กลุ่มอิงวัฏจักรเศรษฐกิจ มีความเสี่ยงเชิงลบ หากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ไม่ชะลอลงตามที่ตลาดคาดการณ์
Today’s dominant ideas
คาด SET Index ผันผวน โดยมีแนวรับที่ 1,660/1,650 จุด แนวต้านที่ 1,673/1,680 จุด ปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ รายงานตัวเลขอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯเดือน ม.ค. (ประกาศคืนนี้) และสุนทรพจน์ของประธานเฟด สาขาดัลลัส (Lorie K. Logan) เพื่อประเมินทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด
หากอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือน ม.ค. 2023 เร่งตัวมากกว่าที่ตลาดคาดว่าจะปรับขึ้น +0.5% MoM (รูปซ้าย) เทียบกับ +0.1% MoM ในเดือน ธ.ค. 2022 จากการเร่งตัวของราคาก๊าซธรรมชาติและค่าไฟฟ้าในช่วงฤดูหนาว อาจเป็นเหตุให้ Consensus ปรับเป้าหมายเงินเฟ้อปี 2023E ขึ้นจาก 2.9% YoY ในปัจจุบัน มาใกล้เคียงกับประมาณการเราที่ 4.2%YoY (รูปขวา) และเป็นปัจจัยให้เฟดคงมุมมอง Hawkish สนับสนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ยหรือคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับสูง (แทนที่จะปรับลดดอกเบี้ยช่วงปลายปี 2023 ตามตลาดคาด) ซึ่งจะเป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในกลุ่ม Communication Services, Consumer Discretionary และ Tech IT และต่อเนื่องมายังกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ICT ค้าปลีก และสื่อโฆษณา ในตลาดหุ้นไทย
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ หุ้นปันผลสูง (Dividend Yield > 4% ภายในเดือน พ.ค. 2023) ซึ่งคาดว่าจะให้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดีกว่าตลาดในช่วงฤดูกาลประกาศจ่ายปันผลประจำปี (ก.พ.-พ.ค.)
Strategic daily picks
AIT ปิด 6.60 บาท/แนวต้าน 7.05 บาท
-มีประวัติจ่ายปันผลสูงอย่างสม่ำเสมอ โดยตลาดคาดจะจ่ายปันผลอีก 0.29 บาท/หุ้น สำหรับ 2H22E (Vs 0.15 บาท/หุ้น ใน 1H22) คิดเป็น Dividend Yield 4.5% บนคาดการณ์กำไรสุทธิ 217 ล้านบาท ใน 4Q22E เพิ่มขึ้น 43% YoY และ 52% QoQ
-AIT มีงานในมือกว่า 6.9 พันล้านบาท รองรับผลประกอบการปี 2023E และอยู่ระหว่างการลงทุนในธุรกิจซื้อขายคาร์บอนเครดิต
BCP ปิด 36.00 บาท/แนวต้าน 37.50 บาท
-ตลาดคาด BCP จะจ่ายปันผล 2.18 บาท/หุ้น สำหรับ 2H22E คิดเป็น Dividend Yield สูงถึง 6.1% แม้แนวโน้มกำไร 4Q22E จะลดลง 53% YoY และ 66% QoQ เป็น 832 ล้านบาท จากผลขาดทุนสต็อกน้ำมัน ค่าการตลาดลดลง และปริมาณขายไฟฟ้าต่ำลง
-คาดกำไรพลิกกลับมาดีขึ้นในปี 2023E ก่อนจะเติบโตสูงในปี 2024E หลังการปิดดีลซื้อกิจการ ESSO
SAT ปิด 20.90 บาท/แนวต้าน 21.80 บาท
-SAT มีกระแสเงินสดในมือสูง 3 พันล้านบาท จึงคาดว่าจะจ่ายปันผลในช่วง 2H22E ได้สูงถึง 1.04 บาท/หุ้น (Vs 0.38 บาท/หุ้น ใน 1H22) คิดเป็น Dividend Yield 4.9% จากประมาณการกำไรสุทธิ 208 ล้านบาท ใน 4Q22E (+15.2% YoY, –20% QoQ)
-แผนร่วมลงทุนทำธุรกิจใหม่ เช่น รถสามล้อไฟฟ้า และการพัฒนาพื้นที่โรงงานเป็นคลังสินค้า จะช่วยเพิ่มศักยภาพการทำกำไรในอนาคต









