วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ออกข้าง หุ้นรายงานพิเศษ TNP (16 ม.ค. 2566)

วันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวขึ้นในช่วงแรก แต่มีแรงขาย พร้อมวอลุ่ม กดดันดัชนี ลบต่ำสุดถึง 14 จุด โดยมีแรงซื้อกลับในช่วงบ่าย ทำให้ดัชนีลดช่วงลบ แรงขายนำโดยหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนแรงซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มการเงิน

ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,681.73 จุด -5.72 จุด -0.34% มูลค่าการซื้อขาย 87,660 ลบ. ต่างชาติ +517.46 ลบ. TFEX -5,471 สัญญา ตราสารหนี้ +3,835.51 ลบ.

 

ปัจจัยบวก

+ ดัชนีดาวโจนส์ปิด เพิ่มขึ้น 112.64 จุด หรือ +0.33% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 2% โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มธนาคารที่ปรับตัวขึ้นหลังจากเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาส 4Q65 ที่แข็งแกร่ง ขณะที่ดัชนี S&P500 และดัชนี Nasdaq ปิดตลาดที่ระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.47 ดอลลาร์ +1.9% ปิดที่ 79.86 ดอลลาร์/บาร์เรล และปรับตัวขึ้น 8.4% ในรอบสัปดาห์ โดยปรับตัวขึ้นมากกว่า 1 ดอลลาร์ และปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน และมีสัญญาณบ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากจีนซึ่งเป็นประเทศนำเข้าน้ำมันรายใหญ่
+ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 64.6 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2565 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 60.7 หลังจากแตะระดับ 59.7 ในเดือนธ.ค. โดยดัชนีความเชื่อมั่นได้แรงหนุนจากการที่ผู้บริโภคคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและภาวะเศรษฐกิจถดถอย
+ จีนกลับมาเปิดบริการรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมโยงระหว่างจีน-ฮ่องกงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี หลังจีนยกเลิกมาตรการกักตัวสำหรับนักเดินทางขาเข้าไปเมื่อสัปดาห์ก่อน

 

ปัจจัยลบ  

- วารสารเนเจอร์ เมดิซีนเปิดเผยข้อมูลการศึกษาว่า ประชากรเกือบทั้งหมดจาก 22 ล้านคนในกรุงปักกิ่งจะติดเชื้อโควิด-19 ภายในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งสะท้อนถึงสถานการณ์โรคระบาดที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในจีน โดยประชากรราว 92% ในกรุงปักกิ่งจะติดเชื้อโควิด-19 ภายในสิ้นเดือนม.ค. ขณะที่ 76% ติดเชื้อไปแล้วภายในวันที่ 22 ธ.ค.

- ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแบงก์ ออฟ อเมริการะบุว่าธนาคารกำลังเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐถดถอยในปี 2566 ซึ่งรวมถึงกรณีที่อัตราว่างงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
- รัสเซียเปิดฉากยิงขีปนาวุธถล่มทั่วยูเครนรอบใหม่ในวันเสาร์ (14 ม.ค.) โดยขีปนาวุธที่ตกใส่อะพาร์ตเมนต์ในเมืองดนิโปร (Dnipro) ทางภาคตะวันออกของประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย

 

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีในวันนี้ยังแกว่งตัวผันผวนในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดยนักลงทุนติดตามการประกาศผลประกอบการของหุ้นกลุ่มธนาคารที่จะเริ่มทยอยประกาศออกมา ขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน คาดกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,673-1,690 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน

• ช้อปดีมีคืนปี 66 : BJC CPALL MAKRO CRC COM7 SPVI CPW JMART HMPRO ZEN M AU
• การท่องเที่ยวเติบโตต่อเนื่องและจีนเปิดประเทศ : MINT CENTEL ERW SPA AU SHR
• หุ้นโรงไฟฟ้าได้ประโยชน์จากรายได้ปรับขึ้นตามค่า FT แต่ต้นทุนเริ่มคงที่ : GPSC BGRIM RATCH
• หุ้นยั่งยืนด้านพลังงานหมุนเวียน : EA TSE SSP SUPER PRIME
• หุ้นได้ประโยชน์จากรถยนต์ไฟฟ้า : EA GPSC BCP OR DELTA
• หุ้น mai เด่นปี 66 : SPA D CEYE AU
• หุ้นเด่น IAA : AOT ADVANC BBL COM7 CPALL

 

 

หุ้นรายงานพิเศษ  

                                                      TNP – “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 5.75 บาท
                         “คาดผลประกอบการปี 2566 โตต่อเนื่อง 15% ตามแผนการขยายสาขาใหม่ 5-6 แห่ง

•เราคาดรายได้งวด 4Q65 ราว 646 ลบ. -6%YoY +4%QoQ หดตัว YoY เนื่องจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายที่สนับสนุนวงเงินต่อคนน้อยลงจากปีก่อน อย่างไรก็ตาม รายได้รวมหดตัวลงไม่มาก เนื่องจากแผนการขยายสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง โดย ณ ปลาย ธ.ค.65 มีสาขาทั้งสิ้น 43 แห่ง (+5 สาขา YoY +2 สาขา QoQ) ขณะที่ รายได้ยังคงเติบโต QoQ จากการเข้าสู่ช่วง High Season ประกอบกับเศรษฐกิจภายในประเทศเริ่มฟื้นตัว ส่งผลให้คาดกำไร 4Q65 ราว 38.6 ลบ. -28%YoY +4%QoQ และคาดกำไรทั้งปี 65 ราว 145.7 ลบ. -24%YoY ทั้งนี้งวด 9M65 กำไร 107.1 ลบ. คิดเป็น 74% ของประมาณการกำไรปี 65

•เราคาดการณ์รายได้และกำไรปี 66 ราว 2,742 ลบ. +14% และ 168 ลบ. +15% ตามลำดับ มีแนวโน้มเติบโตจากปีก่อนตามแผนขยายสาขาใหม่อีก 6 สาขา สู่ทั้งหมด 49 สาขา ณ สิ้นปี 66 ประกอบกับช่วง 1Q65 คาดบริษัทจะได้รับอานิสงส์จากการปรับวงเงินสนับสนุนในบัตรสวัสดิการฯ เพิ่มอีก 200 บาท เป็น 400-500 บาท ใช้จ่ายภายในช่วงเดือน ม.ค.66 ทั้งนี้ แนวโน้มผลประกอบการปี 66 ยังไม่ได้รวมอัพไซต์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ ที่อาจมีเพิ่มเติม

•ความเห็น คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเหมาะสมปี 66 ราว 5.75 บาท ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายที่ PER เพียง 20.8x ซึ่งยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมค้าปลีกที่ระดับ 35.2x โดยราคาเป้าหมายมีอัพไซต์จากราคาปัจจุบัน 38% และจ่ายปันผลในอัตราราว 2% ต่อปี ส่งผลให้เราคงคำแนะนำ “ซื้อ”

 

หุ้นมีข่าว

(+) CK (Bloomberg consensus 28.00 บาท) รถไฟฟ้าสายสีส้มฉลุย ผ่านด่านสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว ส่งคืนบอร์ด รฟม. พิจารณาก่อนส่งคมนาคม เสนอ ครม. เพื่อเซ็นสัญญา คาดจบไตรมาส 1 ด้าน CK ประกาศพร้อมเร่งรัดงานจัดหาขบวนรถไฟฟ้าสายสีส้มทันทีที่ลงนามสัญญา มั่นใจแรงงานเพียงพอรับงานขนาดใหญ่หลายโครงการพร้อมกัน (ที่มา ทันหุ้น)

(+) THCOM (Bloomberg consensus 13.80 บาท) ตามนัดคว้า 2 วงโคจรดาวเทียม ทั้ง 119.5E และ 78.5E จ่ายเงินไม่ถึง 800 ล้านบาท ใช้เวลาประมูลแค่ 1 ชั่วโมง 36 นาที ส่วน NT ได้วงโคจร 126E สมใจ ขณะที่ชุดที่ 1 และชุดที่ 5 ไร้คนสนใจ (ที่มา ข่าวหุ้น)

ความเห็น การชนะประมูลใบอนุญาตวงโคจรดาวเทียมจะช่วยให้ THCOM มีรายได้จากธุรกิจเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมในระยะยาว อย่างไรก็ตามราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมามีการปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนสูงกว่าราคาเป้าหมายของ Bloomberg consensus เราจึงแนะนำเพียง “เก็งกำไร”

(+) CHO (Bloomberg consensus - บาท) ตั้งเป้าปีนี้รายได้พุ่ง 1,000-1,500 ล้านบาท คาดพลิกมีกำไรตั้งแต่ไตรมาส 3/66 เหตุบันทึกกำไรลงทุน SPAC กอง 1 กว่า 800 ล้านบาท และ บุ๊กส่วนแบ่งกำกระแสเงินสดเพิ่ม-ลดหนี้ แก้ปัญหาสภาพคล่อง (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) TSR (Bloomberg consensus 4.30 บาท) บอร์ด ไฟเขียวเข้าลงทุน “คอนเนคซ์เทค” 51% เพื่อรุกธุรกิจแพลตฟอร์มระบบสัญญาณกันขโมย พร้อมอนุมัติเพิ่มทุน "เธียรสุรัตน์ ลีสซิ่ง" เป็น 500 ล้านบาท สนับสนุนอนาคตเติบโตก้าวกระโดด นอกจากนี้ปรับโครงสร้างบริหารงาน ดึง "ชูเกียรติ รุจนพรพจี" นั่งกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร และแต่งตั้ง "วรานนท์ คงปฏิมากร" เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีผลวันที่ 12 ม.ค.นี้ (ที่มา ข่าวหุ้น)