วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Sideway หุ้นรายงานพิเศษ KCE (10 ก.พ. 2566)

วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวลงแรงต่ำสุดถึง -14 จุด ก่อนที่จะมีแรงซื้อกลับ ทำให้ดัชนีทยอยปรับตัวลดช่วงลบ แรงขายมาจากหุ้นกลุ่มพลังงาน กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มการแพทย์

ส่วนแรงซื้อมาจากหุ้นกลุ่มไอซีที และค้าปลีก ที่ได้ปัจจัยหนุนจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค. 66 อยู่ที่ระดับ 51.7 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 และสูงสุดในรอบ 2 ปี ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,669.17 จุด -1.17 จุด -0.07% มูลค่าการซื้อขาย 63,487 ลบ.ต่างชาติ -3,385.30 ลบ. TFEX -23,023 สัญญา ตราสารหนี้ +1,294.36 ลบ.

 

ปัจจัยบวก

+ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
+ หอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่น ม.ค.ปี 2566 สูงสุดในรอบ 2 ปี จากเศรษฐกิจฟื้นตัว-คาดเม็ดเงินทัวร์จีนและเลือกตั้ง 4 หมื่นล้านดันจีดีพีโตเกิน 4%
+ นักเศรษฐศาสตร์ Global Economic and Market Research ของธนาคารยูโอบีเปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ประเทศไทยเริ่มต้อนรับนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนที่กลับเข้ามาอีกครั้งหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งถือว่าเร็วกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ และส่งผลดีให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

 

ปัจจัยลบ 

- ดัชนีดาวโจนส์ปิด ลดลง 249.13 จุด หรือ -0.73% เนื่องจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปีเป็นปัจจัยกดดันตลาด และบดบังปัจจัยบวกจากรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่อย่างดิสนีย์และเป๊ปซี่โค
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 41 เซนต์ หรือ 0.5% ปิดที่ 78.06 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยตลาดถูกกดดันจากรายงานสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐที่พุ่งขึ้นมากกว่าคาด และความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการที่เฟด เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
- รัฐบาลอังกฤษยืนยันว่า ทางรัฐบาลกำลังสำรวจความเป็นไปได้ในการจัดส่งเครื่องบินรบของอังกฤษให้แก่ยูเครน
 

 

- สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์ต่อญัตติประณามการที่บอลลูนสอดแนมของจีนล่วงล้ำน่านฟ้าสหรัฐ ซึ่งถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของสหรัฐ

 

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีวันนี้ยังแกว่งตัวผันผวนในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดยมีแรงกดดันจากการปรับตัวขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังขาดปัจจัยใหม่เข้ากระทบตลาด มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,665-1,675จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน

• จีนเปิดประเทศ+เราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 : MINT CENTEL ERW SPA AU SHR
• หุ้นยั่งยืนด้านพลังงานหมุนเวียน : EA TSE SSP SUPER PRIME
• หุ้นได้ประโยชน์จากรถยนต์ไฟฟ้า : EA GPSC BCP OR DELTA
• หุ้น mai เด่นปี 66 : SPA D CEYE AU
• หุ้นเชื่อมโยงการเมือง : TKS SIRI PR9 SC STEC
• หุ้นเข้าคำนวณ MSCI Global Standard : เข้า BANPU ออก - , MSCI Global Small Cap : เข้า AURA BTG ONEE SNNP และ THCOM ออก BANPU COM7 TIDLOR และ TISCO มีผล 28 ก.พ.นี้

 

 

 

หุ้นรายงานพิเศษ

                                                     KCE – 4Q65 กำไรต่ำคาด -29%YoY, -24%QoQ
                                                           (Bloomberg consensus 48.00 บาท)

Sideway หุ้นรายงานพิเศษ KCE (10 ก.พ. 2566)

 

•รายงานกำไรสุทธิปี 65 เท่ากับ 2,317 ลบ. -4%YoY สอดคล้องกับกำไรสุทธิงวด 4Q65 เท่ากับ 500 ลบ. -29%YoY, -24%QoQ สาเหตุมาจากเศรษฐกิจโลกที่ถดถอยส่งผลให้ยอดขาย Product Mix แบบ 4-Layer ลดลง -4%YoY, -13%QoQ โดยคิดเป็น 38% ของยอดขายรวม เช่นเดียวกับยอดสั่งซื้อสินค้าจากยุโรปลดลง -13%YoY, -18%QoQ คิดเป็น 48% ของรายได้ทั้งหมด ด้านต้นทุนหลังจากจีนเปิดประเทศกิจกรรมด้านการผลิตกาลังฟื้นตัวหนุนราคาทองแดงยังทรงตัวระดับสูง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวลงจาก 23% ใน 3Q65 เหลือ 21% งวด 4Q65

•ผู้บริหารประเมินรายได้ 1Q66 ทรงตัวใกล้เคียง 4Q65 แต่ถูกกดดันจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวขึ้น สอดคล้องกับอัตราแลกเปลี่ยนแกว่งตัวผันผวนในระยะสั้นจะทำให้การบริหารต้นทุนการซื้อและขายวัตถุดิบได้ยากมากขึ้น มองอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลงสู่ระดับ 20% จากระดับ 21% ในงวด 4Q65 ขณะที่ปี 66 ผู้บริหารปรับเป้ารายได้เติบโตลดลงจาก 5-10% เหลือ 4-6% จากผลกระทบเศรษฐกิจโลกเริ่มชะลอตัวลงทำให้บริษัทคู่ค้าสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ลดลง

•ความเห็น ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเป็นลบต่อผลประกอบการใน 1Q66 เนื่องจากแนวโน้มราคาทองแดงในเดือนมกราคมปรับตัวขึ้นกว่า 6% อีกทั้งเงินบาทมีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวน ทำให้การบริหารต้นทุนทำได้ยาก ส่วนคำสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทคู่ค้าทั่วโลกมีแนวโน้มอ่อนตัวลงตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่หดตัว ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมา +9%YTD ยังสูงกว่าราคาเป้าหมาย Consensus เราจึงแนะนำ “wait&see”

 

หุ้นมีข่าว

(+) AP (Bloomberg consensus 13.90 บาท) เดินเกมปั้นโครงการใหม่จำนวน 58 โครงการ มูลค่ารวม 7.7 หมื่นล้านบาท ปั๊มแบ็กล็อกเพิ่มจากเดิมสูง 4.2 หมื่นล้านบาท กินยาวถึงปี 2568 แถมควักงบอีก 2 หมื่นล้านบาท ช็อปที่แปลงสวยเพิ่ม บิ๊ก "วิทการ จันทวิมล" ลั่นปี 2566 ยอดโอนทำนิวไฮแตะ 5.75 หมื่นล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)

(+) ICN (Bloomberg consensus - บาท) รับทรัพย์ต่อเนื่อง ล่าสุดเซ็นสัญญากับโทรคมนาคมแห่งชาติ คว้างานมูลค่า 152.81 ล้านบาท เติมแบ็กล็อก ฟากผู้บริหารส่งสัญญาณธุรกิจดิจิทัล ในอนาคตยังเติบโตและมีงานออกมาอย่างต่อเนื่อง เร่งปั๊มรายได้แตะ 2 พันล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)

(+) JWD (Bloomberg consensus 23.00 บาท) ส่งซิก Q1/2566 ผลงานโตเด่น อานิสงส์ดีลควบรวม SCGL หนุน คาดกระบวนการเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 เล็งเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) "SJWD" ส่วนรายได้จากการดำเนินธุรกิจปกติ ปี 2566 วางเป้าโต 15% จากปีก่อน รับพอร์ตธุรกิจขยายตัวต่อเนื่อง (ที่มา ทันหุ้น)

(+) ABM (Bloomberg consensus - บาท) อัดงบลงทุน 40 ล้านบาท ซื้อโรงไม้สับยูคา หนุนกำลังผลิตเพิ่มอีก 6 พันตันต่อเดือน หวังดันยอดขายเพิ่มเท่าตัวแตะ 1 ล้านตัน ฟากผู้บริหาร "ปองธรรม แดนวังเดิม" มองตลาดไม้สับเติบโตสูง เชื่อหนุนวอลุ่ม-มาร์จิ้นพุ่ง แถมมีลุ้นรายได้ทำสถิติสูงสุดใหม่ (ที่มา ทันหุ้น)