PMI จีนที่ดีกว่าคาดหนุนบรรยากาศของหุ้นภูมิภาค ช่วงเช้าวานนี้ จีนรายงาน PMI ก.พ.ที่ 56.4 สูงกว่าม.ค.ที่ 52.9 และเป็นการดีขึ้นกว่าคาดทั้งภาคการผลิต (52.6 vs คาดการณ์ 50.6) และภาคบริการ (56.3 vs คาดการณ์ 54.9)
ทั้งนี้ตัวเลข PMI ที่ดีกว่าคาด ส่งสัญญาณยืนยันถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องหลังการเปิดประเทศของจีน ส่งผลบวกต่อการปรับเพิ่มคาดการณ์ทางเศรษฐกิจจากหลายสำนัก (ล่าสุดคือ Moody ที่ปรับเพิ่ม GDP จีนปี 66 ขึ้นเป็น 5% จากเดิม 4%) ซึ่งเป็นโมเมนตัมที่ต่อเนื่องมาจากรายงานเศรษฐกิจของ IMF (WEO Jan 2023) เมื่อช่วง ม.ค.66 ที่ผ่านมา สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลบวกต่อทิศทางเงินทุนในเอเชีย และส่งผลให้สกุลเงินเอเชีย รวมถึงค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ทั้งนี้แม้เราจะยังเห็นการขายสุทธิในหุ้นไทย แต่ในฝั่งตลาดตราสารหนี้เริ่มเห็นการกลับเข้าซื้อสุทธิ 2,553 และ 5,391 ล้านบาท ในช่วง 2 วันทำการที่ผ่านมา ทั้งนี้หากไม่ได้มีปัจจัยใหม่ที่เพิ่มความกังวลให้กับตลาด เรามองค่าเงินบาทน่าจะเริ่มมีเสถียรภาพ ซึ่งจะทำให้การปรับพอร์ตของต่างชาติน่าจะเริ่มชะลอ
ปัจจัยติดตามที่สำคัญ คาดตลาดจะยังให้น้ำหนักกับตัวเลขเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับความคาดหวังเงินเฟ้อ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ยังทยอยปรับสูงขึ้น ขณะที่คาดการณ์ดอกเบี้ยสูงสุด (Implied terminal rate) ของสหรัฐฯ ขึ้นมาอยู่แถว 5.471% ปัจจัยติดตามระยะสั้นได้แก่ 1) เงินเฟ้อยูโรโซน วันนี้ คาดชะลอเหลือ 8.2% (จากเดือนก่อน 8.6%) 2) PMI ยุโรป วันที่ 6 มี.ค. 3) การจ้างงานสหรัฐฯ 8 มี.ค. คาด 168,000 จาก 106,000 ตำแหน่ง และการเปิดตำแหน่งงานใหม่ (JOLT’s Job Opening) 4) การจ้างงานนอกภาคเกษตร 10 มี.ค. 5) เงินเฟ้อสหรัฐฯ (ก.พ.) 14 มี.ค.
ประเด็นลงทุนระยะกลางที่น่าสนใจ 1) ฟื้นตัวจากเศรษฐกิจและเปิดเมือง BBL, SCB, MINT, SPA, VRANDA, KISS, CPN, CRC, CPALL, MAKRO, MAJOR 2) หุ้นได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจจีนฟื้นตัว (พลังงาน ปิโตรเคมี บรรจุภัณฑ์) ได้แก่ PTTGC, IRPC, SCGP, SCC, PTTEP, PTT 3) กลุ่มบริโภคและการย้ายฐานการผลิต ได้แก่ WHA, AMATA, ROJNA 4) การขายไฟพลังงานทดแทน 5200MW GULF, GUNKUL, BCPG, SSP, BGRIM, GPSC, EGCO 5) หุ้นที่น่าสนใจอื่นๆ DMT, TVDH, FLOYD, SORKON, ASW, S, CBG, AEONTS, SAMART, SDC 6) กลุ่มน้ำตาล เข้า high season และปริมาณการผลิตไทยสูงสุดในรอบ 3 ปี ดีกับ KSL, KTIS, KBS, BRR
ภาพรวมกลยุทธ์: ยังลุ้นว่าน่าจะใกล้จุดฟื้นตัว แต่ภาพระยะกลางเริ่มมีความไม่ชัดเจน โดยต้องรอประเมินจากการกลับไปทดสอบ 1,645-1,650 จุด การเก็งกำไรระยะสั้นเน้น selective buy กลุ่มที่น่าจะเห็นการฟื้นตัวได้ชัดเจนในปี 2566 และยังมีการถือครองที่ต่ำ (Underowned) ได้แก่ และหุ้นที่มีปัจจัยบวกรายตัว โดยหุ้นที่เรามองสามารถทยอยสะสม ได้แก่ MAJOR, CPALL, MAKRO, BJC, PTTGC, IRPC, TIDLOR, AMANAH, MILL, TSTH, KSL, ROJNA, SAMART, SDC เป็นต้น //หุ้นแนะนำ: AMATA*, FLOYD*, ADVANC*, SAMART*
แนวรับ: 1,612-1,616 / แนวต้าน : 1,628-1,645 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
ประเด็นการลงทุน
Conference Board เผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำกว่าคาด – ปรับตัวลงสู่ระดับ 102.9 ในเดือนก.พ. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าดีดตัวสู่ระดับ 108.5 จากระดับ 106.0 ในเดือนม.ค.
ราคาบ้านสหรัฐชะลอตัว - ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐเพิ่มขึ้น 5.8% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี แต่ต่ำกว่าระดับ 7.6% ในเดือนพ.ย.
สหรัฐเผยขาดดุลการค้าเพิ่มสู่ระดับ 9.15 หมื่นล้านดอลลาร์ – ขาดดุลการค้าสหรัฐเพิ่มขึ้น 2.0% สู่ระดับ 9.15 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนม.ค. จากระดับ 8.97 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนธ.ค.
Target กำไร,รายได้สูงกว่าคาดในไตรมาส 4/65 – EPS 1.89 ดอลลาร์/หุ้น vs Consensus 1.40 ดอลลาร์/หุ้น ส่วนรายได้ 3.14 หมื่นล้านดอลลาร์ vs คาดการณ์ที่ระดับ 3.07 หมื่นล้านดอลลาร์
บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งนิวไฮ 3 เดือนจ่อแตะ 4.0% เก็งเฟดขึ้นดอกเบี้ยแรง – อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือนใกล้ 4.0% ท่ามกลางการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนานกว่าคาดเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
ครม.ไฟเขียวคลังใส่เงินเพิ่มทน 90 ลบ.โครงการเหมืองโปแตซอาเซียน – ภายใต้ บมจ.อาเซียนโปแตซชัยภูมิ ซึ่งกระทรวงการคลังจะต้องใส่เงินเพิ่มทุน 90 ล้านบาทเพื่อรักษาสัดส่วนหุ้น 20%
ครม.ขยายเวลาโครงการสินเชื่ออาชีพอิสระ ให้กู้ต่อ 2 ปี ถึงมี.ค.68 – เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยขยายระยะเวลากู้เพิ่มอีก 2 ปี จากเดิมไม่เกิน 3 ปี เป็นไม่เกิน 5 ปี สิ้นสุดระยะเวลากู้วันที่ 24 มี.ค.68 เพื่อช่วยให้ลูกหนี้ที่ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินและมีรายได้ไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้ตามกำหนด ให้มีเวลาในการผ่อนชำระหนี้มากขึ้น
Opportunity day - 1 มี.ค. – SNP, DMT, TLI, AMATAV, BEM, MINT, SPVI / 2 มี.ค. – TCMC, NOBLE, MC, BGC, RBF, IVL, AIT / 3 มี.ค. – CENTEL, HL, RS, AMATA, ASK, BBGI, SUTHA, SVR, HUMAN, 24CS, BJC, PCSGH, JSP, APCO
ประเด็นติดตาม: 1 มี.ค. – US ISM Manufacturing PMI, US Crude Oil Inventories / 2 มี.ค. – EU CPI, US Initial Jobless Claims / 3 มี.ค. - ISM Non-Manufacturing PMI, TH CPI / 8 มี.ค. - JOLTs Job Openings / 10 มี.ค. - Nonfarm Payrolls, Unemployment Rate
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)








