วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

‘เจน Z’ นั่งรถไฟเที่ยว ลดการปล่อยคาร์บอน ส่วนบูมเมอร์นั่งเครื่องเหมือนเดิม

‘เจน Z’ นั่งรถไฟเที่ยว ลดการปล่อยคาร์บอน ส่วนบูมเมอร์นั่งเครื่องเหมือนเดิม

คนแต่ละรุ่นล้วนมีไลฟ์สไตล์ ค่านิยม และทัศนคติแตกต่างกันไป ไม่เว้นแม้แต่ในด้าน “การท่องเที่ยว” ซึ่งผลสำรวจล่าสุดพบว่า “เจน Z” เป็นกังวลกับปัญหา “วิกฤติสิ่งแวดล้อม” ทำให้พวกเขานิยมท่องเที่ยวแบบไม่นั่งเครื่องบิน สวนทางกับ “คนสูงอายุ” ที่นิยมไปท่องเที่ยวด้วยการนั่งเครื่องบิน

จากการสำรวจของ YouGov บริษัทวิจัยตลาดและวิเคราะห์ข้อมูล ร่วมกับ Social Hub ธุรกิจโรงแรมและโคเวิร์คกิ้งสเปซ พบว่าชาวเจน Z (อายุ 18-27 ปี) 47% กังวลถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการเดินทางมากกว่าคนรุ่นก่อน โดยกลุ่มมิลเลนเนียล 42% (อายุระหว่าง 28-41 ปี) ส่วนคนรุ่นเบเบี้บูมเมอร์ ซึ่งปัจจุบันมีอายุระหว่าง 60-70 ปี มีเพียง 31% และตัวเลขนี้จะลดลงเหลือเพียง 26% ในกลุ่มคนที่มีอายุมากกว่า 78 ปี

ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงทัศนคติที่แตกต่างกันนักท่องเที่ยวช่วงวัยต่าง ๆ ระหว่างนักท่องเที่ยว โดยชาวเจน Z เป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มหลีกเลี่ยงการขึ้นเครื่องบินมากที่สุด

สอดคล้องกับรายงานประจำปีของ Student Universe ซึ่งเป็นบริษัทตัวแทนท่องเที่ยวสำหรับเยาวชนที่ใหญ่ที่สุด ที่ระบุว่า มีนักศึกษา 13% กล่าวว่าพวกเขาจะไม่เดินทางโดยเครื่องบินเนื่องจากการปล่อยมลพิษ และ 21% รู้จักใครบางคนที่ปฏิเสธที่จะเดินทางโดยเครื่องบิน อีก 23% กล่าวว่าพวกเขายินดีที่จะจ่ายค่าธรรมเนียมชดเชยคาร์บอนเมื่อทำการจอง

ด้วยเหตุนี้ ทำให้บริษัทท่องเที่ยวจำนวนมาก จัดทำแผนการเดินทางท่องเที่ยวโดยไม่นั่งเครื่องบิน เพื่อตอบสนองต่อกระแสดังกล่าว เมื่อปี 2024 บริษัทท่องเที่ยว Byway เปิดตัวทริปท่องเที่ยวเกาะอิบิซา ร่วมกับ First Choice ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่โดยเฉพาะ

ในปี 2024 ABTA ได้ทำการสำรวจผู้คนจำนวน 2,000 คน และมากกว่าครึ่งหนึ่งของพวกเขาบอกว่าพวกเขาเลือกโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเมื่อจองการเดินทาง โดย 18% บอกว่าพวกเขาเลือกจุดหมายปลายทางที่ใกล้กับสหราชอาณาจักรมากขึ้นโดยคำนึงถึงความยั่งยืน

แม้ว่าอาจใช้เวลาในการเดินทางเพิ่มมากขึ้นเล็กน้อย แต่การเดินทางโดยเรือหรือรถไฟจะช่วยให้พวกเขาดื่มด่ำกับทิวทัศน์เพิ่มมากขึ้น

นอกจากการเดินทางแล้ว การเลือกที่พักก็เป็นสิ่งสำคัญ ผลสำรวจของ YouGov ยังพบอีกว่าชาวเจน Z ในอังกฤษถึง 48% เชื่อว่าคุณสมบัติด้านสิ่งแวดล้อมของโรงแรมมีความสำคัญไม่แพ้กัน เช่นเดียวกับ 43% ของกลุ่มมิลเลนเนียล แต่ในกลุ่มผู้ใหญ่กับไม่ให้ความสำคัญมากเท่า โดยเจน X อยู่ที่ 32% เท่ากับกลุ่มเบบี้บูมเมอร์

การมีส่วนร่วมกับชุมชนถือเป็นสิ่งสำคัญในหมู่คนรุ่นใหม่ โดย 58% ระบุว่าจะเลือกโรงแรมที่เปิดโอกาสให้อาสาสมัครหรือสนับสนุนธุรกิจในท้องถิ่น อีกทั้งผู้ตอบแบบสอบถาม 47% ระบุว่าจะไม่จองโรงแรมหากรู้ว่าโรงแรมปฏิบัติต่อพนักงานไม่ดีหรือไม่จ่ายค่าจ้างที่เหมาะสม

มีชาวเจน Z 25% หลีกเลี่ยงการจองโรงแรมหากโรงแรมนั้นมีความน่าเชื่อถือต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ เช่น มีปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์สูง หรือไม่มีนโยบายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

แอมเบอร์ เวสเตอร์บอร์ก ผู้อำนวยการด้านความยั่งยืนและผลกระทบจาก The Social Hub กล่าวว่าผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และความรับผิดชอบในการเดินทาง

“คนรุ่นใหม่เติบโตมาท่ามกลางวิกฤติสภาพภูมิอากาศ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้นจึงสมเหตุสมผลที่คนรุ่นใหม่จะกังวลมากขึ้นว่าการเดินทางของพวกเขาอาจส่งผลต่อโลกที่พวกเขาอาศัยอยู่และชุมชนที่พวกเขาไปเยี่ยมเยียนอย่างไร” เวสเตอร์บอร์กกล่าว

ละอายใจที่จะบิน

การท่องเที่ยวโดยไม่ใช้เครื่องบิน เริ่มเป็นเทรนด์การท่องเที่ยวของชาวสวีเดนมาตั้งแต่ปี 2019 โดยเรียกว่า “Flygskam” ซึ่งแปลว่า “ละลายใจที่จะบิน” (Flight shame) เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนเลิกบินภายในประเทศ ลดการปล่อยคาร์บอน ด้วยการเปลี่ยนมานั่งรถไฟ หรือใช้ระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ แทน รวมไปถึงการปั่นจักรยาน หลังจากนั้นเทรนด์นี้ก็เริ่มแพร่หลายไปทั่วยุโรป

การเดินทางด้วยรถไฟถือเป็นวิธีเดินทางระยะไกลที่ยั่งยืนที่สุดวิธีหนึ่ง โดยรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อผู้โดยสารน้อยกว่าเครื่องบินอย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่างเช่น เที่ยวบินจากลอนดอนไปปารีสปล่อยคาร์บอน ประมาณ 244 กิโลกรัมต่อผู้โดยสารหนึ่งคน ในขณะที่การเดินทางด้วยรถไฟจะปล่อยเพียง 15 กิโลกรัม ซึ่งน้อยกว่าถึง 90% ตามการประมาณการของ Eurostar

การสำรวจของ Hitachi Rail บริษัทด้านระบบขนส่งแบบราง และ SavantaComres บริษัทสำรวจตลาด เผยให้เห็นว่าผู้คนทั่วโลก 64% สนับสนุนให้แบนการเดินทางทางอากาศ ในกรณีที่มีทางเลือกอื่นคือรถไฟความเร็วสูง นอกจากนี้ ยังพบอีกว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า ผู้คนมากราว 35% คาดว่าจะเดินทางด้วยรถไฟมากขึ้น ในขณะที่ 56% สนับสนุนให้เพิ่มภาษีอากาศเพื่อนำเงินไปลงทุนในบริการรถไฟความเร็วสูงใหม่

Byway ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินทางโดยไม่ต้องขึ้นเครื่องบิน เปิดเส้นทางรถไฟใหม่หลายเส้นทางในยุโรป เพื่อให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งนำฉลากคาร์บอนมาใช้สำหรับการเดินทาง ซึ่งช่วยให้สามารถเปรียบเทียบกับการปล่อยมลพิษจากการเดินทางทางอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อมูลจาก Euromonitor เน้นย้ำถึงการขนส่งทางรถไฟว่าเป็นประเภทการเดินทางที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกในปี 2024 โดยเติบโต 35.6% เมื่อเทียบกับปี 2023 แสดงให้เห็นว่ายุคทองของการเดินทางด้วยรถไฟได้กลับมาอีกครั้ง และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกำลังใช้ประโยชน์จากกระแสนี้ 

บริษัทต่าง ๆ เช่น Railbookers โดยเสนอแผนการเดินทางรอบโลกด้วยขบวนรถไฟสุดหรูในราคา 113,599 ดอลลาร์ต่อคน โดยใช้เวลาท่องเที่ยว 80 วัน ครอบคลุม 4 ทวีป และ 13 ประเทศ ส่วนญี่ปุ่นส่งเสริมเปิดให้จองตั๋ว “ทรานสวีท ชิกิชิมะ” รถไฟหัวกระสุนที่ตกแต่งและบริการระดับโรงแรม 5 ดาวในเส้นทางพิเศษที่เต็มไปด้วยทัศนียภาพที่สวยงาม ซึ่งตั๋วถูกจองเต็มไปในเวลาเพียงไม่นาน ขณะที่ทางรถไฟสายทะเลทรายในแอฟริกา ที่เชื่อมหัวเมืองใหญ่ ๆ ผ่านทะเลทรายซาฮารากำลังจะเปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้ 


ที่มา: Independent , The CanaryThe TimesWTM