วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

Hydration breaks แท็คติกใหม่ของฟุตบอลโลก ที่อาจทำเงินได้มากกว่าซูเปอร์โบวล์

ฟุตบอลโลก 2026 เปิดฉากอย่างเร้าใจมาได้ครบสัปดาห์แล้ว สำหรับคนที่รักเกมลูกหนังต้องบอกว่านี่เป็นฟุตบอลโลกที่ถือว่าสนุกครั้งหนึ่ง เกมการแข่งขันดีและมีคุณภาพสูงเกือบทุกนัด

โดยเฉพาะในการระเบิดฟอร์มของทีมเต็งอย่างเยอรมนี, ฝรั่งเศส, อังกฤษ และอาร์เจนตินา ที่สร้างความฮือฮาอย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้นก็มีเรื่องนึงที่กำลังเป็นประเด็นถกเถียงกันถึงเหตุผลและความเหมาะสม

ประเด็นดังกล่าวคือเรื่องของ การพักเบรกให้ดื่มน้ำ หรือ “Hydration breaks” ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงครึ่งทางของแต่ละครึ่งเวลา (นาทีที่ 22 ของครึ่งเวลานั้น) ที่ขัดใจแฟนบอลที่กำลังดูเกมอย่างสนุก

เรื่องนี้ทางด้านสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ระบุว่าเป็นกฎที่อนุมัติขึ้นเพื่อเรื่องของความปลอดภัยและสุขภาพของนักกีฬาโดยเฉพาะ เนื่องจากสภาพอากาศของสหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก 3 ชาติเจ้าภาพฟุตบอลโลกหนนี้ค่อนข้างร้อนจัดเนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูร้อนพอดี

แต่สิ่งที่คนกำลังจับตาคือจริงๆแล้วเหตุผลของการให้พักเบรกนั้นไม่ได้เพื่อความปลอดภัยหรือสุขภาพอะไร

ในทางตรงกันข้ามนี่คือ “อาวุธลับ” ที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีสำหรับเหล่าผู้ให้บริการที่ซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดไปที่จะใช้ช่วงเวลานี้ในการทำเงินรายได้จากการโฆษณา เรื่องนี้เป็นมาอย่างไรกันแน่?

ความลับของการพักดื่มน้ำ

ภาพของนักฟุตบอลที่กำลังไล่หวดลูกกลมๆในสนามอยู่ดีๆแล้วผู้ตัดสินก็เป่านกหวีด “ปรี๊ด” เพื่อหยุดเกมก่อนที่จะบอกให้ทุกคนเดินออกไปที่ข้างสนาม ซึ่งที่ข้างสนามนั้นก็จะมีทีมสตาฟฟ์นำน้ำดื่มใส่ขวดมาเตรียมไว้ให้ทุกคนได้ดื่มกัน โดยที่ระหว่างนั้นอาจจะได้เห็นโค้ชออกมาสั่งการแก้เกมกันสดๆ

นี่คือสิ่งที่แฟนฟุตบอลชาวไทยที่ได้ชมเกมฟุตบอลโลกผ่าน Monomax ซึ่งต้องเสียค่าแพ็คเกจ 5,990 บาทหรือผ่านฟรีทีวีทางช่อง Monomax Sports จะได้เห็นเป็นประจำ

สำหรับบางคนอาจจะมองว่าขัดจังหวะและเวลานิดหน่อย แต่สำหรับผู้ให้บริการในหลายประเทศที่ซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกด้วยสนนราคาแพงแสนแพงนั้น ช่วงเวลานี้คือช่วง “นาทีทอง” ที่รอคอยเลยก็ว่าได้

เพราะนี่จะเป็นช่วงเวลาสำหรับการฉายโฆษณาที่แม้จะกินเวลาสั้นๆแต่ก็สามารถสร้างรายได้อย่างมหาศาล

และหนึ่งในเหตุผลที่ดีสำหรับการขายโฆษณาในช่วงเวลานี้เป็นเพราะมันถูกออกแบบมาได้กำลังดีสำหรับผู้ชม

โฆษณา 30 วินาทีจำนวน 4 ตัวของช่วงพักเบรกโฆษณาในช่วงที่เกมยังอยู่ตรงกลางของการแข่งขันถือว่าเป็นช่วงเวลาที่กำลังพอเหมาะ ไม่สั้นไป ไม่ยาวไป โดยที่ผู้ชมเองจะไม่เปลี่ยนช่องหนีไปเหมือนการโฆษณาในช่วงพักครึ่งด้วย

นาทีทองของ Fox

หนึ่งในกรณีตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Fox Sports ผู้ถือลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกในสหรัฐอเมริกา ซึ่งใช้ช่วง Hydration breaks ในการฉายโฆษณาประกอบไปด้วย

เรื่องนี้ The Sporting news รายงานโดยอ้างความเห็นจาก Awful Announcing ผู้คร่ำหวอดในวงการโฆษณาบอกระบุว่า Fox อาจจะสามารถทำเงินได้มากถึง 250 ล้านดอลลาร์ (8.2 พันล้านบาท) ได้เฉพาะจากแค่ช่วงของการโฆษณาช่วงพักเบรกดื่มน้ำ

“เราสามารถที่จะพูดได้ว่า Fox ตั้งราคาไว้ที่ 300,000 ดอลลาร์สำหรับสปอตโฆษณาความยาว 30 วินาที โดยพิจารณาจากช่วงแรกของการแข่งขันที่ราคายังต่ำ แต่ในรอบที่ลึก เราคาดว่าเรตโฆษณาจะมีราคาที่สูงขึ้น”

“ช่วง Hydration breaks จะมีความยาวราว 3 นาที และได้รับอนุญาตให้ฉายโฆษณาความยาว 30 วินาทีได้ 4 ตัวตามไกด์ไลน์อย่างเป็นทางการของ FIFA โดยที่จะให้มีช่วงบัฟเฟอร์ก่อนและหลัง 20 นาทีของแต่ละเบรก”

ตามการคำนวนแล้วคาดว่าจะมีช่วงสำหรับสปอตโฆษณาถึง 832 ครั้งสำหรับ 104 เกมของฟุตบอลโลกครั้งนี้ ซึ่งคำนวนเฉลี่ย 300,000 ดอลลาร์ต่อสปอต จะทำรายได้ถึง 249.6 ล้านดอลลาร์สำหรับโฆษณาในช่วงพักเบรกดื่มน้ำนี้อย่างเดียว และถ้าราคาเฉลี่ยขึ้นไปที่ 400,000 ดอลลาร์ Fox จะทำรายได้ถึง 332.8 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ดีไม่ใช่ผู้ให้บริการทุกประเทศหรือทุกเจ้าจะเลือกขายโฆษณาในช่วงของการพักเบรกแบบนี้

Telemundo ผู้ถ่ายฟุตบอลโลกภาษาสเปนในสหรัฐฯ เลือกที่จะไม่ขายโฆษณาในช่วงพักเบรก เช่นเดียวกับ ITV ผู้ให้บริการของสหราชอาณาจักรที่ปฏิเสธจะหาเงินจากช่วงเวลานี้เช่นกัน เพราะมองว่าไม่น่าเป็นผลดี เนื่องจากราคาสปอตอาจจะสูงถึง 500,000 ปอนด์ต่อ 30 วินาที ซึ่งสูงกว่าปกติถึง 10 เท่า

 

นัดชิงฟุตบอลโลกอาจแพงกว่าซูเปอร์โบวล์

แต่นั่นยังไม่ใช่ไฮไลต์ของเรื่อง เพราะมีการประเมินว่าเกมในช่วงท้ายโดยเฉพาะในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกที่มีจำนวนผู้ชมมากมายมหาศาลนั้น

มีความเป็นไปได้ที่สนนราคาของสปอตโฆษณาในเกมนัดชิง (World Cup Final) อาจจะสูงยิ่งกว่าตัวเลขโฆษณาในอเมริกันฟุตบอล “ซูเปอร์โบวล์” ที่ถือเป็นเบอร์หนึ่งของวงการมาตลอดกาล ซึ่งปกติแล้วจะทำเงินรายได้ถึง 7 ล้านดอลลาร์ต่อ 1 สปอตโฆษณาที่กินเวลา 30 วินาที

ผู้บริหารจาก Creative Practice บริษัทโฆษณาชื่อดังของอังกฤษให้ความเห็นว่า “จริงๆในสหรัฐฯพวกเขาจะให้ความสำคัญกับซูเปอร์โบวล์มากกว่าต่อให้ต้องจ่ายเงินถึง 7-8 ล้านดอลลาร์สำหรับสปอตโฆษณาตัวนึง”

“แต่ถ้าลองประเมินว่าถึงทีมชาติสหรัฐฯจะตกรอบแล้วแต่แฟนบอลในสหรัฐฯยังให้ความสนใจฟุตบอลโลกอยู่ มันก็มีความเป็นไปได้ที่ตัวเลขสปอตอาจจะมีมูลค่าใกล้เคียงหรือสูงกว่าซูเปอร์โบวล์เลยก็ได้”

สำหรับศึกซูเปอร์โบวล์ครั้งที่ผ่านมา มีการประเมินว่าสถานี NBC ขายสปอตโฆษณาในเกมซูเปอร์โบวล์ได้ตั้งแต่ 8-10 ล้านดอลลาร์ต่อสปอต และทำเงินรายได้รวมมหาศาลหลายร้อยล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

เสียงตอบรับจากโลกฟุตบอล

ขณะที่เสียงตอบรับจากโลกฟุตบอลที่มีต่อช่วงพักเบรกดื่มน้ำ นอกเหนือจากในเรื่องของผู้ชมทางบ้านที่ต้องดูเกมโฆษณาแล้วยังมีกระแสตอบรับที่หลากหลาย

อเล็กซี ลาลาส ตำนานนักเตะทีมชาติสหรัฐฯยุคฟุตบอลโลก 1994 โพสต์ข้อความบน X ว่า “ผมไม่มีปัญหากับช่วงพักเบรกนี้นะ”

ขณะที่ BBC ลงความเห็นจากแฟนฟุตบอลรายหนึ่งว่า “ช่วงพักเบรกถือว่าเป็นนาทีทองสำหรับการโฆษณา ในสนามที่มีเครื่องปรับอากาศผมไม่คิดว่าพวกเขาต้องการมันหรอก แต่สำหรับสนามที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศผมคิดว่ามันเป็นเรื่องจำเป็นเพราะอากาศที่ร้อนถึง 90 องศาฟาเรนไฮต์”

แต่ก็มีคนที่ไม่เห็นด้วยเช่นกัน เพราะมองว่าเป็นการทำลายจังหวะและกระแสของเกมการแข่งขันอย่างร้ายกาจ และมันยังเป็นวิธีการทำให้เกมฟุตบอลกลายเป็นความ “อเมริกัน”​ (Americanisation) ไปโดยปริยาย เพราะจากที่ปกติจะพักครึ่งเวลาครั้งเดียว แต่กลายเป็นเหมือนเกมถูกแบ่งออกเป็น 4 ควอเตอร์เหมือนอเมริกันฟุตบอล NFL หรือบาสเก็ตบอล NBA

เสียงหนึ่งที่น่าสนใจคือเสียงจาก เวอร์จีล ฟาน ไดค์ กัปตันทีมชาติเนเธอร์แลนด์และลิเวอร์พูลที่เปิดเผยว่าได้ชมเกมฟุตบอลโลกแทบทุกนัด และได้เห็นการโฆษณาในช่วงพักเบรกแล้วพบว่า “มันไม่ใช่เรื่องดีสำหรับทีวีเลย”

ทั้งนี้ยังไม่แน่ชัดว่า FIFA จะอยากให้มีการพักเบรกแบบนี้ต่อไปหรือไม่หลังจบการแข่งขันฟุตบอลโลก ซึ่งคงเป็นสิ่งที่จะต้องมีการถกเถียงกันต่อไป

แต่อย่างน้อยโลกฟุตบอลได้เห็นจากฟุตบอลโลกครั้งนี้แล้วว่า นี่เป็นแท็คติกการเล่นใหม่ในเกมโฆษณาที่น่าสนใจ

และทุกอย่างเป็นไปได้เสมอในเกมฟุตบอลลูกกลมๆ

 

อ้างอิง