คาดส่งออกไทย เดือน มี.ค. ฟื้นตัวตาม PMI ของประเทศคู่ค้า
Today’s dominant ideas
คาด SET Index อ่อนตัว แนวต้าน 1,570/1,580 จุด แนวรับ 1,555/1,543 จุด ทางเทคนิคอยู่ในทิศทางขาลง ในรูปแบบ Down Channel กรอบ 1,555-1,598 จุด แต่จะเปลี่ยนกลายเป็นรูปแบบขาลงใหญ่ Rounding Top ไปที่ 1,518 จุด ทันที หากร่วงต่ำกว่า 1,555 จุด ส่วนผลกระทบจากการขึ้นเครื่องหมาย XD วันนี้มีผลต่อดัชนีฯ -1.01 จุด (BBL ปันผล 3 บาท TISCO ปันผล 7.75 บาท PSL ปันผล 0.25 บาท)
ประเด็นจับตา คือ รายงานตัวเลขส่งออกไทย ประจำเดือน มี.ค. (อาจเลื่อนประกาศจากวันนี้เป็นต้นสัปดาห์หน้า) มีโอกาสเกิด Positive Surprise โดยลดการเติบโตติดลบมาที่ -2.9% YoY (Vs -4.7% YoY ในเดือน ก.พ.) สะท้อนผ่านการปรับดีขึ้นของดัชนี PMI เดือน มี.ค. 2023 ของประเทศคู่ค้าหลัก (บวกต่อดุลการค้า) (รูปซ้าย) ผนวกกับการไหลเข้าของนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วง High Season (บวกต่อดุลบริการ), KTX Carry Trade ที่มีสัญญาณฟื้นตัว จากแนวรับ -1.5 SD. และส่วนต่างระหว่าง TH Bond Yields Vs Policy rate ที่กว้างขึ้นเป็น 0.14% (Vs 0.05% MTD) ทำให้ข้อจำกัดการไหลเข้าได้ยากของเงินทุนต่างชาติผ่อนคลายลง เป็นปัจจัยหนุนการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติ และหนุนเงินบาทให้กลับมาแข็งค่าได้ (รูปขวา)
กยุทธ์ลงทุนแนะนำ หุ้นกลุ่มส่งออก ฯลฯ ได้แก่ AH SAT SABINA ซึ่งคาดว่าจะรับโมเมนตัมบวก จากรายงานส่งออกไทยเดือน มี.ค. และเป็นหลักทรัพย์ที่คาดว่าจะรายงานกำไร 1Q23E เติบโตดี
Strategic daily picks
AH ปิด 32.25 บาท/แนวรับ 30.50 บาท แนวต้าน 34 บาท
IAA Consensus ให้ราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 43.52 บาท และคาดว่า 1Q23E รายงานกำไรสุทธิเติบโตโดดเด่น เป็นผลจากการเข้าสู่ช่วง high season และได้รับอานิสงส์อุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ของไทยในปี 2023 เติบโต 4% YoY ทำให้มียอดธุรกิจผลิตชิ้นส่วน OEM เพิ่มมากขึ้น และมีคำสั่งซื้อใหม่เพิ่มเติมจากลูกค้าวินด์ฟาสต์ 2 โมเดล (ยังคงไม่มีการยกเลิกคำสั่งซื้อ แม้มีข่าววินด์ฟาสต์เลื่อนส่งมอบในสหรัฐฯ) ส่วนทั้งปี 2023E รายได้จะยังเติบโตต่อเนื่อง 3.04 หมื่นล้านบาท (+9% YoY) และกำไรสุทธิเติบโต 3.2% YoY เป็น 1.88 พันล้านบาท
SAT ปิด 20 บาท/แนวรับ 19.50 บาท แนวต้าน 21.30 บาท
IAA Consensus ให้ราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 24.16 บาท จุดเด่น คือ การคาดว่าผลกำไรบริษัทผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว และเริ่มเติบโตอีกครั้งในปี 2023E โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากสถานการณ์การขาดแคลนชิปที่คลี่คลาย ลูกค้าจีนที่กลับมาผลิตตามปกติจากที่เคยถูก ล็อกดาวน์ รวมถึงลูกค้าใหม่ (BYD) และบริษัทลูกในโปรตุเกส พลิกกลับมามีกำไรเป็นปีแรก โดยทั้งปี 2023 คาดมีกำไรเติบโต 9% เป็น 1,024 ล้านบาท (บริษัทตั้งเป้ารายได้โต 10-15% อัตรากำไรขั้นต้นที่ 11-12% จากรายได้เพิ่มและราคาวัตถุดิบปรับลดลง) อิงยอดการผลิตรถยนต์ปีนี้ที่ 1.9 ล้านคัน +4% และยอดผลิตเครื่องจักรกลการเกษตร 8.8 หมื่นคัน แต่มีส่วนเพิ่มจากยอดคำสั่งซื้อใหม่ 500 ล้านบาท/ปี ส่วนธุรกิจ EV หลังจากร่วมทุนกับบริษัท TRONE เริ่มผลิตสามล้อ EV กว่า 1 พันคัน ให้ E-Tuk Factory ยุโรป เริ่มส่งมอบ 2H23E
SABINA ปิด 25.75 บาท/แนวรับ 24.60 บาท แนวต้าน 28 บาท
IAA Consensus ให้ราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 29.80 บาท และคาดว่า 1Q23E รายงานกำไรสุทธิ 115 ล้านบาท +13% YoY, +8% QoQ เป็นผลจาก 1. ช่วงเทศกาลที่มีการจับจ่ายใช้สอยในประเทศสูง และแรงหนุนจากมาตรการช้อปดี มีคืน 2. การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ กลุ่ม บราไร้สาย ที่เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่เดือน ก.พ. และมีผลตอบรับดีมาก 3. งาน OEM ยังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องจนถึงเดือน ก.ค. แล้ว 4. Gross Margin ฟื้นตัว ส่วนทั้งปี 2023E คาดกำไรสุทธิ 481 ล้านบาท เติบโต 15.5% YoY ปันผลต่อหุ้น 1.20 บาท Dividend Yield 4.6% (วันที่ 3 พ.ค. ขึ้น XD ปันผลงวด 2H22 จำนวน 0.59 บาท/หุ้น) จากภาคท่องเที่ยวฟื้นตัว การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ประเภทไม่ใช่ชุดชั้นใน ฯลฯ จุดเด่น คือ เป็นบริษัทที่มีแบรนด์แกร่ง ปรับตัวได้เร็ว และเติบโตสูงตาม E-Commerce









