วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลยุทธ์การลงทุนรายสัปดาห์ แกว่งกรอบแคบๆ และความเสี่ยงทางลงมีไม่มากแล้ว

ตลาดหุ้นไทยน่าจะพักสร้างฐานในสัปดาห์นี้ แต่เรามองดัชนีฯ ไม่น่าปรับลงมากแล้วในสัปดาห์ที่แล้ว (6-10 กุมภาพันธ์) ตลาดหุ้นไทยเกิด correction ขึ้นตามที่เราคาดเอาไว้

ทั้งนี้ จากตัวเลขตลาดงานของสหรัฐเดือนมกราคมที่ออกมาแข็งแกร่งมาก และความเห็นในเชิง hawkish จากผู้บริหาร Fed บางท่าน อย่างเช่น Chris Waller หนึ่งในกรรมการ FOMC และ John Williams ประธาน Fed สาขา New York ทำให้ดัชนี US dollar index ที่ถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าการค้า และ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐดีดตัวขึ้น ซึ่งส่งผลลบต่อค่าเงินบาทของไทย และกระแสเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นไทย นอกจากปัจจัยภายนอกดังกล่าวแล้ว ยังมีบริษัทขนาดใหญ่สองสามแห่งที่ประกาศงบ 4Q65 ออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาดเอาไว้ ทำให้มีการปรับลดประมาณการกำไรปี 2565-2566 ของบริษัทจดทะเบียนไทยลง

สำหรับในสัปดาห์นี้ เราคาดว่าดัชนี SET จะแกว่งตัวอยู่ในช่วงแคบ ๆ หลังจากที่ตลาดเกิด correction ไปแล้ว เรามองว่าตลาดหุ้นไทยมี downside จำกัด ทั้งนี้ หากอิงจากการวิเคราะห์ earnings yield gap (EYG เฉลี่ยระยะยาวอยู่ที่ 4.1%, อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยอายุ 10 ปีที่ 2.5% และประมาณการ EPS ปี 2566 ที่ 109 เราเชื่อว่าดัชนี SET ไม่น่าจะตกลงไปเกิน 1,660 จุด อย่างไรก็ตาม เรามองว่าในระยะสั้น การขึ้นของตลาดจะยังถูกจำกัดโดยกระแสเงินทุนที่ยังคงไหลออกต่อไป เพราะนักลงทุนยังมองเห็นความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายของ Fed และรอดูการประกาศตัวเลข CPI สหรัฐ สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นักลงทุนยังคงติดตามงบ 4Q65 และตัวเลข GDP ใน 4Q65 ของไทยที่จะประกาศออกมาในวันศุกร์นี้

 

 

ติดตามตัวเลข CPI สหรัฐเดือนมกราคม, ยอดค้าปลีก และผลประกอบการ 4Q65 ของ บจ. ไทย และ GDP ของไทย

ปัจจัยภายนอก: ตัวเลข CPI และยอดค้าปลีกสหรัฐจะเป็นปัจจัยมหภาคสำคัญในสัปดาห์นี้ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ สหรัฐจะรายงานตัวเลข CPI และ core CPI เดือนมกราคม ซึ่งคาดว่าจะออกมาที่ 6.2% YoY และ 5.5% YoY ตามลำดับ ทั้งนี้ตัวเลขทั้งสองรายการอาจจะลดลงจากเดือนธันวาคม แต่น่าจะยังอยู่ในระดับสูงอยู่ ส่วนในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ จะมีการประกาศยอดค้าปลีกของสหรัฐ ซึ่งเราคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.6% MoM หลังจากที่ลดลง 1.1% ในเดือนธันวาคม โดยรวมแล้ว เรามองว่าภาวะเศรษฐกิจสหรัฐยังประคองตัวได้ดี และอาจจะทำให้มุมมองต่อถ้อยแถลงของผู้บริหาร Fed ในระหว่างสัปดาห์มีได้หลายมุม

ปัจจัยภายใน: ติดตามผลประกอบการ 4Q65 และ GDP ของไทย นอกจากผลประกอบการ 4Q65 ของบริษัทจดทะเบียนไทยที่คาดว่าโดยรวมจะไม่น่าตื่นเต้นแล้ว NESDB ยังกำหนดจะรายงานตัวเลข GDP 4Q65 ของไทยในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ โดย Bloomberg consensus คาดว่า GDP รายไตรมาสจะขยายตัว 3.6% YoY ลดลงจาก 4.5% YoY ใน 3Q65 ในขณะเดียวกัน นักเศรษฐศาสตร์ของเรามองบวกมากกว่า consensus และจะออกบทวิเคราะห์ประมาณการ GDP มาในสัปดาห์นี้

 

 

 

แม้ฟันด์โฟลว์ไหลออกยังกดดัน และจิตวิทยายังเปราะบาง แต่เราแนะนำให้ทยอยกลับเข้าสะสมหุ้น

ถึงแม้ว่ากระแสเงินทุนไหลออกจะยังคงกดดันภาวะตลาดต่อไปในระยะสั้น แต่เรามองว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐที่ลดลง และข้อมูลเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวได้ดีแสดงว่าแรงขายจากต่างชาติอาจจะชะลอลงในเร็ว ๆ นี้ ดังนั้น เราจึงเชื่อว่าดัชนี SET มี downside จำกัด และแนะนำให้ลงทุนต่อไปแม้ตลาดจะผันผวน โดยธีมหุ้นหลักของเรายังคงเป็นกลุ่มธนาคารที่มีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำ, กลุ่มท่องเที่ยว และการบริโภคภาคเอกชน โดยเฉพาะหุ้นที่ธุรกิจเกี่ยวพันอย่างใกล้ชิดกับกระแส
นักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเราแนะนำ BBL*, CPALL*, BDMS*, ERW, MBK และ MEGA ส่วนหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ เราแนะนำให้เข้าเก็งกำไรในโรงกลั่นของไทย อย่างเช่น SPRC* และ TOP*