วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

เงินเฟ้อชะลอแน่ แต่ตลาดเองอาจตอบรับได้ทั้งบวกและลบ 

คาดเงินเฟ้อสหรัฐฯ ธ.ค. ชะลอตัวเหลือ +6.5% YoY จาก พ.ย.ที่ +7.1% YoY ขณะที่หากเทียบเป็นรายเดือน จะชะลอตัวเหลือ -0.1% MoM จาก พ.ย. +0.1% MoM ผลจากราคาพลังงานที่ลดลงทำให้เราคาดว่าเงินเฟ้อน่าจะชะลอตัวลงค่อนข้างแน่

อย่างไรก็ตามปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตาคือ องค์ประกอบของเงินเฟ้อในส่วนของภาคบริการ โดยเฉพาะค่าเช่าบ้าน ที่ในช่วงที่ไม่กี่เดือนที่ผ่านมายังขยับขึ้นตามตลาดงานที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้หากองค์ประกอบเงินเฟ้อในส่วนดังกล่าวชะลอตัวลง จะเป็นปัจจัยบวกกับสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงตลาดหุ้น ขณะที่หากตัวเลขดังกล่าวยังแข็งแกร่ง ตลาดจะกังวลกับการตรึงดอกเบี้ยสูงยาวนานของเฟด ที่จะเพิ่มความเสี่ยงการเกิดเศรษฐกิจถดถอยได้

 

ติดตามปฎิกิริยาของตลาดพันธบัตร การขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางสหรัฐฯ ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรขยับขึ้น และตลาดพันธบัตรเป็นขาลง ส่งผลให้เงินทุนบางส่วนยังคงค้างในตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงอื่นแม้จะเห็นความเสี่ยงของเศรษฐกิจถดถอย อย่างไรก็ตาม การชะลอตัวของเงินเฟ้อ ทำให้ตลาดมองการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดใกล้ถึงจุดสูงสุด ซึ่งจะทำให้ตลาดพันธบัตรยุติขาลงที่ยาวนานราว 2 ปี และเงินทุนอาจไหลจากตลาดหุ้น เข้าสู่ตลาดพันธบัตร ซึ่งอาจทำให้ตลาดหุ้นระยะสั้นผันผวนได้ โดยเฉพาะประเทศที่มีความเสี่ยงของการปรับลดประมาณการกำไรลง สำหรับไทยที่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวยังเป็นบวก คาดจะมีความผันผวนในระดับที่ต่ำกว่า
 

 

 

 

SET Index ระยะสั้นเข้าสู่บริเวณที่อาจผันผวนจากแรงทำกำไรระยะสั้น การปรับขึ้นทดสอบ 1,690 จุด ที่เป็นแนวต้าน 5 ปี ประกอบกับสัญญาณทางเทคนิคระยะสั้นเกิด Bearish divergence ทำให้อาจเห็นการหมุนกลุ่ม (rotation) โดยการขายทำกำไรสลับในหุ้นที่ขึ้นเยอะ อาทิ ท่องเที่ยว และเข้าซื้อหุ้นรายตัวที่ยังปรับขึ้นน้อย ในเชิงกลยุทธ์เรารอซื้อหุ้นท่องเที่ยวเมื่ออ่อนตัว ขณะการเก็งกำไรระยะสั้นที่นักลงทุนควรเน้น 1) หุ้นเปิดเมืองที่ยัง Laggard อาทิ MINT, VRANDA, MAJOR 2) กลุ่มได้ประโยชน์จากต้นทุนลดลง BJC, BGC, BGRIM, GPSC, NSL, SORKON 3) หุ้นที่ได้ประโยชน์จากจีนเปิดประเทศ อาทิ PTTGC, IRPC, SCC, IVL, PTL, AJ 4) หุ้น Laggard อื่น อาทิ ADVANC, WHAUP, ROJNA, TIDLOR, SAWAD, MTC, AMANAH เป็นต้น

 

ประเด็นลงทุนที่น่าสนใจ 1) ฟื้นตัวจากเศรษฐกิจและเปิดเมือง BBL, SCB, MINT, SPA, VRANDA, TNR, KISS, CPN, CRC, CPALL, MAKRO, MAJOR 2) หุ้นได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจจีนฟื้นตัว (พลังงาน ปิโตรเคมี บรรจุภัณฑ์) ได้แก่ PTTGC, IRPC, SCGP, AJ, PTL, SCC, PTTEP, PTT 3) กลุ่มบริโภคและการย้ายฐานการผลิต ได้แก่ WHA, AMATA, ROJNA 4) การขายไฟพลังงานทดแทน 5200MW GULF, GUNKUL, BCPG, SSP, BGRIM, GPSC, EGCO 5) หุ้นที่น่าสนใจอื่นๆ STP, TNR, DMT, TVDH, KLINIQ, FLOYD, SORKON 6) กลุ่มน้ำตาล เข้า high season และปริมาณการผลิตไทยสูงสุดในรอบ 3 ปี ดีกับ KSL, KTIS, KBS, BRR

 

ภาพรวมกลยุทธ์: ยังคงมุมมองบวกระยะกลาง แม้อาจมีแรงขายปรับพอร์ตสลับบ้างช่วงต้นปี การเก็งกำไรระยะสั้นเน้นหุ้นที่ยัง Laggard และกลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์เกี่ยวกับฝั่งต้นทุนที่ลดลง จะมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ดี  //หุ้นแนะนำ: AMANAH*, VRANDA, BJC*, WHAUP*

แนวรับ: 1,674 / แนวต้าน : 1,695-1,710 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

 

 

 

ประเด็นการลงทุน

EIA เผยสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้นสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางคาดการณ์ – เพิ่มขึ้น 19 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าลดลง 2.2 ล้านบาร์เรล

สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสินเชื่อจำนองเพิ่มขึ้น - เพิ่มขึ้น 1.2% ในสัปดาห์ที่แล้ว หลังอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองปรับตัวลง แต่ดิ่งลง 86% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

เกาหลีใต้ส่งออก 10 วันแรกเดือนม.ค.ลดลง –  ยอดส่งออกในช่วง 10 วันแรกของเดือนม.ค.ปรับตัวลง 0.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 1.386 หมื่นล้านดอลลาร์

บอร์ด BCP อนุมัติ Takeover ESSO – โดยบอร์ด BCP ประชุมนัดพิเศษไฟเขียวซื้อหุ้น ESSO เตรียมเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นโหวตอนุมัติเร็วๆนี้ ด้าน คลัง-วายุภักษ์หนึ่ง พร้อมโหวตหนุนเสริมแกร่งหุ้น BCP ดันกำลังการกลั่นเพิ่มอีกเท่าตัวเป็น 250,000 บาร์เรลต่อวัน ส่วนแบ่งจำหน่ายน้ำมันขึ้นเป็นอันดับ 2 รองจาก OR 

 

ประเด็นติดตาม: 12 ม.ค. – US CPI, US Initial Jobless Claims / 13 ม.ค. – EU Industrial Production / 18 ม.ค. – EU CPI, US Retail Sales, US PPI / 19 ม.ค. – US Building Permits / 20 ม.ค. – US Existing Home Sales / 24 ม.ค. – US & EU Manufacturing PMI, Services PMI

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)