ข้อมูลจากกรมการค้าต่างประเทศ ระบุ่า ม.ค.-ก.ย. 2569 หรือ ช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนมีมูลค่าการค้ารวม 1,764,313 ล้านบาท ขยายตัว 18.8% เป็นการส่งออก 978,105 ล้านบาท ขยายตัว 16.6% การนำเข้า 786,207 ล้านบาท ขยายตัว 21.6% และไทยได้ดุลการค้า 191,898 ล้านบาท
ในส่วนการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ เดือนก.ย. 2569 มีมูลค่าการค้ารวม 80,741 ล้านบาท ขยายตัว 24.4% โดยการค้าชายแดนกับ มาเลเซียมีมูลค่าสูงสุด 39,972 ล้านบาท ขยายตัว 49.6% รองลงมา คือ สปป.ลาว 24,539 ล้านบาท ขยายตัว 1.0% นอกจากนี้ การค้าผ่านแดนไปประเทศที่สามพบว่า การค้าผ่านแดนกับจีน มีมูลค่าสูงสุด 59,365 ล้านบาท ดังนั้น การส่งเสริมเส้นทางการค้ากับเพื่อนบ้านและภูมิภาคใกล้เคียงกำลังเป็นช่องทางการค้าที่มีทิศทางสดใส
สปป.ลาวโชว์ความสำเร็จไฮสปีดจีน
นายสะเหลิมไซ กมมะสิด รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการส่งเสริมและบริหารจัดการการลงทุน ของสปป.ลาว กล่าวในการประชุม Belt and Road Summit ที่ฮ่องกง เมื่อก.ย.ที่ผ่านมา ว่า สปป.ลาว ถือว่าข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางเป็นรากฐานสำคัญยิ่งต่อวาระการพัฒนาประเทศในระยะยาว เพราะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการขยายการค้า การดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย และการเสริมสร้างความเชื่อมโยงระดับประชาชนข้ามพรมแดน
ภายใต้กรอบความร่วมมือThe Belt and Road Initiative (BRI) คือความสำเร็จแห่งประวัติศาสตร์ของทางรถไฟลาว-จีนนับตั้งแต่เปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2564 จนถึงปัจจุบัน ทางรถไฟสายนี้ได้อำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารมากกว่า 70 ล้านคน และขนส่งสินค้ามากกว่า 90 ล้านตัน ซึ่งช่วยยกระดับโครงสร้างการค้าของสปป.ลาวจากการส่งออกสินค้าภูมิภาคเพียง 13 หมวดหมู่ สู่ผลิตภัณฑ์มากกว่า 4,000 ประเภทในปัจจุบัน
“ด้วยแรงขับเคลื่อนจากความเชื่อมโยงที่ก้าวหน้านี้ การค้าระหว่างสปป.ลาวและจีนได้บรรลุหมุดหมายใหม่ด้วยมูลค่าเกินกว่า 9,800 ล้านดอลลาร์ ความสำเร็จนี้ได้เปลี่ยนผ่าน สปป. ลาว จากประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ให้กลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับภูมิภาคที่เชื่อมต่อถึงกันได้อย่างสำเร็จลุล่วง อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์อย่างมีนัยสำคัญ และหลอมรวม สปป. ลาว เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค”
คมนาคมเร่งโครงข่ายโลจิสติกส์ภูมิภาค
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังลงพื้นที่สถานีรถไฟหนองคาย จังหวัดหนองคาย ว่า การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ โดยเฉพาะจังหวัดหนองคาย ซึ่งมีศักยภาพเป็นประตูการค้าสำคัญเชื่อมประเทศไทยกับ สปป.ลาว และจีนนั้น
กระทรวงคมนาคมมีแผนผลักดันโครงข่ายรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง ควบคู่กับการพัฒนาศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าและสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขง เพื่อเชื่อมการขนส่งจากท่าเรือแหลมฉบังและมาบตาพุด ผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปยัง สปป.ลาว และจีนตอนใต้ ลดต้นทุนโลจิสติกส์ เพิ่มโอกาสทางการค้าและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
สำหรับโครงการสำคัญ ประกอบด้วย รถไฟทางคู่ช่วงขอนแก่น - หนองคาย ระยะทาง 167 กิโลเมตร ตั้งเป้าหมายเปิดให้บริการปี 2571 และ รถไฟความเร็วสูงไทย - จีน ช่วงนครราชสีมา - หนองคาย ระยะทาง 357.12 กิโลเมตร ซึ่งคณะรัฐมนตรีอนุมัติในหลักการแล้ว ตั้งเป้าหมายเปิดให้บริการปี 2576
“โดยจะพัฒนาสถานีหนองคายให้รองรับการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างประเทศ พร้อมพัฒนาย่านนาทาเป็นศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้า และย่านกองเก็บตู้สินค้า เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าระหว่างระบบรถไฟไทยกับรถไฟลาว - จีน”
สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่รับไฮสปีด
นอกจากนี้ ยังมีแผนก่อสร้าง สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ ความยาว 735 เมตร รองรับทั้งรถไฟรางขนาด 1 เมตร และรางมาตรฐาน 1.435 เมตร รวม 4 ทาง โดย รฟท. ออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จ และส่งรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแล้ว เพื่อรองรับการเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟไทย - ลาว - จีนในอนาคต
นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมหารือกับฝ่าย สปป.ลาว ทั้งแนวทางการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน รวมถึงการบริหารจัดการขนส่งสินค้าข้ามแดน โดยเฉพาะการพิจารณาขยายเวลาเปิด - ปิดด่านให้สอดคล้องกับปริมาณขบวนรถไฟและความต้องการขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้น พร้อมศึกษาแนวทางขยายโครงข่ายรถไฟทางคู่เชื่อมต่อไปยังภาคตะวันออก เพื่อเปิดโอกาสให้สินค้าเกษตร โดยเฉพาะทุเรียนและผลไม้จากพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ สามารถขนส่งทางรางผ่านหนองคายเข้าสู่ตลาดจีนได้สะดวกและมีต้นทุนที่แข่งขันได้มากขึ้น
นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ ไทยและ สปป.ลาว มีแนวทางแบ่งขอบเขตความรับผิดชอบการก่อสร้างตามพื้นที่ของแต่ละประเทศ โดยฝ่ายลาวมีแนวทางประสานความร่วมมือกับสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ NEDA เพื่อสนับสนุนการบริหารโครงการและพิจารณาความช่วยเหลือทางการเงินตามกลไกความร่วมมือที่มีอยู่
อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก สปป.ลาว มีข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจและมีโครงการพัฒนาหลายโครงการที่ต้องจัดลำดับความสำคัญในการขอรับความช่วยเหลือทางการเงิน กระทรวงคมนาคมจึงจำเป็นต้องเร่งประสานและผลักดันให้โครงการสะพานรถไฟแห่งนี้ได้รับการพิจารณาจัดลำดับความสำคัญจากฝ่ายลาว เพื่อให้สามารถเดินหน้าการลงทุนและเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟระหว่างสองประเทศได้ตามเป้าหมาย
ขนส่งทางรางเชื่อมไทย-จีน
สำหรับพื้นที่บริเวณลานยกสินค้าสถานีหนองคาย ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 25,000 ตารางเมตร จะเปิดใช้งานไปจนถึงเดือนก.ย. 2570 ระหว่างรอก่อสร้างย่านกองเก็บตู้สินค้าที่สถานีนาทาตามโครงการก่อสร้างทางคู่และในอนาคตจะมีการก่อสร้างศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าที่สถานีนาทาด้วย เพื่อเป็นการรองรับการขนส่งสินค้าในระยะยาว ซึ่งปัจจุบันมีภาคเอกชนให้ความสนใจใช้บริการขนส่งสินค้าทางรถไฟอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท อาทิ ปุ๋ยเคมี ยางพารา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แร่ มอลต์ และผลไม้
ด้านนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ ทั้งนี้ การรถไฟฯ ได้เตรียมความพร้อมรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต สำหรับการขนส่งสินค้าข้ามแดนทางรถไฟระหว่างประเทศไทยและ สปป.ลาว ในช่วงเดือนต.ค. 2568 – ก.ย. 2569 มีปริมาณรวม 11,007 TEU หรือ 6,108 แคร่ ประกอบด้วย สินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าอื่น ๆ จำนวน 6,063 TEU ผลไม้ 3,262 TEU ข้าวมอลต์ 1,312 TEU และปุ๋ย 370 TEU สะท้อนถึงศักยภาพของการขนส่งสินค้าทางรางและโอกาสในการขยายการขนส่งสินค้าผ่านโครงข่ายรถไฟเชื่อมโยงไทย–ลาว–จีน
ปัจจุบัน การขนส่งสินค้าทางรถไฟจากหนองคายไปยังเวียงจันทน์และเชื่อมต่อไปยังประเทศจีน แม้จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 ชั่วโมง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับการขนส่งทางรถบรรทุกที่ใช้เวลาประมาณ 48 ชั่วโมง จะเห็นได้ว่าการขนส่งทางรางมีศักยภาพในการลดระยะเวลาการขนส่งได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การขนส่งสินค้าจากท่าเรือแหลมฉบังผ่านหนองคายไปยังนครคุนหมิง ประเทศจีน มีระยะเวลาขนส่งประมาณ 50 ชั่วโมง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเส้นทางสำคัญในการเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไทยกับตลาดจีน และเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ประกอบการในการบริหารจัดการต้นทุนและระยะเวลาขนส่ง
อินโดนีเซียสนร่วมมือจีนสร้างไฮสปีด
ข้อมูลจาก South China Morning Post ระบุว่า อินโดนีเซียกำลังพิจารณาการลงทุนจากประเทศจีน เพื่อช่วยสร้างเครือข่ายทางรถไฟขนาดมหึมาความยาว 2,772 กิโลเมตร (1,722 ไมล์) พาดผ่านภูมิภาคกาลีมันตันที่กว้างใหญ่และอุดมไปด้วยทรัพยากร
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า ข้อตกลงทางการค้าในอนาคตใดๆ น่าจะมีการเจรจาด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากความตึงเครียดทางการเงิน ทั้งนี้รัฐบาลอินโดนีเซียกำลัง ‘สำรวจ’ ความเป็นไปได้ในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเพื่อสร้างเครือข่ายรถไฟสาย Trans-Kalimantanซึ่งมีทั้งจีนและรัสเซียได้แสดงความสนใจในโครงการดังกล่าว
สะพานหนองคาย–เวียงจันทน์ แห่งที่ 2
ปัจจุบันการเชื่อมต่อทางรถไฟระหว่างหนองคาย (ไทย) และท่านาแล้ง นครหลวงเวียงจันทน์ (สปป.ลาว) ใช้สะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 1 ความยาว 1,050 เมตร อย่างไรก็ตาม สะพานดังกล่าวมีข้อจำกัดจากการใช้งานร่วมกันระหว่างรถยนต์และรถไฟ ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย–ลาว หนองคาย–เวียงจันทน์ แห่งที่ 2
ขณะที่โดยไทยมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 1 (กรุงเทพฯ–นครราชสีมา) : อยู่ระหว่างก่อสร้าง ,โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 2 (นครราชสีมา–หนองคาย) :ได้รับความเห็นชอบให้ก่อสร้างแล้ว และ การพัฒนาศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้านาทา เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟจากหนองคายเข้าสู่เครือข่ายในสปป.ลาว จำเป็นต้องมี สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่
เมื่อต.ค. 2568 ที่ผ่านมา กรมการขนส่งทางราง และกรมรถไฟลาว ประชุมหารือการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญของทั้งสองประเทศเข้าร่วม อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กรมศุลกากร สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กรมทางหลวง การรถไฟแห่งประเทศไทย และสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) ของฝ่ายไทย
สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย–ลาว หนองคาย–เวียงจันทน์ แห่งที่ 2 ซึ่งจะก่อสร้างใกล้สะพานเดิมในระยะห่างประมาณ 30 เมตร โดยการรถไฟแห่งประเทศไทยอยู่ระหว่างศึกษาและออกแบบรายละเอียด สะพานแห่งใหม่นี้ออกแบบให้มีทางรถไฟขนาดมาตรฐาน (Standard Gauge) และทางขนาด 1 เมตร (Meter Gauge) เพื่อเชื่อมโยงไปยังสถานีเวียงจันทน์ใต้และสถานีท่านาแล้ง คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2570 และแล้วเสร็จเปิดให้บริการในปี 2573
ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเชื่อมโยงระบบคมนาคมและโลจิสติกส์ระหว่างไทย–ลาว โดยเฉพาะการพัฒนาโครงข่ายทางรถไฟและสะพานมิตรภาพแห่งใหม่
นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าวว่า การเร่งพัฒนาระบบรางให้เป็นทางเลือกการเดินทางที่สะดวกและปลอดภัย ควบคู่กับการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งรูปแบบอื่น โดยเฉพาะจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพสูงทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้าชายแดน การลงทุน และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะสถานีรถไฟหนองคาย ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าทางรางกับ สปป.ลาว การพัฒนาระบบรางในพื้นที่นี้ให้สอดคล้องและเชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมในภาพรวมของประเทศ จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้แก่ประชาชน ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนในระยะยาวอีกด้วย
สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ การค้าชายแดน และการท่องเที่ยว ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 (บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี)ในส่วนความคืบหน้าการพัฒนาระบบรางเชื่อมไทย - ลาว - จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา – หนองคาย และการขนส่งตู้สินค้าที่สถานีรถไฟหนองคาย ซึ่งปัจจุบันมีแผนในการประกวดราคางานโยธา ภายในเดือนธ.ค. 2569
สอดคล้องกับนโยบายทิศทางการพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศไทย โดยยกระดับการขนส่งทางรางให้เป็นโครงข่ายหลัก และพัฒนาระบบการขนส่งทางถนนเป็นโครงข่ายรอง (Feeder) เพื่อป้อนการเดินทางและการขนส่งเข้าสู่ระบบราง พร้อมเชื่อมโยงการขนส่งทางน้ำและทางอากาศอย่างไร้รอยต่อ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งและโลจิสติกส์ของภูมิภาค





