อที่มีรถเป็นหลักประกัน และสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์

JASIF เผย 3BB ชำระค่าเช่ารายเดือนครบถ้วน-พร้อมค่าปรับแล้ว – บลจ. บัวหลวง ในฐานะบริษัทจัดการของ JASIF เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 เม.ย.66 กองทุนฯ ได้รับค่าเช่าทรัพย์สินใยแก้วนำแสงจาก 3BB จำนวน 750 ล้านบาท จากค่าเช่าประจำเดือน ปี 66 เท่ากับ 943.1 ล้านบาท และยังมียอดค้างชำระบางส่วนจำนวน 193.1 ล้านบาท 

ZIGA – หยุดธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลชั่วคราว หลังบริษัทรับจ้างขุดบิตคอยน์ผิดสัญญา กรรมการบรัทย่อยยักยอกทรัพย์ 103.2 ล้านบาท จากการจำหน่ายโทเคนดิจิทัล Zii Token

 

ประเด็นติดตาม: 25 เม.ย. – US New Home Sales/ 26 เม.ย. – US Core Durable Goods Orders / 27 เม.ย. – US GDP, Pending Home Sales / 28 เม.ย. – US Core PCE / 1 พ.ค. – US ISM PMI

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)