วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

KTX Zoom (21 เมษายน 2566)

คาดส่งออกไทย เดือน มี.ค. ฟื้นตัวตาม PMI ของประเทศคู่ค้า

KTX Zoom (21 เมษายน 2566)

Today’s dominant ideas

คาด SET Index อ่อนตัว แนวต้าน 1,570/1,580 จุด แนวรับ 1,555/1,543 จุด ทางเทคนิคอยู่ในทิศทางขาลง ในรูปแบบ Down Channel กรอบ 1,555-1,598 จุด แต่จะเปลี่ยนกลายเป็นรูปแบบขาลงใหญ่ Rounding Top ไปที่ 1,518 จุด ทันที หากร่วงต่ำกว่า 1,555 จุด ส่วนผลกระทบจากการขึ้นเครื่องหมาย XD วันนี้มีผลต่อดัชนีฯ -1.01 จุด (BBL ปันผล 3 บาท TISCO ปันผล 7.75 บาท PSL ปันผล 0.25 บาท)

ประเด็นจับตา คือ รายงานตัวเลขส่งออกไทย ประจำเดือน มี.ค. (อาจเลื่อนประกาศจากวันนี้เป็นต้นสัปดาห์หน้า) มีโอกาสเกิด Positive Surprise โดยลดการเติบโตติดลบมาที่ -2.9% YoY (Vs -4.7% YoY ในเดือน ก.พ.) สะท้อนผ่านการปรับดีขึ้นของดัชนี PMI เดือน มี.ค. 2023 ของประเทศคู่ค้าหลัก (บวกต่อดุลการค้า) (รูปซ้าย) ผนวกกับการไหลเข้าของนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วง High Season (บวกต่อดุลบริการ), KTX Carry Trade ที่มีสัญญาณฟื้นตัว จากแนวรับ -1.5 SD. และส่วนต่างระหว่าง TH Bond Yields Vs Policy rate ที่กว้างขึ้นเป็น 0.14% (Vs 0.05% MTD) ทำให้ข้อจำกัดการไหลเข้าได้ยากของเงินทุนต่างชาติผ่อนคลายลง เป็นปัจจัยหนุนการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติ และหนุนเงินบาทให้กลับมาแข็งค่าได้ (รูปขวา)

กยุทธ์ลงทุนแนะนำ หุ้นกลุ่มส่งออก ฯลฯ ได้แก่ AH SAT SABINA ซึ่งคาดว่าจะรับโมเมนตัมบวก จากรายงานส่งออกไทยเดือน มี.ค. และเป็นหลักทรัพย์ที่คาดว่าจะรายงานกำไร 1Q23E เติบโตดี

 

 

Strategic daily picks

AH  ปิด 32.25 บาท/แนวรับ 30.50 บาท แนวต้าน 34 บาท

IAA Consensus ให้ราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 43.52 บาท และคาดว่า 1Q23E รายงานกำไรสุทธิเติบโตโดดเด่น เป็นผลจากการเข้าสู่ช่วง high season และได้รับอานิสงส์อุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ของไทยในปี 2023 เติบโต 4% YoY ทำให้มียอดธุรกิจผลิตชิ้นส่วน OEM เพิ่มมากขึ้น และมีคำสั่งซื้อใหม่เพิ่มเติมจากลูกค้าวินด์ฟาสต์ 2 โมเดล (ยังคงไม่มีการยกเลิกคำสั่งซื้อ แม้มีข่าววินด์ฟาสต์เลื่อนส่งมอบในสหรัฐฯ) ส่วนทั้งปี 2023E รายได้จะยังเติบโตต่อเนื่อง 3.04 หมื่นล้านบาท (+9% YoY) และกำไรสุทธิเติบโต 3.2% YoY เป็น 1.88 พันล้านบาท

 

SAT   ปิด 20 บาท/แนวรับ 19.50 บาท แนวต้าน 21.30 บาท

IAA Consensus ให้ราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 24.16 บาท จุดเด่น คือ การคาดว่าผลกำไรบริษัทผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว และเริ่มเติบโตอีกครั้งในปี 2023E โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากสถานการณ์การขาดแคลนชิปที่คลี่คลาย ลูกค้าจีนที่กลับมาผลิตตามปกติจากที่เคยถูก ล็อกดาวน์ รวมถึงลูกค้าใหม่ (BYD) และบริษัทลูกในโปรตุเกส พลิกกลับมามีกำไรเป็นปีแรก โดยทั้งปี 2023 คาดมีกำไรเติบโต 9% เป็น 1,024 ล้านบาท (บริษัทตั้งเป้ารายได้โต 10-15% อัตรากำไรขั้นต้นที่ 11-12% จากรายได้เพิ่มและราคาวัตถุดิบปรับลดลง) อิงยอดการผลิตรถยนต์ปีนี้ที่ 1.9 ล้านคัน +4% และยอดผลิตเครื่องจักรกลการเกษตร 8.8 หมื่นคัน แต่มีส่วนเพิ่มจากยอดคำสั่งซื้อใหม่ 500 ล้านบาท/ปี ส่วนธุรกิจ EV หลังจากร่วมทุนกับบริษัท TRONE เริ่มผลิตสามล้อ EV กว่า 1 พันคัน ให้ E-Tuk Factory ยุโรป เริ่มส่งมอบ 2H23E

 

 

 

SABINA   ปิด 25.75 บาท/แนวรับ 24.60 บาท แนวต้าน 28 บาท

IAA Consensus ให้ราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 29.80 บาท และคาดว่า 1Q23E รายงานกำไรสุทธิ 115 ล้านบาท +13% YoY, +8% QoQ เป็นผลจาก 1. ช่วงเทศกาลที่มีการจับจ่ายใช้สอยในประเทศสูง และแรงหนุนจากมาตรการช้อปดี มีคืน 2. การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ กลุ่ม บราไร้สาย ที่เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่เดือน ก.พ. และมีผลตอบรับดีมาก 3. งาน OEM ยังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องจนถึงเดือน ก.ค. แล้ว 4. Gross Margin ฟื้นตัว ส่วนทั้งปี 2023E คาดกำไรสุทธิ 481 ล้านบาท เติบโต 15.5% YoY ปันผลต่อหุ้น 1.20 บาท Dividend Yield 4.6% (วันที่ 3 พ.ค. ขึ้น XD ปันผลงวด 2H22 จำนวน 0.59 บาท/หุ้น) จากภาคท่องเที่ยวฟื้นตัว การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ประเภทไม่ใช่ชุดชั้นใน ฯลฯ จุดเด่น คือ เป็นบริษัทที่มีแบรนด์แกร่ง ปรับตัวได้เร็ว และเติบโตสูงตาม E-Commerce

KTX Zoom (21 เมษายน 2566)