ตลาดยังผันผวนภาคธนาคาร ติดตามสถานการณ์ของเครดิตสวิส ตลาดหุ้นยุโรปปรับลดลงในระดับมากกว่า 3% จากสถานการณ์ความกังวลวิกฤติภาคธนาคาร อาจลุกลามมายังยุโรป โดยธนาคารขนาดใหญ่อย่างเครดิตสวิส เริ่มเผชิญความผันผวนจากวิกฤติสภาพคล่อง
ทำให้จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนเงินทุนเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง Saudi National Bank (SNB) ไม่สามารถใส่เงินเพิ่ม เนื่องจากจะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นขึ้นไปเกินกว่า 10% ล่าสุดธนาคารประสบความสำเร็จใจการขอความช่วยเหลือเป็นเงินกู้ยืมจากธนาคารกลางสวิส 5 หมื่นล้านสวิสฟรังซ์ ซึ่งเรามองว่าจะมีส่วนช่วยในการประคองสถานการณ์ระยะสั้น แต่การแก้สถานการณ์ถาวร น่าจะต้องพึ่งแนวทางการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มทุน, การตัดขายสินทรัพย์ หรือแม้แต่การควบรวม ทำให้ในระยะสั้นตลาดจะยังให้น้ำหนักกับปัญหาเครดิตสวิส และภาคธนาคารทั่วโลกไปอีกระยะ
ด้วยกรอบล่าง Valuation ที่ 1,520 จุด มีโอกาสที่จะเริ่มเห็นตลาดเริ่มยืน แต่หุ้นจะเผชิญความผันผวนจากความน่าสนใจในการลงทุนที่ด้อยกว่าตราสารหนี้ ด้วยสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง เราประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index ที่ 14.5-16.5x PER (ลดลงจากเดิม 0.5x PER) คิดเป็นระดับดัชนีที่ 1,520-1,740 จุด ทำให้เราประเมิน SET Index เริ่มเข้าใกล้จุดที่จะเริ่มยืนได้ อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่ช่วงเริ่มต้นของวัฏจักรกระทิงรอบใหม่ของตลาดพันธบัตร (New bull cycle of bond market) จะทำให้กระแสเงินทุนม๊โอกาสเพิ่มน้ำหนักพันธบัตรและลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้น ซึ่งจะส่งผลให้ในระยะแรกของการเกิด allocation หุ้นอาจเผชิญความผันผวน ซึ่งเรามองรับมือได้โดยการเน้นเลือกหุ้นที่ยังมีการถือครองต่ำ (Under-owned), หุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว หรือหุ้นที่มีลักษณะคล้ายพันธบัตร (bond-like stock)
ภาพรวมกลยุทธ์: ทยอยสะสม เน้นหุ้นที่มีลักษณะ defensive โดยติดตามสถานการณ์ธนาคารในยุโรป และการส่งสัญญาณยืนยันไม่ลดดอกเบี้ยของเฟดในการประชุม 22 มี.ค.นี้ อาจหนุนการฟื้นตัวของหุ้น ทยอยสะสมเน้น selective buy กลุ่มที่น่าจะเห็นการฟื้นตัวได้ชัดเจนในปี 2566 และยังมีการถือครองที่ต่ำ (Underowned) ได้แก่ และหุ้นที่มีปัจจัยบวกรายตัว โดยหุ้นที่เรามองสามารถทยอยสะสม ได้แก่ MAJOR, CPALL, MAKRO, BJC, PTTGC, IRPC, TIDLOR, AMANAH, MILL, TSTH, KSL, ROJNA, SAMART, SDC เป็นต้น
หุ้นแนะนำ: ADVANC*, MAJOR*, BJC*, TU*
แนวรับ: 1,542-1,550 / แนวต้าน : 1,573-1,584 จุด
สัดส่วนลงทุน: เงินสด 50% vs พอร์ตหุ้น 50%
ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจ
EIA เผยสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้นมากกว่าคาด – เพิ่มขึ้น 1.6 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้นเพียง 100,000 บาร์เรล
สหรัฐเร่งตรวจสอบความเชื่อมโยงสถาบันการเงินกับเครดิต สวิส – กระทรวงการคลังสหรัฐกำลังจับตาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับเครดิต สวิส และกำลังตรวจสอบว่า ภาคการเงินของสหรัฐมีความเสี่ยง และมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใดกับเครดิต สวิส
ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯก.พ. สูงสุดรอบ 47เดือน - ส.อ.ท.เผยดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.พ. 66 อยู่ที่ 96.2 (จาก ม.ค.ที่ 93.9) ปรับตัวสูงสุดในรอบ 47 เดือน นับตั้งแต่ เม.ย. 62 จากภาคการผลิต การท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัว รวมถึงการเลือกตั้งที่จะมีเม็ดเงินเข้ามาในระบบหนุนดัชนีฯ
Opportunity day - 16 มี.ค. – OR, ZEN, ASP, FTE, BAFS, UAC, UBA, PPS, BIZ, TQR, WIIK, SGP, STI, EKH / 17 มี.ค. – TPBI, NCAP, SELIC, PYLON, TK, BCH, UKEM, D, NSL, MENA, POLY, L&E, LALIN, TGE
ประเด็นติดตาม: 16 มี.ค. - Building Permits, ECB Interest Rate Decision / 17 มี.ค. – EU CPI / 21 มี.ค. - Existing Home Sales / 22 มี.ค. - Fed Interest Rate Decision / 23 มี.ค. – New Home Sales / 24 มี.ค. - Core Durable Goods Orders
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









