วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

“เอเปค”ด้านคมนาคมมุ่งวิสัยทัศน์ พลังงานสะอาด - ลดปล่อยคาร์บอน

เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงคมนาคม ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะทำงานด้านการขนส่งของเอเปค (APEC Transportation Working Group Meeting : TPTWG) ครั้งที่ 52 โดยเน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ “การขนส่งที่ไร้รอยต่อ อัจฉริยะ และยั่งยืน”

กระทรวงคมนาคมได้ให้ข้อมูลในงาน APEC Transportation Working Group Meeting : TPTWG ครั้งที่ 52 เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุน และการฟื้นฟูความเชื่อมโยงด้านการเดินทาง และการท่องเที่ยวในเขตเศรษฐกิจเอเปค

 โดยประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งในทุกมิติ และมีความพร้อมในการตอบสนองต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง และระบบโลจิสติกส์

 ทั้งนี้ไทยได้พัฒนาโครงการต่างๆ เพื่อให้การบริการมีประสิทธิภาพ และมีการเชื่อมโยงไร้รอยต่อผ่านการขนส่งหลายรูปแบบ เช่น การพัฒนาโครงการรถไฟทางคู่ การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง การพัฒนาท่าเรือบก การพัฒนาสถานีบรรจุ และแยกสินค้ากล่อง การพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองคู่ขนานไปกับโครงข่ายรถไฟทางคู่ (MR-MAP) และโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน

นอกจากนี้ ที่ประชุมรับทราบรายงานผลการประชุมเฉพาะสำหรับการประชุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญรายสาขา จำนวน 4 สาขาเมื่อวันที่ 12 - 21 เมษายน 2565 ผ่านระบบการประชุมทางไกล และให้การรับรองหัวข้อนโยบายหลัก ปี 2565ได้แก่ 1. การขนส่งทางอากาศ: อากาศยานไร้คนขับ-เส้นทางการบินสู่อนาคต 2.การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ และระบบขนส่งอัจฉริยะ: การปรับปรุงการเข้าถึง และความครอบคลุมในการใช้เทคโนโลยีการขนส่งที่เกิดขึ้นใหม่ 

3.การขนส่งทางบก: มุ่งสู่การขนส่งอัจฉริยะ ยืดหยุ่น และปล่อยมลพิษต่ำ/เป็นศูนย์ในภูมิภาคเอเปค และ 4.การขนส่งทางน้ำ: การสนับสนุนการบูรณาการเทคโนโลยี และการบริการทางทะเลที่เกิดขึ้นใหม่ อัจฉริยะ และยั่งยืน

 ที่ประชุมรับรองแผนปฏิบัติการด้านยุทธศาสตร์ของTPTWG ปี 2565 - 2568 ซึ่งเป็นการกำหนดกลยุทธ์เพื่อพัฒนาแผนงานประจำปี และกิจกรรมของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญและกลุ่มสมาชิกภายใต้ TPTWG รวมถึงการนำเสนอโครงการของ TPTWG ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากเอเปค และเขตเศรษฐกิจเอเปค และการพัฒนาหัวข้อนโยบายหลักของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญทั้ง 4 สาขา เพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ปุตราจายา ค.ศ. 2040 ที่ว่าด้วย การกำหนดทิศทางความร่วมมือของเอเปคเพื่อนำไปสู่ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่เปิดกว้าง มีพลวัต พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง และมีสันติภาพ ภายในปี ค.ศ. 2040 และ การสนับสนุนแผนปฏิบัติการเอาทีอารอ(Aotearoa Plan of Action) เป็นแผนการกำหนดทิศทางความร่วมมือของเอเปคภายใต้วิสัยทัศน์ปุตราจายา ค.ศ.2040

ส่วนประเด็นที่หารือในที่ประชุมว่าด้วย การฟื้นตัวด้านการบินภายหลังการหยุดชะงักของการบินทั่วโลกที่ต้องตระหนักถึงการอยู่ร่วมกับโรคระบาด เทคโนโลยีใหม่ๆ ในภาคการบินเพื่อเป็นแนวทางและบทเรียนสำหรับวิกฤติในอนาคต และการให้ความสำคัญต่อการปล่อยก๊าซคาร์บอนสำหรับการขนส่งทางบก        

โดยที่ประชุมได้แบ่งปันประสบการณ์ และมุมมองในการแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความคิดริเริ่มในการสนับสนุนพลังงานสะอาด และพลังงานหมุนเวียนในภาคการขนส่ง เช่น เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า การสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับการบริการเดินเรือบนพื้นฐานของการใช้ทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอย่างยั่งยืน และการปรับปรุงการเชื่อมโยงการขนส่งผ่านการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่เพื่อลดข้อจำกัดของการขนส่งหลายรูปแบบ ซึ่งสัมพันธ์กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และในอนาคต

สำหรับการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC)มีกรอบการประชุมครอบคลุมในทุกๆ ด้านที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ แม้หลักการเอเปคจะไม่มีข้อผูกพันเป็นการลงนามในเอกสารการประชุมแต่การที่ผู้นำ และผู้ที่เกี่ยวข้องมีเวทีพูดคุยกันก็จะนำไปสู่ความมุ่งมั่นทางนโยบายที่จะนำไปสู่การปฏิบัติได้ในรูปแบบความร่วมมือกันในระดับภูมิภาค ซึ่งเอเปคด้านคมนาคมก็มีประเด็นที่น่าสนใจ และหากนำไปปฏิบัติได้จริงจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในระดับภูมิภาคด้วย

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์