วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

ไทยนำเข้า LNG พุ่ง 30%หันเร่งแหล่งก๊าซอีสาน IEA ชี้วิกฤตตะวันออกกลางเปลี่ยนโครงร่างตลาดโลก

การพังทลายของสิ่งหนึ่งย่อมก่อให้เกิดอีกสิ่งหนึ่งขึ้นมา สถานการณ์การแตกสลายทั้งทางการค้าและภูมิรัฐศาสตร์โลกในปัจจุบัน ก็กำลังสร้างรูปแบบใหม่ของภาคพลังงานโลก ภูมิภาคอาเซียนและไทยอย่างมีนัยสำคัญ

สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA เผยแพร่รายงาน Global Gas Security Review 2026  ที่ระบุว่า การที่การขนส่ง LNG ผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่หยุดชะงักลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ปริมาณการขนถ่ายจากกาตาร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี ระหว่างเดือนมี.ค.ถึงต.ค. 2569 ลดลงมากกว่า 60 พันล้านลูกบาศก์เมตร (bcm) และดันราคาในเอเชียและยุโรปขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่วิกฤตอุปทานก๊าซช่วงปี 2022–23

“รายงานคาดว่าอุปทาน LNG ทั่วโลกจะลดลง 3% หรือเกือบ 20 bcm ในปี 2569 ส่วนความต้องการก๊าซทั่วโลกคาดว่าจะลดลงราว 1.5% หรือใกล้เคียง 65 bcm สาเหตุมาจากความต้องการที่ถูกทำลายลงในตะวันออกกลาง การใช้ก๊าซในภาคอุตสาหกรรมของยุโรปที่ลดลง และการเปลี่ยนจากก๊าซไปใช้ถ่านหินในภาคไฟฟ้าของหลายประเทศในเอเชีย” 

ในส่วนที่เกี่ยวกับอาเซียนและประเทศไทย รายงานระบุว่า การขนส่งLNGที่สะดุดลงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซกำลังเปลี่ยนภาพความต้องการก๊าซธรรมชาติของเอเชียในระยะสั้น รายงานคาดว่าความต้องการก๊าซของเอเชียจะลดลงราว 1.5% (ประมาณ 15 bcm) ในปีนี้ นับเป็นการหดตัวรายปีครั้งที่ 3 นับจากต้นทศวรรษ

สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ราคา LNG ที่สูงขึ้นหนุนการเปลี่ยนไปใช้ถ่านหินในภาคไฟฟ้า และโรงงานในอุตสาหกรรมที่ใช้ก๊าซและพลังงานเข้มข้นก็ลดอัตราการเดินเครื่อง อย่างไรก็ตาม อาเซียนได้รับผลกระทบไม่เท่ากัน ประเทศที่ผลิตก๊าซเองรับแรงกระแทกน้อยกว่าประเทศที่พึ่งการนำเข้า

ผลิตไฟฟ้า-อุตฯดันนำเข้าLNGพุ่ง30%

      สำหรับไทย ใช้ก๊าซและนำเข้า LNG เพิ่มสวนทางภูมิภาค ด้านความต้องการ พบว่า ช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ไทยบริโภคก๊าซเพิ่มขึ้น 9% (เกือบ 3 bcm) เมื่อเทียบกับปีก่อน  โดยมีภาคไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ที่เพิ่มขึ้น 13% ส่วนภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 3%

ขณะที่ซัปพลายมาจากการนำเข้า LNG ของไทยในช่วงไตรมาส 1–3 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 30% หรือราว 3.5 bcm ตัวเลขนี้ทำให้ไทยโดดเด่นในเอเชียที่มีการนำเข้า LNG สุทธิทั้งภูมิภาคเพิ่มขึ้นเพียง 3% 

“มาตรการรับมือ เมื่อกลางเดือนมี.ค.2569 ที่ผ่านมา  คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) สั่งให้ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าเพิ่มสัดส่วนถ่านหินในการผลิตไฟฟ้า เพื่อรักษาเสถียรภาพค่าไฟและลดการใช้ก๊าซ นี่คือสัญญาณว่าราคา LNG ที่แพงขึ้นกดดันต้นทุนไฟฟ้าโดยตรง” รายงานระบุ 

ขณะที่อินโดนีเซียและมาเลเซียซึ่งเป็นผู้ผลิตที่ทนแรงสั่นสะเทือนได้ดีกว่า โดยรายงานระบุว่าสองประเทศนี้ได้รับผลกระทบจำกัดจากการหยุดชะงักของ LNG ที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพราะเป็นผู้ผลิตก๊าซรายใหญ่และมีความต้องการนำเข้าไม่มาก

อินโดฯ-มาเลเซียรับอานิสงค์ส่งออกก๊าซเพิ่ม

โดยอินโดนีเซีย การบริโภคก๊าซ 8 เดือนแรกเพิ่มขึ้นเกือบ 6% และมาเลเซียมี ความต้องการทรงตัว ส่วนฝั่งอุปทาน การเดินเครื่องที่ดีขึ้นและก๊าซป้อนโรงงานที่เพียงพอช่วยให้ปริมาณส่งออก LNG ช่วงม.ค.- ต.คค. 2569 เพิ่มขึ้น 4 bcm หรือ 14%

ด้านสิงคโปร์พบการ นำเข้าลดลง รายงานระบุว่าสิงคโปร์นำเข้า LNG ลดลงในช่วงม.ค.-ต.ค. 2569เป็นผลจากแผนลงทุนและสัญญา ซืื้อขายก่อนหน้านี้ 

“ข้อตกลงฉุกเฉินระหว่างญี่ปุ่น–มาเลเซีย หรือ  JOGMEC ของญี่ปุ่นที่ลงนามข้อตกลงกับ Petronas เพื่อให้จัดหา LNG ได้ในภาวะฉุกเฉิน เป็นข้อตกลงที่ตอกย้ำบทบาทของมาเลเซียในฐานะแหล่งซัปพลายสำรองของเอเชีย”

มาเลเซียมีสัญญาซื้อขายทั่วโลกช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 มีการลงนามสัญญาราว 39 bcm/ปี กับโครงการที่มีอยู่และโครงการที่ตัดสินใจลงทุนแล้ว

      จากวิกฤติพลังงานโลกยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 8 และเชื้อเพลิงนำเข้ายังมีราคาสูงและผันผวน รัฐบาลจึงเร่งสร้างความมั่นคงจากพลังงานที่ผลิตได้เองในประเทศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกระทรวงพลังงานขยายแนวทางนี้ลงไปถึง “ใต้แผ่นดิน” ด้วยการเร่งเปิดแหล่งก๊าซธรรมชาติบนบกแห่งใหม่ในภาคอีสาน

แหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อม อุดรธานี

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลัง เดินทางเป็นประธานในงานประกาศผู้ได้รับสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม แปลงสำรวจบนบกหมายเลข L1/66 และ L3/66 แก่บริษัท ปตท.สผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฐานหลุมผลิตดี ของแหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อม บนภูฝอยลม จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นแหล่งปิโตรเลียมบนบกสำคัญของภาคอีสาน พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงพลังงานและกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ว่า ในภาวะที่โลกแย่งกันซื้อพลังงาน ก๊าซทุกลูกบาศก์ฟุตที่ไทยผลิตได้จากแผ่นดินอีสาน คือก๊าซที่ประเทศไม่ต้องไปแข่งซื้อในตลาดโลกที่ราคาผันผวน รัฐบาลจะไม่รอให้วิกฤติผ่านไปเอง แต่จะเร่งเปิดทุกแหล่งพลังงานในประเทศที่มีศักยภาพ ทั้งบนดิน ใต้ดิน และบนหลังคาบ้านประชาชน

       สำหรับฐานหลุมผลิตดี โครงการสินภูฮ่อม เพิ่งเริ่มผลิตเมื่อ 12 ส.ค.2569 ก๊าซจะส่งผ่านท่อไปยังสถานีผลิตกลางที่จังหวัดขอนแก่น ก่อนป้อนเป็นเชื้อเพลิงหลักให้โรงไฟฟ้าน้ำพอง

      ขณะที่แปลง L1/66 และ L3/66 อยู่ติดกับโครงการสินภูฮ่อม หากพบแหล่งก๊าซเชิงพาณิชย์ จะเชื่อมเข้าโครงสร้างพื้นฐานเดิมได้ทันที ไม่ต้องสร้างใหม่ทั้งหมด จึงลดทั้งเวลาและต้นทุนพัฒนาแหล่ง 

ทั้งนี้ ระยะแรกจะสำรวจด้วยการวัดคลื่นไหวสะเทือน (Seismic Acquisition) และเจาะหลุมสำรวจ ใช้เวลาประมาณ 3 ปี ซึ่งจะส่งผลต่อมิติที่ประเทศได้รับ ได้แก่  ความมั่นคง คือการเพิ่มก๊าซในประเทศป้อนโรงไฟฟ้าน้ำพอง รองรับความต้องการไฟฟ้าของภาคอีสานต่อเนื่องอีก 25 ปี

เปิด 3 ประโยชน์พัฒนาแหล่งพลังงานในบ้าน

       มิติด้านรายได้รัฐ คือ หากสำรวจพบแหล่งที่พัฒนาได้ ทั้งโครงการ L1/66, L3/66 และสินภูฮ่อม คาดสร้างรายได้ให้รัฐกว่า 60,000 ล้านบาท ผ่านค่าภาคหลวงและภาษีเงินได้ปิโตรเลียม โดยก้อนแรกรัฐได้รับแล้วคือเงินตอบแทนการลงนามสัมปทาน (Signature Bonus) 3 ล้านดอลลาร์หรือราว 100 ล้านบาท (แปลงละราว 50 ล้านบาท) นำส่งกระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดิน และ มิติด้านเศรษฐกิจ คือ ดึงการลงทุนสำรวจราว 2,000 ล้านบาท สร้างงานและรายได้ในพื้นที่และธุรกิจต่อเนื่อง

หากการสำรวจประสบความสำเร็จ แหล่งก๊าซใหม่นี้จะเป็นฐานพลังงานที่หล่อเลี้ยงไฟฟ้าของภาคอีสานไปอย่างน้อยอีก 25 ปี ควบคู่กับพลังงานจากแสงแดดและพืชผลของเกษตรกรไทย เพื่อให้ประเทศยืนได้ด้วยพลังงานของตัวเอง ไม่ว่าโลกจะผันผวนเพียงใด

จากรายงานและบทบาทของประเทศไทย กำลังสะท้อนว่า ความสำคัญของการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศด้านความมั่นคงของอุปทานก๊าซ และความยืดหยุ่นมากแผนพลังงานของแต่ละประเทศ กำลังมีการปรับตัวเพื่อรับมือกับวิกฤตอุปทานที่อาจเกิดขึ้นได้และต้องทำได้ดียิ่งขึ้นท่ามกลางความซับซ้อนทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น

ไทยนำเข้า LNG พุ่ง 30%หันเร่งแหล่งก๊าซอีสาน   IEA ชี้วิกฤตตะวันออกกลางเปลี่ยนโครงร่างตลาดโลก