วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อาเซียนรุก“อุตฯอีวี” เตรียมเสนอเวทีผู้นำ เคาะแผนดันภูมิภาค

การส่งออกยานยนต์ไฟฟ้า(อีวี)ทั่วโลกมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2560-2564 มีอัตรา การเติบโตเฉลี่ยต่อปี 39.49% และในปี 2564 มีมูลค่าการส่งออก 89,561 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 9.40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยประเทศ 5 อันดับแรก ที่ส่งออกมากที่สุด

 ได้แก่ เบลเยี่ยม สัดส่วน 13.38% สหราชอาณาจักร สัดส่วน 12.73% เยอรมนี สัดส่วน 9.55% สหรัฐ สัดส่วน 9.49% และนอร์เวย์ สัดส่วน 8.78% 

สำหรับไทย มีสัดส่วน 0.32% ส่งออกอันดับที่ 31 ของโลก และอันดับที่ 5 ของเอเชีย รองจาก เกาหลีใต้ จีน ไต้หวัน และญี่ปุ่น ซึ่งมีมูลค่าการส่งออก 288 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 271.27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และในปี 2560-2564 การส่งออกมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี 218.64%

จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์สามารถชี้ให้เห็นถึง ผลืตศักยภาพอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าทั้งของไทยและทั่วโลกมีทิศทางที่สดใสนอกจากนี้ อุตสาหกรรมอีวียังเป็นช่องทางที่จะบรรลุเป้าหมายคาร์บอน 0% ซึ่งอาเซียนก็มีเป้าหมายเดียวกันนี้และมีความพยายามที่จะพลักดันศักยภาพของภูมิภาคให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอีวีของโลกอีกด้วย 

อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า อินโดนีเซียเตรียมจัดการประชุมคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Council)ครั้งที่ 22 ในวันที่ 7 พ.ค.นี้ ณ กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซียซึ่งเป็นการประชุมระดับรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เพื่อสรุปความคืบหน้าการดำเนินงานของเสาเศรษฐกิจในครึ่งปีแรก เสนอต่อที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 42 ระหว่างวันที่ 9-11 พ.ค.นี้

"จะมีการหารือเรื่องแผนส่งเสริมสู่การสร้างนิเวศอุตสาหกรรมอีวี และส่งต่อให้เวทีผู้นำได้แสดงความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนผ่านภูมิภาคไปสู่การใช้พลังงานที่ยั่งยืน และลดการปล่อยคาร์บอนในภาคการขนส่ง โดยส่งเสริมการใช้EVแทนรถยนต์สันดาปแบบดั้งเดิมพร้อมทั้งเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้อาเซียนเป็นศูนย์กลางการผลิตในอุตสาหกรรมEVระดับโลก ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อธุรกิจและการลงทุนในภูมิภาค" 

อย่างไรก็ตามการจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวจะต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ โครงข่ายกระแสไฟฟ้า สถานีชาร์จไฟฟ้า แบตเตอรี่ การปรับประสานมาตรฐานระดับภูมิภาค การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยี นวัตกรรม และการอำนวยความสะดวกทางการค้า

รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ2 พ.ค. 2566 ว่าที่ประชุมเห็นชอบร่างเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คือ ร่างปฏิญญาผู้นำอาเซียนว่าด้วยการพัฒนาระบบนิเวศสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าระดับภูมิภาค ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ

ทั้งนี้ร่างปฏิญญาฯ มีสาระสำคัญ สรุปได้ คือ 1.ตระหนักถึงแผนงานประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2025 ที่รวมการขนส่งที่ยั่งยืนให้เป็นสาขาใหม่ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาในภูมิภาคอาเซียน อย่างยั่งยืน และแผนการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ว่าด้วยการก้าวไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน และแข็งแกร่ง ซึ่งจำเป็นต้องมีเรื่องการอำนวยความสะดวกสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงาน ที่ยั่งยืนด้วยนวัตกรรม ความร่วมมือ และความเป็นหุ้นส่วน เพื่อให้มั่นใจว่าอาเซียนมีศักยภาพ ในการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น 

รวมทั้งตระหนักถึงโอกาสครั้งใหญ่ในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก โดยให้ประเทศสมาชิกอาเซียนพัฒนาระบบนิเวศสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับภูมิภาค ผ่านการกระจายการลงทุนและการส่งเสริม การลงทุนที่ยั่งยืน ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากจุดแข็งด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของแต่ละประเทศ

2.ปฏิญญาผู้นำอาเซียนว่าด้วยการพัฒนาระบบนิเวศสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าระดับภูมิภาค จึงขอประกาศว่าจะยืนยันการนำยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เร่งเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ลดการปล่อยคาร์บอน ในภาคการขนส่ง เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภูมิภาคเป็นศูนย์ และมุ่งมั่นพัฒนาระบบนิเวศสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าระดับภูมิภาคและปรับปรุงอุตสาหกรรม ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศสมาชิก เพื่อพัฒนาให้อาเซียนเป็นศูนย์กลางการผลิตอุตสาหกรรม ยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลกและเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในภูมิภาค

 รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือและการประสานงานในเรื่องการพัฒนาระบบนิเวศสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า เช่น การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและสถานีอัดประจุไฟฟ้า การสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ และบรรยากาศเพื่อดึงดูดการลงทุน ความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนา และการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ เป็นต้น ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือจากภาคีภายนอกอาเซียน และภาคเอกชนเพื่อพัฒนาระบบนิเวศสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าในระดับภูมิภาค โดยมอบหมายให้คณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนกำกับดูแลการดำเนินการในภาพรวมของปฏิญญาฉบับนี้

ความพยายามเพื่อพลักดันภูมิภาคสู่ฮับอีวีโลก เป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะนำพาอาเซียนไปสู่ภูมิภาคที่ตระหนักและลงมือทำเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยการเริ่มต้นที่“การขนส่งและเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ปราศจากการปล่อยคาร์บอน”

EV