กองทุนเพื่อความยั่งยืน คืออีกปัจจัยที่ส่งผลต่อ ความสามารถในการเติบโตของธุรกิจ กระทรวงการคลัง จึงมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายเพื่อเอื้อต่อสถานการณ์ดังกล่าว
ข้อมูลสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ระบุว่า ได้มีการขยายระยะเวลาปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ และ การยุติการดำเนินการของกองทุนเพื่อรักษาสภาพคล่องของการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้
ส่วนการยุติกองทุนเพื่อรักษาสภาพคล่องของการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ (Corporate Bond Stabilization Fund) หรือกองทุน BSF เนื่องจากความจำเป็นลดลงจากภาวะตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนทำงานได้เป็นปกติผู้ออกตราสารหนี้ส่วนใหญ่สามารถระดมทุนได้ตามจำนวนที่เสนอขาย ประกอบกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีความรุนแรงลดลง และรัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการเข้มงวดหลายด้านเพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้วยแล้ว
สอดคล้องกับรายงาน บริษัทS&P Global Ratings (S&P) เรื่อง“Sustainable Bond Issuance Will Return To Growth In 2023 ที่ ระบุว่า ปี2566 นี้ พันธบัตรเพื่อความยั่งยืนทั่่วโลกจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง โดยคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 900 พันล้านดอลลาร์ -1ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งใกล้เคียงกับสถิติในปี 2564 ที่มีมูลค่าที่ 1.06 ล้านล้านดอลลาร์









