วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พ.ร.บ.อากาศสะอาด' ความหวังเผชิญ 'ภาวะประวิงเวลา' ท่ามกลางวิกฤติฝุ่นพิษ PM2.5

ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ "ฤดูกาลฝุ่นพิษ" อีกครั้งอย่างรุนแรง ขณะที่ "ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด" ที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ อย่างเป็นเอกฉันท์ กลับเผชิญภาวะล่าช้าในวุฒิสภา ทั้งที่มลพิษ PM2.5 ที่มาจากหลากหลายแหล่ง ทั้งการเผาในที่โล่ง, อุตสาหกรรม, การขนส่ง และมลพิษข้ามแดน ได้แตะ "ระดับอันตรายต่อสุขภาพ

KEY POINTS

  • ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ซึ่งเป็นความหวังในการแก้ปัญหาวิกฤตฝุ่น PM2.5 ได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์จากสภาผู้แทนราษฎร แต่กำลังเผชิญกับความล่าช้าในชั้นการพิจารณาของวุฒิสภา
  • วิกฤตฝุ่น PM2.5 มีความรุนแรงและเป็นปัญหาระดับโครงสร้าง โดยมีสาเหตุจากหลายภาคส่วน เช่น การเผาในที่โล่ง อุตสาหกรรม และมลพิษข้ามพรมแดน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจอย่างหนัก
  • กฎหมายฉบับนี้มุ่งสร้างกรอบความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วนเพื่อจัดการอากาศสะอาด ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และคาดว่าจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ

ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ “ฤดูกาลฝุ่นพิษ” อีกครั้ง ท่ามกลางปัญหามลพิษทางอากาศที่เรื้อรังยาวนานกว่าสิบปี และทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี ฝุ่นควัน PM2.5 ที่ประชาชนเผชิญในทุกวันไม่ได้เกิดขึ้นจากแหล่งใดแหล่งหนึ่ง หากเป็นผลสะสมจากกิจกรรมมนุษย์แทบทุกภาคส่วน

การเผาในที่โล่งและตอซังทางการเกษตร ไฟป่า การขนส่ง การก่อสร้าง โรงงานอุตสาหกรรม ไปจนถึงมลพิษข้ามพรมแดนที่พัดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงทำลายสุขภาพ แต่ยังกระทบเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างรุนแรง

ในสถานการณ์ที่ทุกภาคส่วนเป็นต้นตอ และทุกครัวเรือนได้รับผลกระทบ ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีกฎหมายที่วางระบบบริหารจัดการอากาศสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ “ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด” กลายเป็นความหวังของทั้งประเทศ

สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ช่วงเดือนธันวาคมของทุกปีเป็นช่วงที่อากาศถ่ายเทลำบาก ทำให้ระดับ PM2.5 ในไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจากประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนอย่างชัดเจน

เพื่อเตรียมรับมือ กระทรวงฯ โดยกรมควบคุมมลพิษ ได้เปิด “ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.)” เพื่อประสานข้อมูลและคำเตือนไปยังทุกหน่วยงาน ทั้งพื้นที่เกษตร ป่า เมือง และโรงงานอุตสาหกรรม โดยได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา GISTDA กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร LINE ประเทศไทย และ AIS

กรมควบคุมมลพิษยังพัฒนาแบบจำลองคาดการณ์คุณภาพอากาศล่วงหน้า 7 วัน และรายงานสถานการณ์ประจำวัน พร้อมยกระดับระบบแจ้งเตือนผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่

  • Cell Broadcast โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
  • Line Alert ผ่านแอปพลิเคชัน LINE
  • SMS Alert ร่วมกับ AIS

ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ซึ่งรวมข้อเสนอของภาคประชาชน ครม. และพรรคการเมืองทุกฝ่าย ได้รับเสียงเห็นชอบ “เป็นเอกฉันท์” จากสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่มีฉันทามติสูงที่สุดฉบับหนึ่งของไทย

อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้กลับเผชิญภาวะ “ประวิงเวลา” ในชั้นพิจารณาของวุฒิสภา แม้เวลานี้คณะกรรมาธิการวุฒิสภาจะกำลังพิจารณาในวาระที่ 2 แล้วก็ตาม แต่กระบวนการกลับล่าช้ากว่าที่หลายฝ่ายคาดหวัง ขณะที่มลพิษฝุ่นพิษกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาดฯ และอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เตือนว่า ระดับ PM2.5 ในกรุงเทพฯ ขณะนี้ “แตะระดับอันตรายต่อสุขภาพ” แม้ในวันอาทิตย์ที่ไม่มีการเผาในพื้นที่เกษตรและไม่มีไฟป่า สะท้อนว่ามลพิษครอบคลุมทั้งระบบ ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะจุด

ด้านข้อกังวลของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่มองว่ากฎหมายนี้อาจส่งผลต่อเกษตรกร รศ.ดร.วิษณุ ชี้แจงชัดว่า พ.ร.บ.อากาศสะอาด ไม่ใช่กฎหมายเพื่อต่อต้านใคร แต่เป็นกรอบรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน คือ รัฐต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้, เอกชนต้องปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว และประชาชนต้องมีสิทธิพื้นฐานในการหายใจอย่างปลอดภัย

หากผ่านร่างนี้ จะช่วยยกระดับสุขภาพของประชาชนกว่า 65 ล้านคน เพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสุขภาพ ดึงดูดนักท่องเที่ยวรายได้สูง และทำให้สินค้าส่งออกของไทยแข่งขันได้มากขึ้นในตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นทุกปี

แม้จะเป็นกฎหมายคนละฉบับ แต่ร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (พ.ร.บ.ลดโลกร้อน) ถูกจับตามองควบคู่กันกับ พ.ร.บ.อากาศสะอาด อโณทัย สังข์ทอง ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารและทะเบียนคาร์บอนเครดิต องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ระบุว่า แม้ว่า พ.ร.บ. อากาศสะอาดจะไม่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับภารกิจหลักของ อบก. แต่ก็มีความเชื่อมโยงทางอ้อมที่สำคัญ โดยเฉพาะผ่านโครงการคาร์บอนเครดิต ที่ อบก. ส่งเสริมการลดการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในที่โล่ง

กิจกรรมการลดการเผาเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามภารกิจหลักของ อบก. เท่านั้น แต่ยังช่วย บรรเทาปัญหา PM2.5 โดยตรง ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. อากาศสะอาด