วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับน้ำหนัก MSCI หุ้นรายงานพิเศษ PRINC

วันจันทร์ที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวน แกว่งตัวในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ จากความกังวลว่า เฟด จะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป โดยแรงขายมาจากหุ้นกลุ่มพลังงาน การแพทย์ และกลุ่มการเงินส่วนแรงซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มธนาคาร ที่ปรับตัวลงมาก่อนหน้า

และมีการประกาศจ่ายเงินปันผล ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,627.35 จุด -6.67 จุด -0.41% มูลค่าการซื้อขาย 54,202 ลบ.ต่างชาติ -2,380.59 ลบ. TFEX +4,905 สัญญา ตราสารหนี้ -1,297.78 ลบ.

 

ปัจจัยบวก

+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 72.17 จุด +0.22% นักลงทุนช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากตลาดร่วงลงอย่างหนักในสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ดาวโจนส์ดีดตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลว่าเฟด จะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
+ เฟด สาขาแอตแลนตา เปิดเผยว่า แบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 2.8% ในไตรมาส 1/2566
+ ภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือน ม.ค.66 ว่า เศรษฐกิจไทยในเดือน ม.ค.66 พบว่าดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 และสูงสุดในรอบ 26 เดือน โดยอยู่ที่ 51.7 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ระดับ 49.7

 

ปัจจัยลบ 

- สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 93 ลดลง 64 เซนต์ หรือ 0.84% ปิดที่ 75.68 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยตลาดถูกกดดันจากความกังวลที่ว่า ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐอาจจะผลักดันให้เฟด เดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันชะลอตัวลง
- ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นหดตัวลงในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 8 เดือนในเดือนม.ค. ขณะที่อุปสงค์จากต่างประเทศที่ลดลงส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมหลักต่าง ๆ อาทิ ธุรกิจผลิตรถยนต์ และอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์
- ทำเนียบขาวให้เวลาหน่วยงานรัฐบาล 30 วันในการรับประกันว่า จะไม่มีแอปพลิเคชันติ๊กต๊อก TikTok ของจีนอยู่ในอุปกรณ์และระบบต่าง ๆ ของรัฐบาลสหรัฐอีกต่อไป
- ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) เปิดเผยว่า ไวรัสโอมิครอนสายพันธุ์ XBB.1.5 ได้เพิ่มการแพร่ระบาดในสหรัฐ

 

 

แนวโน้มตลาดวันนี้  

คาดดัชนีวันนี้มีโอกาส Rebound ระยะสั้น โดยนักลงทุนยังกังวลเฟด จะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ขณะที่ปัจจัยในประเทศวันนี้มีแรงหนุนจากการปรับน้ำหนัก MSCI มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,620-1,635 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน    

• จีนเปิดประเทศ+เราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 : MINT CENTEL ERW SPA AU SHR
• หุ้น mai เด่นปี 66 : SPA D CEYE AU
• หุ้นเชื่อมโยงการเมือง : TKS SIRI PR9 SC STEC STPI
• หุ้นเข้าคำนวณ MSCI Global Standard : เข้า BANPU ออก - , MSCI Global Small Cap : เข้า AURA BTG ONEE SNNP และ THCOM ออก BANPU COM7 TIDLOR และ TISCO มีผล 28 ก.พ.นี้
• BOI ส่งเสริมการลงทุนชิ้นส่วน EV : EA GPSC BCP DELTA PIMO FPI

 

 

 

หุ้นรายงานพิเศษ

                                                                                PRINC
                                  “เก็งกำไร - คาดแนวโน้มรายได้ปี 66 โตต่อเนื่อง 2-3% แม้ฐานสูง”

ปรับน้ำหนัก MSCI หุ้นรายงานพิเศษ PRINC

 

•งวด 4Q65 ขาดทุน 212 ลบ. (4Q64 กำไร 120 ลบ. และ 3Q65 ขาดทุน 104 ลบ.) จากค่าใช้จ่าย One-time item คือ ค่าเสื่อมสภาพและการบริจาควัคซีนโควิด-19 ซึ่งทั้งปี 65 มีรายการดังกล่าว 219 ลบ. แบ่งบันทึกในงวด 3Q65 ราว 150 ลบ. และ 4Q65 ราว 70 ลบ. ตามลำดับ โดยงวด 4Q65 มีรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์ 1,211 ลบ. -26%YoY -11%QoQ จากสัดส่วนรายได้กลุ่ม Covid-19 ที่ปรับลดลงสู่ระดับ 13% (4Q64 = 46%, 3Q65 = 22%) หากพิจารณาเฉพาะรายได้กลุ่ม Non Covid-19 ยังคงเติบโต 22%YoY และทรงตัว QoQ โดยทั้งปี 65 มีรายได้และกำไร 6,805 ลบ. +32%YoY และ 240 ลบ. +202%YoY ตามลำดับ

•ความเห็น เรามีมุมมองเป็นกลางต่อผลประกอบการ 4Q65 อย่างไรก็ตาม คาดแนวโน้มรายได้ปี 66 โตต่อเนื่อง 2-3% แม้ฐานสูง โดยปัจจัยเติบโตหลักมาจากผู้ป่วยกลุ่ม Non Covid-19 ที่คาดจะมีโมเมนตัมดีต่อเนื่อง จากการกลับมาใช้ชีวิตประจำวันตามปกติและการเปิดประเทศ สอดคล้องกับแผนก่อนหน้านี้ที่มุ่งเน้นขยายศักยภาพการให้บริการไปยังโรคที่มีความซับซ้อน และการให้บริการอื่นๆ อาทิ Wellness Centre ตลอดจนแผนรองรับผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ซึ่งคาดจะช่วยหนุนรายได้และอัตราการทำกำไรที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายที่ PE 39.31 สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 24.5x จึงแนะนำเก็งกำไร

 

หุ้นมีข่าว

(+) DMT (Bloomberg consensus - บาท) ทางโล่ง! ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยขึ้นค่าผ่านทางโดยชอบ ปลดล็อกความกังวล หันกลับมาโฟกัสธุรกิจ ทึ่ง! อัตรากำไรสุทธิปี 2565 สูงถึง 42% ทั้งๆ ที่ผู้ใช้ทางเฉลี่ย 8.5 หมื่นคันต่อวัน ชูบริหารต้นทุนดี คนแห่ใช้อีซีพาสเยอะ 40% ต้นทุนพนักงานลด ปีนี้จราจรไม่ต่ำกว่า 1.1 แสนคันต่อวัน ดอนเมืองแน่นเป้ารายได้โต 30% เดินหน้าประมูลเส้นทางกะทู้-ป่าตอง (ที่มา ทันหุ้น)

(+) NEX (Bloomberg consensus 24.00 บาท) เดินหน้าขายไอพีโอ "เทอร์ราไบท์พลัส" จำนวน 90 ล้านหุ้น ระดมทุนเข้าตลาด mai ไตรมาส 4/2566 ใช้สิทธิผู้ถือหุ้น NEX 51% โบรกยกนิ้วโป้งกำไรไตรมาส 4/2565 เติบโตโดดเด่นกว่าคาด สั่งปรับกำไรปี 2566 ขึ้น คาดปีนี้ส่งมอบรถ 4,000 คัน ยังมีคำสั่งซื้อรถเมล์ไฟฟ้า ขสมก. อีกราว 2 พันคัน ราคาเป้าหมายที่ 24.00 บาท (ที่มา ทันหุ้น)

(+) BC (Bloomberg consensus - บาท) ปักธงรายได้ปี 2566 แตะระดับ 700 ล้านบาท อานิสงส์ธุรกิจโรงแรมและรีเทลฟื้น แย้มแผนขายโครงการเพิ่ม 2-3 แห่ง มูลค่ารวม 600 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าธุรกิจกัญชาเต็มสูบ รุกขยายอาณาจักรร้านขายกัญชาแบรนด์ KANA เพิ่มเป็น 20 สาขาภายในปีนี้ (ที่มา ทันหุ้น)

(+) IRPC (Bloomberg consensus 3.15 บาท) รับอานิสงส์ดีมานด์ใช้น้ำมัน-ปิโตรเคมีทั่วโลก ฟื้นตัว หนุนค่าการกลั่นปรับตัวดีขึ้นคาดเฉลี่ยทั้งปี 2566 ที่ราว 13-14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สวนทางต้นทุนน้ำมันที่ลดลงหนุนกำไร พร้อมกำงบ 1 หมื่นล้านบาท ลุยลงทุน UCF ที่มีแผน COD ปี 2567 แถมศึกษาแผน M&A ตามโครงการ Strategic Projects อีกกว่า 3.1 พันล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)