วันศุกร์ ที่ 11 กันยายน 2569

Login
Login

ดาวโจนส์ลง 300 จุด ทำสถิติร่วง 4 วันติด บอนด์ยีลด์ ราคาน้ำมันพุ่ง   

ดาวโจนส์ปิดติดลบ 300 จุด ทำสถิติร่วงลง 4 วันติด ขณะที่ยีลด์พันธบัตรและราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นเหนือ 107 ดอลลาร์/บาร์เรล  WTI ทะลุ 102 ดอลลาร์

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงในวันพฤหัสบดี (10 ก.ย. 69) หลังราคาน้ำมันดิบสหรัฐทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลเพิ่มขึ้นว่าเงินเฟ้ออาจเร่งตัวจากสงครามตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ  

 

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ปิดลดลง 316.56 จุด หรือ 0.6% ที่ระดับ 52,064.10 จุด ดัชนี S&P 500 ลดต่ำลง 0.58% ปิดที่ 7,591.70 จุด ขณะที่แนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite ปรับลด 0.65% ปิดที่ 26,081.72 จุด ทั้งสามดัชนีหลักปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่สี่  

 

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยังคงกดดันบรรยากาศการลงทุน ขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 7 น้ำมันดิบสหรัฐเวสต์เท็กซัส West Texas Intermediate (WTI) ปิดที่ 102.48 ดอลลาร์ พุ่งขึ้น 6.7% ส่วนฟิวเจอร์สน้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้น 5.9% ปิดที่ 107.63 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคมสำหรับทั้งสองราคาอ้างอิง  

  • บอนด์ยีลด์ ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น กดดันตลาดหุ้น

นับตั้งแต่สงครามกับอิหร่านเริ่มขึ้นปลายเดือนกุมภาพันธ์ ราคาน้ำมัน WTI ปรับขึ้นแล้ว 52.9% และเพิ่มขึ้น 78.5% นับตั้งแต่ต้นปี  

 

การดีดขึ้นของราคาน้ำมันในวันพฤหัสบดี ดันให้ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีทะลุ 4.95% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023  

 

หุ้นชิปที่มีเบตาสูง (ราคาตอบสนองแรงต่อภาวะตลาด โอกาสกำไรสูงกว่า แต่ก็มีความเสี่ยงสูงกว่าเช่นกัน) ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวนำตลาดขาขึ้นก่อนหน้า ถูกเทขายจากความกังวลว่าดอกเบี้ยและราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจฉุดเศรษฐกิจให้ชะลอ หุ้น Intel ร่วง 5.6% ขณะที่ Micron Technology ลดลง 4.7%  

 

หุ้นกลุ่มไฮเปอร์สเกลเลอร์ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ อย่าง Alphabet และ Microsoft ปิดบวกไม่ถึง 1% ขณะที่หุ้น Apple พุ่ง 3.6% จากการเปิดตัวสมาร์ตโฟนหน้าจอพับรุ่นแรกของบริษัทที่ประสบความสำเร็จ  

  • ตลาดจับตาเงินเฟ้อสหรัฐ

 

รายงานเงินเฟ้อฝั่งราคาขายส่งที่ออกมา “ไม่ร้อนแรงเกินคาด” ยังไม่สามารถคลายความกังวลเรื่องดอกเบี้ยและราคาน้ำมันได้ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อฝั่งค้าส่ง เพิ่มขึ้น 0.4% แบบปรับฤดูกาล ซึ่งสอดคล้องกับคาดการณ์เฉลี่ยของนักเศรษฐศาสตร์ที่บริษัทสื่อดาวโจนส์สำรวจ เทียบกับปีก่อน PPI อยู่ที่ 5.4% ซึ่งยังสูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ของเฟดมาก  

 

รายงานดังกล่าวออกมาก่อนดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิดซึ่งจะประกาศในวันศุกร์ ทั้งสองตัวเลขจะถูกนำไปใช้ในการคำนวณดัชนีราคาเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อหลักที่เฟดใช้ และจะยังไม่ถูกเผยแพร่จนกว่าจะหลังการลงมติอัตราดอกเบี้ยของเฟดในวันที่ 16 ก.ย.  

 

สตีเฟน โคลต์แมน หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์มหภาคของ 21shares ระบุในรายงานว่า “ตัวเลข PPI ที่ออกมาเองยังก้ำกึ่ง ไม่ได้ช่วยตอบคำถามว่าเฟดจะ ‘ขึ้นหรือไม่ขึ้น’ ดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า แต่การที่ราคาน้ำมัน WTI ดีดกลับขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์และยีลด์พันธบัตรสหรัฐทำจุดสูงใหม่ แน่นอนว่ากำลังยกระดับแรงกดดันต่อนักลงทุน ก่อนตัวเลข CPI ที่สำคัญมากในวันพรุ่งนี้”  

ฟิวเจอร์สดอกเบี้ยเฟดล่าสุดกำลังสะท้อนโอกาสราว 73% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% หลังการประชุมในสัปดาห์หน้า ตามข้อมูลจากเครื่องมือติดตามเฟด CME FedWatch  

 

กระทรวงการคลังสหรัฐได้ดำเนินการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลอายุยาวเป็นมูลค่า 5.19 พันล้านดอลลาร์จากเป้าหมายทั้งหมด 6 พันล้านดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี เพื่อช่วยบริหารเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (yield curve) ท่ามกลางราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นจากสงครามอิหร่าน  

 

ดัชนีหลักเพิ่งปิดลบในวันก่อนหน้า หลังจากกระทรวงการคลังประกาศแผนซื้อคืนพันธบัตรมูลค่า 6 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นขนาดใหญ่กว่าปกติถึงสามเท่า และเมื่อไม่ถึงหนึ่งเดือนก่อน กระทรวงการคลังยังระบุว่าจะเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลที่เดิมมีมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์เป็นมากกว่าสองเท่าอีกด้วย