มนุษย์เงินเดือน อย่าลืมตรวจสอบรายได้และสิทธิลดหย่อนภาษี วางแผนภาษีก่อนจบปี เพื่อเตรียมยื่นภาษีปี 2568 ได้อย่างครบถ้วนไม่เสียสิทธิที่ควรได้รับ
ใกล้สิ้นปีแล้ว มนุษย์เงินเดือนที่ต้องการวางแผนภาษีไม่ควรรอจนถึงช่วงยื่นแบบ เพราะการตรวจสอบรายได้และสิทธิลดหย่อนตั้งแต่ตอนนี้ จะช่วยให้รู้ว่าตลอดปีที่ผ่านมาเสียภาษีไว้เท่าไร ยังมีสิทธิใดที่ใช้ได้ และควรเตรียมเอกสารอะไรเพิ่มเติมบ้าง
สำหรับปีภาษี 2569 ซึ่งเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 มกราคม–31 ธันวาคม 2569 ผู้มีเงินได้จะยื่นแบบภาษีประจำปีในปี 2570 โดยทั่วไปมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้จากเงินเดือนเพียงอย่างเดียวจะใช้แบบ ภ.ง.ด.91 หากมีรายได้ประเภทอื่นร่วมด้วย อาจต้องใช้แบบ ภ.ง.ด.90 ตามประเภทเงินได้และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลสำคัญที่ควรรู้คือ ค่าลดหย่อนบางรายการใช้สิทธิได้ตามสถานะครอบครัวหรือภาระที่มีอยู่แล้ว ขณะที่บางรายการต้องมีการจ่ายเงินจริงภายในปีภาษีและเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด การตรวจสอบให้ครบก่อนวันที่ 31 ธันวาคม จึงเป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการบริหารภาษีอย่างเหมาะสม
1. ค่าลดหย่อนพื้นฐานที่มนุษย์เงินเดือนได้รับ
เริ่มต้นจากสิทธิพื้นฐานที่ผู้มีเงินได้สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ตามหลักเกณฑ์ ได้แก่
- ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท สำหรับผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดา
- ค่าลดหย่อนคู่สมรส 60,000 บาท กรณีคู่สมรสไม่มีเงินได้และเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
- ค่าลดหย่อนบุตร โดยทั่วไปคนละ 30,000 บาท ส่วนบุตรคนที่ 2 เป็นต้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 อาจใช้สิทธิได้คนละ 60,000 บาทตามเงื่อนไข
- ค่าลดหย่อนบิดามารดา คนละ 30,000 บาท เมื่อมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด เช่น อายุ 60 ปีขึ้นไปและมีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
- ค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตร ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 60,000 บาทต่อครรภ์ ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนด
หากมีบุตร บิดามารดา หรือคู่สมรสที่เข้าเงื่อนไข ควรตรวจสอบสิทธิให้ครบ รวมถึงกรณีที่มีพี่น้องหลายคนช่วยกันดูแลบิดามารดา เพราะการใช้สิทธิลดหย่อนบิดามารดาคนเดียวกันมีข้อจำกัด ไม่สามารถนำไปใช้ซ้ำซ้อนโดยผู้มีเงินได้หลายคนได้
2. ประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อย่าลืมตรวจยอดทั้งปี
มนุษย์เงินเดือนจำนวนมากมีรายการหักจากเงินเดือนทุกเดือน แต่ไม่ได้ตรวจสอบว่าสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้เท่าไร เช่น เงินสมทบประกันสังคม สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงและหลักเกณฑ์ที่ใช้ในปีภาษีนั้น จึงควรตรวจสอบยอดรวมตลอดปีจากเอกสารของนายจ้างหรือข้อมูลของสำนักงานประกันสังคม ไม่ควรใช้ตัวเลขสูงสุดของปีก่อนโดยไม่ตรวจสอบอัตราและเพดานที่มีผลในปี 2569
รวมถึงเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) เป็นอีกหนึ่งรายการที่ควรตรวจสอบ เพราะเงินสะสมที่เข้าเงื่อนไขสามารถใช้สิทธิทางภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง โดยมีเพดานและเงื่อนไขเมื่อรวมกับการออมเพื่อเกษียณประเภทอื่น เช่น RMF และประกันชีวิตแบบบำนาญ
แนะนำให้เก็บหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือใบ 50 ทวิ รวมถึงเอกสารสรุปยอดเงินสะสมจากกองทุนไว้ใช้ตรวจสอบก่อนยื่นภาษี
3. ประกันชีวิตและประกันสุขภาพ ใช้สิทธิได้ตามเงื่อนไข
ผู้ที่จ่ายเบี้ยประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพสามารถตรวจสอบสิทธิหักลดหย่อนได้ โดยทั่วไปมีหลักเกณฑ์สำคัญดังนี้
- เบี้ยประกันชีวิต ใช้สิทธิได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่เกิน 100,000 บาท เมื่อกรมธรรม์และผู้รับประกันเข้าเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
- เบี้ยประกันสุขภาพของตนเอง ใช้สิทธิได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตแล้วต้องไม่เกินเพดานรวม 100,000 บาท
- เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา อาจใช้สิทธิได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 15,000 บาท เมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด
ก่อนใช้สิทธิ ควรขอข้อมูลจากบริษัทประกันว่ามีการส่งข้อมูลเบี้ยประกันให้กรมสรรพากรหรือไม่ และตรวจสอบว่ากรมธรรม์นั้นเข้าเงื่อนไขทางภาษีจริง การซื้อประกันเพียงเพราะต้องการลดหย่อนภาษีโดยไม่พิจารณาความจำเป็นและความสามารถในการชำระเบี้ย อาจทำให้เกิดภาระทางการเงินในระยะยาวได้
4. วางแผนกองทุนลดหย่อนภาษี ก่อนสิ้นปี 2569
สำหรับผู้ที่ต้องการออมเงินระยะยาว กองทุนบางประเภทสามารถนำมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ แต่ต้องพิจารณาวงเงินและเงื่อนไขการถือครองอย่างรอบคอบ
กองทุน Thai ESG มีสิทธิหักลดหย่อนสำหรับการซื้อหน่วยลงทุนตามเงื่อนไขของปีภาษี 2569 โดยหลักเกณฑ์ที่เผยแพร่ระบุวงเงินไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี และไม่เกิน 300,000 บาท ทั้งนี้ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุนและระยะเวลาถือครองที่เกี่ยวข้อง
กองทุน RMF เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการออมเพื่อวัยเกษียณ โดยมีเพดานตามสัดส่วนเงินได้และวงเงินรวมของกลุ่มการออมเพื่อเกษียณ ซึ่งรวมถึงกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและรายการที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการซื้อและการถือครองด้วย
สำหรับผู้ที่เคยใช้สิทธิจากการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF เดิมไปยัง Thai ESGX ในปี 2568 ควรตรวจสอบสิทธิทยอยลดหย่อนในปีต่อเนื่องตามหลักเกณฑ์เฉพาะของมาตรการนั้นด้วย
5. ผ่อนบ้านอยู่หรือบริจาคเงินอย่าลืมตรวจสอบสิทธิ
ผู้ที่มีสินเชื่อเพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัย สามารถนำดอกเบี้ยเงินกู้ที่จ่ายจริงมาหักลดหย่อนได้ตามเงื่อนไข โดยทั่วไปไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี กรณีกู้ร่วมต้องพิจารณาการแบ่งสิทธิตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และควรตรวจสอบว่าธนาคารส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรครบถ้วนแล้วหรือไม่
นอกจากนี้ การบริจาคให้หน่วยงานหรือองค์กรที่เข้าเงื่อนไขทางภาษี ก็อาจนำมาใช้สิทธิลดหย่อนได้ โดยต้องพิจารณาว่าเป็นการบริจาคประเภทใดและกฎหมายกำหนดให้หักได้เท่าไร การบริจาคทั่วไปมักมีเพดานตามสัดส่วนเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ส่วนการบริจาคบางประเภทอาจได้รับสิทธิพิเศษหากเข้าเงื่อนไขเฉพาะ
หากต้องการใช้สิทธิ ควรเก็บหลักฐานการบริจาคและตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบ e-Donation หรือเอกสารจากหน่วยงานผู้รับบริจาคให้เรียบร้อย ไม่ควรเข้าใจว่าการบริจาคทุกแห่งสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ทั้งหมด
6. ก่อนหมดปี ควรเช็กอะไรบ้าง?
เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิภาษีในช่วงปลายปี มนุษย์เงินเดือนสามารถเริ่มจากรายการต่อไปนี้
1. ตรวจสอบรายได้และภาษีหัก ณ ที่จ่ายสะสมจากฝ่ายบุคคล
2. รวบรวมข้อมูลค่าลดหย่อนส่วนตัว ครอบครัว และประกันสังคม
3. ตรวจสอบเบี้ยประกัน ดอกเบี้ยบ้าน และเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
4. เช็กหลักฐานการบริจาคและข้อมูลที่ส่งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
5. หากสนใจซื้อกองทุนหรือใช้สิทธิที่ต้องจ่ายเงินก่อนสิ้นปี ให้ตรวจสอบเงื่อนไข วงเงิน และกำหนดเวลาของรายการนั้นก่อนตัดสินใจ
6. เก็บเอกสารและหลักฐานให้ครบ เพื่อใช้ตรวจสอบก่อนยื่นแบบภาษีในปี 2570
สรุป การวางแผนภาษีสำหรับมนุษย์เงินเดือนไม่จำเป็นต้องรอจนถึงวันยื่นแบบ แต่ควรเริ่มตรวจสอบตั้งแต่ช่วงปลายปี เพื่อให้รู้ว่าตนเองมีสิทธิอะไรบ้างและยังขาดเอกสารใด โดยเฉพาะรายการที่ต้องดำเนินการภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 จึงจะนำมาใช้สิทธิสำหรับปีภาษีนี้ได้
อย่างไรก็ตาม สิทธิลดหย่อนแต่ละประเภทมีเงื่อนไขแตกต่างกัน และอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามกฎหมายหรือประกาศที่เกี่ยวข้อง จึงควรตรวจสอบข้อมูลจากกรมสรรพากรโดยตรงก่อนตัดสินใจ
อ่านบทความน่ารู้เกี่ยวกับภาษี เพิ่มเติม คลิกที่นี่
Source : Inflow Accounting





