วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

CHG แนวโน้มระยะยาวยังเป็นบวก (7 มี.ค 2566)

CHG จัดประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ 3 หลังส่งงบ 4Q65 ผลการดำเนินงานของ CHG ใน 4Q65 ยังคงไม่น่าตื่นเต้น โดยกำไรสุทธิอยู่ที่ 285 ล้านบาท (-84.3% YoY, +10.4% QoQ) ซึ่งทำให้กำไรสุทธิเต็มปี 2565 อยู่ที่ 2.78 พันล้านบาท

โดยสรุปแล้ว กำไรสุทธิปี 2565 เป็นไปตามที่เราคาดไว้ เพราะได้รับผลกระทบจากจากจำนวนผู้ป่วย COVID-19 ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเพราะสถานการณ์โรคระบาดดีขึ้น

 

สำหรับแนวโน้มในปี 2566 ประเด็นสำคัญที่ได้จากการประชุมมีดังนี้

i) CHG ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เอาไว้ที่ 8 พันล้านบาท ใกล้เคียงกับประมาณการรายได้ปีนี้ของเราที่ 7.89 พันล้านบาท (-21.9% YoY) โดยรายได้ที่ลดลงในปีนี้จะเป็นเพราะสถานการณ์ COVID-19 ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ดังนั้น ผลการดำเนินงานโดยรวมน่าจะเดินหน้ากลับสู่ระดับปกติ YoY แม้ว่าจะได้รับผลจากฐานที่สูง เพราะสถานการณ์โรคระบาดที่รุนแรงใน 1H65 นอกจากนี้ เรายังคาดว่าบริษัทจะทั้งรายได้และกำไรจะเร่งตัวขึ้นใน 2H66 ด้วย เราคาดว่า CHG จะได้แรงส่งจากการรักษาที่ไม่เกี่ยวกับ COVID ในปีนี้จาก capacity สำหรับ OPD 170 ห้อง และสำหรับ IPD 793 เตียงในปัจจุบันหลังการระบาด COVID-19
นอกจากนี้ โรงพยาบาลใหม่สองแห่ง (จุฬารัตน์ 304 และรวมแพทย์ ฉะเชิงเทรา) ทำกำไรแล้วในปี 2565

ii) ยังคงมีรายได้จากบริการบริหารจัดการโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง โดย CHG ได้ต่อสัญญาบริหารโรงพยาบาลอีกสามปี ดังนั้น เราจึงคิดว่าบริษัทจะรับรู้รายได้จากการบริหารโรงพยาบาลที่พัทยา เกาะล้าน และศูนย์หัวใจโรงพยาบาลสิรินธรประมาณไตรมาสละ 70-100 ล้านบาท

 

เน้นให้บริการรักษาผู้ป่วยที่มี intensity สูงโดยอาศัยประสบการณ์ที่แข็งแกร่ง

CHG ตั้งเป้าจะเปิดโรงพยาบาลใหม่ “Chularat Medical Center 2” ในเดือนพฤษภาคมที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยจะรวม ศูนย์มะเร็ง, ศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke Center), ศูนย์ดูแลบาดแผลขั้นสูง (Advanced Wound Care Center) และ ศูนย์ออกซิเจนบำบัด (Hyperbaric Oxygen Therapy Center หรือ HBOT) เรามองบวกกับแนวโน้มของโรงพยาบาลแห่งนี้ เพราะศูนย์ต่าง ๆ ดังกล่าวจะทำให้มีผู้ป่วยที่ intensity สูงมาใช้บริการเนื่องจากมีอุปสงค์ของบริการประเภทนี้เพิ่มขึ้นจากจำนวนเตียงเป้าหมายที่จะเพิ่มขึ้นราว 522 ในปี 2569 ในเดือนมิถุนายน “โรงพยาบาลจุฬารัตน์แม่สอด” จะเปิดให้บริการผู้ป่วยที่ชำระเงินสด โดยสามารถรองรับผู้ป่วยในได้ 100 เตียง ซึ่งจะให้บริการผู้ป่วยชาวไทย เมียนมาร์ และจีน

 

Valuation & Action

ถึงแม้ว่าแนวโน้มผลประกอบการใน 1H66 จะดูไม่น่าตื่นเต้น แต่เรายังคงชอบ CHG ในแง่ของการกระจายธุรกิจผ่านการให้บริการรักษาพยาบาลที่หลากหลาย ดังนั้น เรายังคงคำแนะนำซื้อ และประเมินราคาเป้าหมาย DCF ปี 2566 ที่ 4.50 บาท (ใช้ WACC ที่ 7.9% และ TG ที่ 3.0%)

 

Risks

COVID-19 ระบาด, เศรษฐกิจชะลอตัวลง และ เกิดปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองไทยรอบใหม่