วันเสาร์ ที่ 7 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

ถอดรหัส USABC พบรัฐบาลไทย ‘อนุทิน’ คุยอะไรกับนักธุรกิจสหรัฐ   

นายกฯ อนุทินนำเสนอวิสัยทัศน์และมาตรการดึงดูดการลงทุน เช่น Thailand FastPass เพื่อผลักดันไทยสู่ประเทศรายได้สูงและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

KEY POINTS

  • นายกฯ อนุทินนำเสนอวิสัยทัศน์และมาตรการดึงดูดการลงทุน เช่น Thailand FastPass เพื่อผลักดันไทยสู่ประเทศรายได้สูงและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
  • รัฐบาลไทยเชิญชวนให้สหรัฐฯ ลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคต อาทิ เซมิคอนดักเตอร์, AI, เศรษฐกิจดิจิทัล และพลังงานสะอาด
  • บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐฯ เช่น Google และ Nvidia ตอบรับเชิงบวก โดยประกาศแผนลงทุนด้าน Data Center, Cloud Region และโครงสร้างพื้นฐาน AI ในไทย
  • มีการหารือเพื่อขยายโอกาสทางการค้าผ่านข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) และผลักดันความร่วมมือไปสู่ข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) กับสหรัฐฯ

ในสถานการณ์ที่โลกเกิดภาวะความไม่แน่นอน มีปัจจัยทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่มาจากสงครามในตะวันออกกลาง

รวมทั้งความไม่สงบจากการชุมนุมประท้วงที่ลามไปหลายประเทศ ทำให้นักลงทุนต้องมองหาประเทศที่มีความพร้อมในปัจจัยพื้นฐาน และมีความเสี่ยงน้อยที่สุดเป็นประเทศปลายทางของการลงทุน

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับประโยชน์จากในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่จะได้รับประโยชน์จากการดึงอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีความสำคัญกับการเติบโตของประเทศในระยะยาว

ข้อมูลการส่งเสริมการลงทุน ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ระบุว่าในช่วง 9 เดือนแรกปี 2569 มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนถึง 1,954 โครงการ เงินลงทุนรวม 1.707 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะเงินลงทุนจากต่างประเทศที่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้เม็ดเงินรอบนี้ไม่ได้กระจุกอยู่กับโรงงานแบบเดิมเท่านั้น อุตสาหกรรมดิจิทัลขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง มูลค่ากว่า 1.17 ล้านล้านบาท

ตามด้วยอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าราว 189,370 ล้านบาท สอดรับกับการย้ายฐานของห่วงโซ่ AI เซมิคอนดักเตอร์ Data Center และ Cloud ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก

ล่าสุดวันที่ 5 พ.ย.2569 ภายหลังการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐที่จบลงด้วยชัยชนะของพรรคเดโมแครต ซึ่งมีนโยบายในการเข้มงวดกับการขยายศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Data Center)

รวมทั้งมีนโยบายการชะลอการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งตรงข้ามกับนโยบายของพรรครีพลับรีกัน

คณะสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน หรือ USABC นำผู้แทน 33 บริษัทเข้าหารือกับนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลหลายบริษัทมีฐานการผลิตอยู่แล้วในไทย ขณะที่หลายรายระบุว่ามีแผนขยายการลงทุนเพิ่มเติม

ถอดรหัส USABC พบรัฐบาลไทย ‘อนุทิน’ คุยอะไรกับนักธุรกิจสหรัฐ   

สำหรับ 33 บริษัทที่มีการหารือกับนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของไทยประกอบไปด้วย หลายกลุ่มธุรกิจตั้งแต่ ยานยนต์ ดิจิทัล AI อิเล็กทรอนิกส์ โลจิสติกส์ พลังงาน เกษตรอาหาร ท่องเที่ยว บริการทางการเงิน ไปจนถึงสุขภาพ

บริษัทที่เข้าร่วมได้แก่ ไทสัน ฟู้ดส์ ดิ เอเชีย กรุ๊ป มาสเตอร์การ์ด ลูบริโซล อเมริกัน เอ็กซ์เพรส เชฟรอน Axon Apple Amazon Abbott Google และFord Motor เป็นต้น

นายกฯย้ำเป้าหมายประเทศรายได้สูง 

ทั้งนี้ในการหารือกับกลุ่มนักธุรกิจจาก USABC นายอนุทินได้เปิดใจพูดคุยกับนักธุรกิจสหรัฐหลายประเด็น โดยนายกรัฐมนตรีย้ำว่าสหรัฐเป็นหุ้นส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยมานาน การหารือในครั้งนี้จึงเป็นอีกโอกาสสำคัญในการกระชับความเป็นหุ้นส่วนและแสวงหาสาขาความร่วมมือใหม่

นายกรัฐมนตรีย้ำว่ารัฐบาลไทยมีเป้าหมายผลักดันประเทศไทยให้เป็นหนึ่งใน 20 ประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุดของโลกภายในปี 2030 และเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2037

ทั้งนี้มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐและปรับปรุงสภาพแวดล้อมด้านการลงทุนผ่านโครงการ Thailand FastPass ซึ่งมุ่งลดระยะเวลาการพิจารณาอนุมัติการลงทุนที่เข้าเกณฑ์ลงได้สูงสุดร้อยละ 50 เพื่ออำนวยความสะดวกการลงทุนในประเทศไทย

ควบคู่กับการผลักดันโครงการ Thailand Skill Bridge เพื่อเชื่อมโยงการพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและตลาดแรงงานมากยิ่งขึ้นเพื่อสร้างแรงงานรองรับอุตสาหกรรมใหม่

ถอดรหัส USABC พบรัฐบาลไทย ‘อนุทิน’ คุยอะไรกับนักธุรกิจสหรัฐ   

นายกฯรัฐมนตรีเน้นย้ำด้วยว่าประเทศไทยยินดีส่งเสริมการลงทุนจากสหรัฐ ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง AI และเศรษฐกิจดิจิทัล

รวมถึงขยายความร่วมมือด้านเกษตรกรรม อาหาร เทคโนโลยีชีวภาพ สุขภาพ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยเฉพาะการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การขนส่ง การจัดเก็บ ไปจนถึงการกระจายสินค้า

นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้ทันสมัยและขยายโอกาสในการเข้าถึงพลังงานสะอาดผ่านกลไกสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct Power Purchase Agreements: Direct PPA)

ตลอดจนยกระดับธรรมาภิบาลและความโปร่งใส เพื่อเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)

ส่วนด้านการค้าและการลงทุน นายกรัฐมนตรีย้ำกับนักธุรกิจชาวสหรัฐว่ารัฐบาลมุ่งขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนผ่านการจัดทำความตกลงการค้าเสรีฉบับใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจไทยและต่างประเทศเข้าถึงตลาดได้มากขึ้น

การเจรจากับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) สามารถบรรลุข้อสรุปในสาระสำคัญแล้ว พร้อมหวังว่าจะมีโอกาสแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการเดินหน้าสู่ความตกลงว่าด้วยการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade: ART)

"สหรัฐเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญและยั่งยืนของไทย โดยรัฐบาลพร้อมทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด นำข้อเสนอแนะจากการหารือไปพิจารณาและผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม"

ทั้งนี้ได้มอบมอบหมายให้กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามประเด็นต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยประสานงานผ่าน USABC และ BOI เพื่อสนับสนุนการลงทุนและการขยายธุรกิจของบริษัทสหรัฐฯ ในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ

ด้านภาคธุรกิจจากสหรัฐก็ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีไทย โดยนาย Sean O’Neill เอกอัครราชทูตสหรัฐ ประจำประเทศไทย และนาย Brian McFeeters ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสภาธุรกิจสหรัฐ–อาเซียน (USABC) ย้ำถึงความสัมพันธ์อันยาวนานกว่า 200 ปีระหว่างไทยกับสหรัฐ 

USABC ได้นำคณะผู้แทนจากบริษัทชั้นนำของสหรัฐ ในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งผู้ผลิต นักลงทุน และผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เยือนไทยเพื่อกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการลงทุนระหว่างกัน

Google ยันลงทุน Data Center และ Cloud Region

ทั้งนี้ในการพบกับนายกรัฐมนตรีผู้แทนจาก Google ระบุว่า การลงทุน Data Center และ Cloud Region ในไทยคาดว่าจะช่วยเพิ่มจีดีพีอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และสนับสนุนการจ้างงานประมาณ 40,000 ตำแหน่งในช่วง 5 ปี ขณะที่ Nvidia มองไทยเป็นตลาดแห่งถัดไปในการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI

TE Connectivity กำลังสร้างโรงงานใหม่ซึ่งคาดว่าจะสร้างงานมากกว่า 1,000 ตำแหน่ง และมีรายได้ต่อปีประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเสนอให้รัฐบาลมีจุดประสานงานเดียวสำหรับผู้เชี่ยวชาญที่จะเข้ามาถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกแรงงานไทย

Ford ลงทุนสะสมในไทย 3.9 พันล้านดอลลาร์

ด้านผู้แทนจากค่ายรถ Ford ซึ่งอยู่ในประเทศไทยมา 30 ปี ระบุว่าบริษัทได้ลงทุนสะสมในไทยแล้วกว่า 3.9 พันล้านดอลลาร์ ผลิตและส่งออกรถยนต์มากกว่า 3.3 ล้านคัน จ้างงานโดยตรงกว่า 8,000 คน และเชื่อมโยงงานในห่วงโซ่อุปทานมากกว่า 10,000 ตำแหน่ง

ในช่วงท้ายของการหารือนายอนุทินย้ำกับนักธุรกิจว่าไทยไม่ได้ต้องการเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการการลงทุนที่สร้างงาน ถ่ายทอดเทคโนโลยี เชื่อมผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ซัพพลายเชน และใช้ประเทศไทยเป็นฐานผลิตเพื่อส่งออกไปยังโลก โดยจะรับข้อเสนอของภาคธุรกิจไปติดตามต่อ ไม่ให้การพบกันจบอยู่ที่โต๊ะประชุมเท่านั้น

การหารือระหว่างรัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายอนุทินและคณะผู้แทนจากสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน (USABC) ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึง ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสหรัฐฯ ที่มีต่อศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ท่ามกลางภาวะความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก

โดยรัฐบาลพยายามฉายภาพให้นักธุรกิจจากสหรัฐเห็นว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงเป้าหมายการย้ายฐานการผลิตแบบเดิมอีกต่อไป แต่กำลังใช้ความพร้อมและศักยภาพของประเทศก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ไม่ว่าจะเป็น Data Center, Cloud, AI และเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งเป็นเทรนการลงทุนที่สำคัญที่จะสามารถยกระดับเศรษฐกิจของไทยได้ในอนาคต