วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

บรรยากาศเก็งกำไรยังเป็นบวก แม้อาจมีแรงทำกำไรสลับระหว่างทาง

ติดตามเงินเฟ้อสหรัฐฯ และงบกลุ่มธนาคาร กลยุทธ์ในภาพรวมเน้นเลือกหุ้นที่ยังปรับขึ้นช้ากว่า (Laggard) ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามได้แก่ 1) คืนนี้ติดตามถ้อยแถลงของประธานเฟด เจอโรม พาวเวล และสัปดาห์นี้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อธ.ค.ของสหรัฐฯ ที่จะประกาศ 12 ม.ค.66

(Concensus คาด +6.5% ชะลอตัวจาก พ.ย.ที่ +7.1%)  ซึ่งการชะลอตัวต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยบวกต่อการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ และสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ตัวเลขที่สูงกว่าคาด จะทำให้เกิดความกังวลในการคงดอกเบี้ยนโยบายในระดับสูง จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐฯ 2) ผลประกอบการกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่จะทยอยประกาศในช่วงสัปดาห์หน้า // แม้เราจะยังมีมุมมองเชิงบวกต่อเป้าหมายดัชนีปี 2566 ที่ 1,790 จุด ทั้งนี้เราเริ่มเห็นตลาดเพิ่มความระมัดระวังในการเก็งกำไรผ่านการเลือกหุ้นที่ยังขึ้นช้า (Laggard) มากกว่าการไล่ซื้อในกลุ่มที่ขึ้นไปมากแล้ว โดยกลุ่มที่ยังเป็นตัวเลือกที่ดี จะอยู่ที่ ค้าปลีก, ปิโตรเคมี, บรรจุภัณฑ์, การเงิน และอาหาร
 

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเอกชนผลิตไฟฟ้าเกิน 51% ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติด้วยเสียงส่วนใหญ่ (7:2) ชี้แผนผลิตไฟฟ้าที่กำหนดให้รัฐลดสัดส่วนกำลังการผลิตต่ำกว่า 51% ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยดังกล่าวแม้ไม่ได้ส่งผลบวกต่อประมาณการกำไร แต่ช่วยปลดล็อคความกังวลและความเสี่ยงที่อาจเกิดกับหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า ซึ่งเมื่อประกอบกับปัจจัยบวกในฝั่งของต้นทุนที่มีโอกาสลดลง และค่าเงินบาทที่แข็งค่าเป็นบวกกับสถานะหนี้ในสกุลต่างประเทศของหุ้นหลายตัว ทำให้กลุ่มไฟฟ้าเป็นหนึ่งในกลุ่มที่น่าสนใจ โดยหุ้นที่เราชอบ ได้แก่ BGRIM, GPSC, GULF, RATCH, EGCO, SSP, GUNKUL เป็นต้น ปัจจัยหนุนในระยะสั้นของกลุ่มนี้ คือการประกาศโครงการที่ผ่านคุณสมบัติเสนอขายไฟฟ้าพลังงานทดแทน 25 ม.ค.66 ที่จะถึงนี้
 

ประเด็นลงทุนที่น่าสนใจ 1) ฟื้นตัวจากเศรษฐกิจและเปิดเมือง BBL, SCB, MINT, SPA, VRANDA, TNR, KISS, CPN, CRC, CPALL, MAKRO, MAJOR 2) หุ้นได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจจีนฟื้นตัว (พลังงาน ปิโตรเคมี บรรจุภัณฑ์) ได้แก่ PTTGC, IRPC, SCGP, AJ, PTL, SCC, PTTEP, PTT 3) กลุ่มบริโภคและการย้ายฐานการผลิต ได้แก่ WHA, AMATA, ROJNA 4) การขายไฟพลังงานทดแทน 5200MW GULF, GUNKUL, BCPG, SSP, BGRIM, GPSC, EGCO 5) หุ้นที่น่าสนใจอื่นๆ STP, TNR, DMT, TVDH, KLINIQ, FLOYD, SORKON 6) กลุ่มน้ำตาล เข้า high season และปริมาณการผลิตไทยสูงสุดในรอบ 3 ปี ดีกับ KSL, KTIS, KBS, BRR

 

ภาพรวมกลยุทธ์: ยังคงมุมมองบวกต่อบรรยากาศลงทุนหุ้นไทยแม้อาจมีแรงขายปรับพอร์ตสลับบ้างช่วงต้นปี เป้าหมายระยะสั้น 1,700-1,710 แนวรับ 1,680 จุด เน้นหุ้นกลุ่มเปิดเมือง (ท่องเที่ยว ค้าปลีก ธนาคาร) ที่ยัง Laggard ขณะที่ราคาพลังงานที่ลงและเงินบาทแข็งค่าบวกกับกลุ่มโรงไฟฟ้า และเรามองกลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์เกี่ยวกับฝั่งต้นทุนที่ลดลง จะมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ดี  //หุ้นแนะนำ: PTTGC, AMANAH*, VRANDA, ASW*

แนวรับ: 1,680 / แนวต้าน : 1,700-1,710 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

 


 

ประเด็นการลงทุน

จีนปลดแบนถ่านหินออสซี่-เพิ่มการผลิตในประเทศ – การยกเลิกคำสั่งห้ามนำเข้าถ่านหินจากออสเตรเลียอย่างไม่เป็นทางการของจีน เป็นสัญญาณบ่งชี้ที่ชัดเจนที่สุดถึงความสัมพันธ์ครั้งใหม่ระหว่างทั้งสองชาติ โดยการระงับนำเข้าดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2563 หลังออสเตรเลียเรียกร้องให้มีการสอบสวนอิสระถึงต้นตอของเชื้อโควิด19

ไต้หวันผ่านกฎหมายลดภาษีผลิตชิป - จะอนุญาตให้บริษัทชิปขอเครดิตภาษีในอัตราส่วน 25% ของรายจ่ายด้านการวิจัยและการพัฒนารายปี ภายใต้ความพยายามในการรักษาเทคโนโลยีชิปเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงเอาไว้ในไต้หวันและรักษาสถานะความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของไต้หวัน

ประชุม World Economic Forum 16-20 ม.ค. – ประจำปี 2566 ซึ่งจะมีขึ้นที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ภายใต้หัวข้อ Cooperation in a Fragmented World

FLASH เลื่อนเข้า SET เปิดช่องไปแนสแดก- แฟลช กรุ๊ป ยูนิคอร์นรายแรกของไทย ปิดดีลระดมทุนครั้งใหญ่ 1.5 หมื่นล้านบาทรอบซีรีย์ F ปลายปี 65 พลิกฟื้นธุรกิจช่วง 2-3 ปีจากนี้ หลังเลื่อนแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ไปอย่างน้อยอีก 3 ปี พร้อมเปิดกว้างเพิ่มโอกาสเข้าตลาดหุ้นต่างประเทศ

ASW เตรียมผุด Campus Condo อีก 3 โครงการใหม่ใน Q1/66 – ในช่วง 1/66 บริษัทฯ วางแผนบุกตลาด Campus Condo ต่อเนื่อง โดยจะเปิดตัวโครงการใหม่ 3 โครงการ บนทำเลศักยภาพ ใกล้กับมหาวิทยาลัยชั้นนำถึง 3 แห่ง มูลค่ากว่า 4,430 ลบ.

 

ประเด็นติดตาม: 10 ม.ค. - Fed Chair Powell Speaks / 11 ม.ค. – US Crude Oil Inventories / 12 ม.ค. – US CPI, US Initial Jobless Claims / 13 ม.ค. – EU Industrial Production / 18 ม.ค. – EU CPI, US Retail Sales, US PPI / 19 ม.ค. – US Building Permits / 20 ม.ค. – US Existing Home Sales

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)