ยังมองบวกต่อการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ วันนี้ หุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ปิดบวก คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดเผยในวันจันทร์ว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจยูโรโซนมีแนวโน้มแข็งแกร่งเกินคาดในปีนี้
ขณะที่เงินเฟ้อจะลดลงต่ำกว่าที่ไว้คาดในช่วงสิ้นปี 2565 เรามองปัจจัยแวดล้อมโดยรวมยังเป็นบวก แม้ตัวเลขเงินเฟ้อ ม.ค. อาจผันผวน แต่การเข้าใกล้จุดสูงสุดของวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ เศรษฐกิจยุโรปที่จะเริ่มฟื้นจากภาวะถดถอย รวมถึงการที่สหรัฐฯ สามารถเลี่ยงภาวะถดถอยในปีนี้ไปได้ จะยังเป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศการลงทุน // ตลาดคาดการณ์เงินเฟ้อเทียบรายเดือน (MoM) ของม.ค.อาจขยับเพิ่มขึ้น +0.50% หลังจากธ.ค. -0.1% (ขณะที่เงินเฟ้อเทียบปี YoY ยังมีแนวโน้มเพิ่มในอัตราชะลอ ม.ค. +6.2% จาก ธ.ค. +6.5%)
กลุ่มปิโตรเคมีรายงานผลการดำเนินงานขาดทุนแต่เป็นจุดที่แย่ที่สุดและจะดีขึ้นจากนี้ PTTGC รายงานผลประกหอบการไตรมาส 4/65 ขาดทุน 968 ล้านบาท ดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/65 ที่ขาดทุน 13.4 พันล้านบาท และแย่กว่าไตรมาส 4/64 ที่กำไร 3.2 พันล้านบาท และประกาศจ่ายปันผล 0.25 บาท XD 27 ก.พ. แม้ผลการดำเนินงานจะออกมาแย่กว่าคาด แค่ยังอยู่ในภาของการผ่านจุดแย่ที่สุด ขณะที่การปิดซ่อมโรงงานโอเลฟืนส์ขนาดใหญ่จะส่งผลดีตอ่ส่วนต่างผลิตภัณฑ์ในช่วงครึ่งปีแรก แกทั้งการเปิดเมืองของจีนจะส่งผลบวกต่อธุรกิจ เราคงคำแนะนำซื้อ PTTGC และราคาเหมาะสมที่ 62 บาท (10X PER 2566) โดยเราให้น้ำหนักการลงทุน “มากกว่าตลาด”
DTAC และ TRUE ซื้อขายวันสุดท้าย 17 ก.พ. มีผลดังนี้ – 1) หุ้น DTAC-TRUE จะทำการระงับการซื้อขาย 9 วันทำการ (20 ก.พ.-2มี.ค. 66) โดยหุ้นใหม่ (บริษัทที่เกิดจากการควบรวม) ที่เข้าซื้อขายจะใช้ชื่อ “TRUE” ซึ่งหากอิงจากราคาปิดของ DTAC และ TRUE ราคาหุ้นใหม่ที่จะเข้ามาทำการซื้อขาย จะอยู่ที่ประมาณ 8 บาท 2) DW อ้างอิง DTAC และ TRUE จะมีการปรับวันหมดอายุของ DW ทุกตัว ให้หมดอายุไม่เกิน 17 ก.พ. ซึ่งจะทำให้วันซื้อขายสุดท้าย (last trade date) คือ 14 ก.พ.66
ประเด็นลงทุนที่น่าสนใจ 1) ฟื้นตัวจากเศรษฐกิจและเปิดเมือง BBL, SCB, MINT, SPA, VRANDA, KISS, CPN, CRC, CPALL, MAKRO, MAJOR 2) หุ้นได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจจีนฟื้นตัว (พลังงาน ปิโตรเคมี บรรจุภัณฑ์) ได้แก่ PTTGC, IRPC, SCGP, AJ, PTL, SCC, PTTEP, PTT 3) กลุ่มบริโภคและการย้ายฐานการผลิต ได้แก่ WHA, AMATA, ROJNA 4) การขายไฟพลังงานทดแทน 5200MW GULF, GUNKUL, BCPG, SSP, BGRIM, GPSC, EGCO 5) หุ้นที่น่าสนใจอื่นๆ DMT, TVDH, FLOYD, SORKON, ASW, S, CBG, AEONTS, SAMART, SDC 6) กลุ่มน้ำตาล เข้า high season และปริมาณการผลิตไทยสูงสุดในรอบ 3 ปี ดีกับ KSL, KTIS, KBS, BRR
ภาพรวมกลยุทธ์: ตลาดอาจจะผันผวนจากการปรับพอร์ตของต่างชาติและการรายงานงบรายตัวในระยะสั้น การเก็งกำไรระยะสั้นเน้น selective buy กลุ่มที่น่าจะเห็นการฟื้นตัวได้ชัดเจนในปี 2566 และยังมีการถือครองที่ต่ำ (Underowned) ได้แก่ กลุ่มเปิดเมืองที่ยังขึ้นน้อย, ค้าปลีก (ที่ได้ประโยชน์จากนักท่องเที่ยวกลับมา), ปิโตรเคมี, การเงิน, โภคภัณฑ์ (เฉพาะเหล็กและน้ำตาล) และหุ้นที่มีปัจจัยบวกรายตัว โดยหุ้นที่เรามองสามารถทยอยสะสม ได้แก่ MAJOR, CPALL, MAKRO, BJC, PTTGC, IRPC, TIDLOR, AMANAH, MILL, TSTH, KSL, SAMART, SDC เป็นต้น //หุ้นแนะนำ: PTTGC*, ROJNA*, KSL*, SAMART*
แนวรับ: 1,650-1,658 / แนวต้าน : 1,670 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
ประเด็นการลงทุน
รัฐบาลญี่ปุ่นผ่อนปรนแนวทางสวมหน้ากากอนามัยตั้งแต่ 13 มี.ค. – ซึ่งรวมถึงการสวมหน้ากากอนามัยบนขนส่งมวลชนและสถาบันการศึกษา โดยผู้โดยสารจะได้รับคำแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยบนรถไฟและรถโดยสารประจำทางในชั่วโมงเร่งด่วนหรือโอกาสอื่น ๆ ที่การขนส่งมวลชนมีความคับคั่งเป็นพิเศษเท่านั้น
กพช.เห็นชอบแผนปฏิบัติการส่งเสริมอุตฯแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน – เห็นชอบแผนปฏิบัติการการส่งเสริมอุตสาหกรรมระบบกักเก็บพลังงานประเภทแบตเตอรี่ของประเทศไทย (66-75) ที่มีเป้าหมายพัฒนาอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ให้เป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ตามแนวทางของอุตสาหกรรม New S Curve ของประเทศไทย โดยมีแนวทางการส่งเสริมให้แบตเตอรี่เป็นอุตสาหกรรม New S-Curve จะครอบคลุม 4 ยุทธศาสตร์
กพช. อนุมัติ PTT เพิ่มเงินลงทุนท่อส่งก๊าซฯบางปะกง-โรงไฟฟ้าพระนครใต้ – เห็นชอบให้ปรับวงเงินลงทุนโครงการระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกจากบางปะกงไปโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ของบมจ.ปตท. (PTT) ที่ กพช. ได้อนุมัติไว้เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2564 จากเดิมวงเงินลงทุน 11,000 ล้านบาท เป็น 13,590 ล้านบาท เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการในส่วนของพื้นที่และวิธีการวางท่อก๊าซธรรมชาติซึ่งมีผลทำให้ต้นทุนในการดำเนินโครงการปรับเพิ่มสูงขึ้น
ผู้บริหาร SABUY เข้าซื้อ THREL - นายชูเกียรติ รุจนพรพจี เปิดเผยว่า มีความสนใจในธุรกิจประกัน และเล็งเห็นว่า ราคาหุ้น THREL ในกระดานอยู่ในระดับต่ำ จึงได้เข้าทยอยซื้อสะสมในนามส่วนตัว จนล่าสุดถือหุ้นในสัดส่วน 7.5% และมีโอกาสซื้อเพิ่มจนมีส่วนร่วมในการบริหาร
หุ้น IPO เทรดวันแรก - บมจ.เมพ คอร์ปอเรชั่น (MEB) ผู้นำธุรกิจ E-Book จะเข้าทำการซื้อขาย mai ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ ราคา IPO 28.50 บาท
ประเด็นติดตาม: 14 ก.พ. – US CPI / 15 ก.พ. – EU Core Retail Sales, US Retail Sales / 16 ก.พ. – US Building Permits, US PPI / 20 ก.พ. – TH GDP Q4 / 21 ก.พ. – US Existing Home Sales
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









