วันศุกร์ ที่ 11 กันยายน 2569

Login
Login

‘เครดิตบูโร’ เปิดข้อมูลลูกหนี้บ้าน 2.5 ล้านคน แบก “รถยนต์-กระบะ-มอเตอร์ไซค์” ซ้ำซ้อน

“สุรพล” สกัดข้อมูลหนี้เดือนมิ.ย. 2569 ชี้กลุ่มมีสินเชื่อบ้านวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท 2.6 ล้านคน มูลหนี้ 3.8 ล้านล้านบาท แต่ในกลุ่มที่ยังไม่เป็น NPL ยังมีหนี้รถยนต์หลายประเภท ทั้งรถกระบะ รถยนต์ และจักรยานยนต์ที่เริ่มค้างชำระและเป็นหนี้เสีย ชี้หากแก้เฉพาะหนี้บ้าน แต่ไม่ดูหนี้รถ จะช่วยลูกหนี้ได้จริงหรือ

KEY POINTS

  • เครดิตบูโรเปิดเผยข้อมูลลูกหนี้สินเชื่อบ้านที่ยังไม่เป็นหนี้เสีย (NPL) จำนวน 2.5 ล้านคน มีภาระหนี้สินเชื่อยานยนต์ซ้ำซ้อน
  • ในกลุ่มลูกหนี้บ้าน พบว่ามีหนี้รถยนต์ 4.6 แสนคน, หนี้รถกระบะ 1.5 แสนคน และหนี้รถจักรยานยนต์อีก 1.8 แสนคน
  • หนี้สินเชื่อยานยนต์ที่ลูกหนี้บ้านกลุ่มนี้แบกรับอยู่ มีทั้งสถานะหนี้ปกติ, หนี้ที่เริ่มค้างชำระ-หนี้เสีย สะท้อนความเปราะบางทางการเงิน
  • ผู้บริหารเครดิตบูโรเสนอว่ามาตรการแก้หนี้ควรยึด "ลูกหนี้เป็นศูนย์กลาง" ดูภาระหนี้ทั้งหมด ไม่ใช่แยกตามประเภทสินเชื่อ เพื่อให้การช่วยเหลือมีประสิทธิภาพ

‘เครดิตบูโร’ เปิดข้อมูลลูกหนี้บ้าน 2.5 ล้านคน แบก “รถยนต์-กระบะ-มอเตอร์ไซค์” ซ้ำซ้อน สุรพล โอภาสเสถียร ผู้ช่วยผู้บริหาร บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) โพสต์เฟซบุ๊ก “Surapol Opasatien”ว่า ข้อมูล​เดือนมิถุนายน 2569​ หลังจากมีข่าวสารออกไปเกี่ยวกับตลาดบ้านมือสองเติบโต​ การอนุมัติสินเชื่อบ้านน้อย​ และข่าวแว่วๆว่าจะมีการช่วยเหลือสินเชื่อบ้านที่มีวงเงินไม่เกิน​ 5 ล้านบาท​ กติกาก็น่าจะประมาณ ลดค่างวดที่ผ่อนลงมายังไม่ชัดว่าลดลงมา​ 30%หรือให้ยอดผ่อนใหม่ตามแผนช่วยเหลือผ่อนแค่​ 30% ของสัญญา​เดิม

แต่ที่ชัดคือเหตุปัจจัยจากผลกระทบ สงครามสหรัฐ-อิหร่านที่ปะทุเมื่อ​ 24.02.2569 ว่าเป็นเหตุทำให้ออกมาตรการแก้หนี้ (น่าจะกำลังตั้งชื่ออยู่)​

จากข้อมูลดังกล่าว พบว่ามีคนที่มีบัญชีสินเชื่อบ้านวงเงิน 5 ล้านบาทลงมา 2.6 ล้านคน มูลหนี้รวม 3.8 ล้านล้านบาท จำนวน 3.1 ล้านบัญชี
 

ในจำนวนนี้ มีลูกหนี้ที่ ยังไม่เป็นหนี้เสีย (NPL หรือค้างเกิน 90 วัน) 2.5 ล้านคน มูลหนี้ 3.6 ล้านล้านบาท จำนวน 2.9 ล้านบัญชี โดยเป็นหนี้ปกติจริงๆ 2.4 ล้านคน มูลหนี้ 3.45 ล้านล้านบาท จำนวน 2.8 ล้านบัญชี

  • ห่วงลูกหนี้บ้าน พ่วง “หนี้รถกระบะ”

นายสุรพล ได้นำกลุ่มลูกหนี้บ้านที่ยังไม่เป็น NPL จำนวน 2.5 ล้านคน มาดูต่อว่ามีหนี้รถกระบะร่วมด้วยหรือไม่

โดยพบว่ามีบัญชีสินเชื่อรถกระบะที่เป็นหนี้ปกติ 140,647 บัญชี ขณะที่เป็นหนี้ที่กำลังจะเสีย หรือ SM 31-90 วัน 10,564 บัญชี และเป็น NPL ค้างเกิน 90 วันแล้ว 12,151 บัญชี

มูลหนี้รถกระบะในกลุ่มนี้รวม 57,035 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ปกติ 49,734 ล้านบาท หนี้กำลังจะเสีย 3,630 ล้านบาท และหนี้เสีย 3,672 ล้านบาท

 

  • รถยนต์ไม่ใช่กระบะ พบหนี้กำลังจะเสีย 2.2 หมื่นบัญชี

สำหรับสินเชื่อรถยนต์ที่ไม่ใช่รถกระบะ ในกลุ่มลูกหนี้บ้านดังกล่าว มีจำนวนรวม 506,204 บัญชี มูลหนี้ 228,206 ล้านบาท

ในจำนวนนี้ เป็นบัญชีที่อยู่ในสถานะปกติ 463,352 บัญชี มูลหนี้ 211,757 ล้านบาท ขณะที่เป็นหนี้กำลังจะเสีย 22,045 บัญชี มูลหนี้ 9,539 ล้านบาท และเป็นหนี้เสียแล้ว 20,807 บัญชี มูลหนี้ 6,910 ล้านบาท

นายสุรพล ระบุในประเด็นเชิงนโยบายว่า กลุ่มคนที่มีหนี้บ้านดังกล่าวยังมีหนี้รถยนต์ประเภทอื่นอยู่ด้วย โดยเฉพาะ รถยนต์ 4.6 แสนคน รถกระบะ 1.5 แสนคน และรถมอเตอร์ไซค์ 1.8 แสนคน

  • มอเตอร์ไซค์ 1.8 แสนคน มีทั้งหนี้กำลังเสีย-หนี้เสีย

ขณะที่สินเชื่อรถจักรยานยนต์ในกลุ่มดังกล่าวมี 196,970 บัญชี มูลหนี้รวม 13,288 ล้านบาท

เป็นหนี้ปกติ 173,851 บัญชี มูลหนี้ 11,960 ล้านบาท หนี้กำลังจะเสีย 7,210 บัญชี มูลหนี้ 438 ล้านบาท และเป็นหนี้เสียแล้ว 15,909 บัญชี มูลหนี้ 889 ล้านบาท

หากผู้กำหนดนโยบายคิดจะแก้ปัญหาสินเชื่อบ้าน แต่ไม่แก้สินเชื่อรถยนต์ ทั้งรถยนต์ รถกระบะ และรถจักรยานยนต์ จะช่วยลูกหนี้ได้จริงหรือไม่ พร้อมเสนอว่าการแก้หนี้ควร “เอาลูกหนี้เป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่เอาประเภทสินเชื่อเป็นศูนย์กลาง”

ทั้งนี้ ยังตั้งข้อสังเกตต่อเนื่องถึงกรณี Non-bank ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคาร ว่าบางแห่งส่งข้อมูลเข้าเครดิตบูโร ขณะที่บางแห่งไม่ส่ง พร้อมตั้งคำถามถึงข้อตกลงที่เกิดขึ้นในเดือนต.ค. 2568

รวมถึงโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ที่โอนหนี้เสียต่ำกว่า 1 แสนบาทไปให้ SAM และตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่โอนสินเชื่อจำนำทะเบียนที่เป็นหนี้เสียกว่า 5 แสนบัญชี ซึ่งอยู่ในกลุ่ม Ploan ด้วย โดยนายสุรพลตั้งคำถามถึงเหตุผลและการตกลงกันหลังเดือนต.ค. 2568 ว่า “ทำกันได้” เพราะอะไร และใครยอมใคร