ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ช่วยลูกค้าทั่วโลกลดคาร์บอนมากกว่า 90 ล้านตันในปี 2565 คว้าตำแหน่ง องค์กรที่ยั่งยืนที่สุดในโลกในกลุ่มธุรกิจเดียวกันประจำปี 2566 ตอกย้ำเจตนารมณ์ด้านความยั่งยืน
สเตฟาน นูสส์ (Stephane NUSS) ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ ดูแลประเทศไทย เมียนมา และลาว ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าวว่า ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำระดับโลกด้านดิจิทัลทรานฟอร์เมชั่นด้านการจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชัน เผยผลประกอบการปี 2565 ทั่วโลกกวาดรายได้ 34,176 ล้านยูโร โตขึ้น 12 % (organic growth) ล่าสุดได้รับยกย่องเป็นองค์กรที่ยั่งยืนที่สุดในโลก 12 ปีซ้อน พร้อมคว้าอันดับ 1 ในธุรกิจเดียวกันทั่วโลก ใน Global 100 Most Sustainable Corporations โดย Corporate Knights ความสำเร็จในการสร้างความยั่งยืนคู่กับลูกค้าทั่วโลก ด้วยโซลูชันและบริการของชไนเดอร์ อิเล็คทริคช่วยให้ลูกค้าลดคาร์บอน ได้มากกว่า 90 ล้านตัน ในปี 2565 เพียงปีเดียวปักธงโซลูชันไฮไลต์ ซอฟต์แวร์ และโซลูชันดิจิทัลที่จะช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถ ดำเนินการด้านความยั่งยืนได้อย่างมั่นคง
ทั้งหมดนี้มาจากความก้าวหน้าอย่างแข็งแกร่งในแต่ละปี ควบคู่กับการได้จัดอันดับอยู่ในลิสต์รายชื่อ 100 Most Sustainable Corporations ประจำปี 2566 ซึ่งนับเป็นองค์กรที่ยั่งยืนที่สุดในโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 12 และเป็นอันดับที่ 1 ในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน จากการจัดอันดับโดย Corporate Knights ที่สำคัญ ชไนเดอร์ฯ ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นอันดับที่ 1 ของบริษัทที่ยั่งยืนที่สุดในโลกประจำปี 2564 อีกด้วย" การร่วมกันต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ และสร้างความยั่งยืน นับเป็นความท้าทายที่สำคัญสำหรับทุกธุรกิจ ในปัจจุบัน และเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ต้องอาศัยความร่วมมือกันในทุกระดับ และทุกองค์กร เพื่อให้สามารถไปสู่ความยั่งยืน ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เห็นความสำคัญด้านสภาพภูมิอากาศ และสังคมอย่างมุ่งมั่น เช่น การลงทุนที่ยั่งยืน นโยบายสร้าง ความทัดเทียมทางเพศ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการสร้างความยั่งยืน รวมถึงการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยให้องค์กรไปสู่ความยั่งยืน ซึ่งโซลูชัน และบริการของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ช่วยให้ลูกค้าทั่วโลกลดคาร์บอน ได้ 440 ล้านตัน ตั้งแต่ปี 2561 โดยเฉพาะในปี 2565 สามารถลดได้ถึง 90 ล้านตันเลยทีเดียว เรียกได้ว่า ช่วยให้องค์กรยั่งยืนและโลกยั่งยืนควบคู่กันไป เพราะการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เป็นทางออกที่ดีที่สุดเพื่อให้โลกรอด
ที่ผ่านมาได้ควบรวมกิจการซอฟต์แวร์ระดับโลก ที่มีความโดดเด่นเข้ามาเสริมทัพของ EcoStruxure เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งที่จะนำพาลูกค้าไปสู่ความยั่งยืนได้อย่างครบวงจรยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์อุตสาหกรรมอย่าง AVEVA, IGE+XAO และ ETAP สำหรับลูกค้าที่ใช้ระบบไฟฟ้าเป็นหลัก และซอฟต์แวร์ RIB, Planon สำหรับอาคาร เป็นต้น เพื่อมอบประสบการณ์ที่ครบวงจรในแบบ End to End ให้กับลูกค้าในตลาด และแน่นอนซอฟต์แวร์ทั้งหมดนี้สามารถเชื่อมต่อกับระบบของเราในการทำงานแบบ IoT ได้ ความครบครันเหล่านี้ ทำให้เราสามารถสร้าง Industry Twin และEnergy Twin ซึ่งเป็น โมเดลจําลองเสมือนของสถาปัตยกรรม อุปกรณ์ รวมไปถึงกระบวนการ ทำให้ลูกค้าสามารถมองเห็นความเป็นไปของระบบ และคาดการณ์ วิเคราะห์การใช้พลังงาน และประสิทธิภาพของกระบวนการแบบเรียลไทม์ และแม่นยำ ช่วยให้ลูกค้าสามารถ สร้างความยั่งยืนได้อย่างสมบูรณ์ และลดความผิดพลาดทั้งก่อน และหลังการติดตั้งโซลูชันด้านความยั่งยืนได้มีประสิทธิภาพ
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์









