วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

อนุทิน หารือนักธุรกิจสหรัฐ เร่งยกเครื่องกฎระเบียบ หนุน Big Tech-Data Center

"อนุทิน" เผยเอกชนสหรัฐฯ เชื่อมั่นศักยภาพไทย เร่งยกเครื่องกฎระเบียบหนุน Big Tech-Data Center ควบคู่คุมสมดุลพลังงาน

KEY POINTS

  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล หารือกับคณะนักธุรกิจจากสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน (USABC) เพื่อส่งเสริมการลงทุนในไทย
  • ภาคเอกชนสหรัฐฯ เสนอให้รัฐบาลไทยพิจารณาแก้ไขปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่ล้าสมัย เพื่อลดอุปสรรคในการทำธุรกิจ
  • รัฐบาลไทยยืนยันความพร้อมในการส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Big Tech) และดาต้าเซ็นเตอร์
  • แนวทางการส่งเสริมธุรกิจ Data Center จะมุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงด้านการลงทุน ควบคู่กับการบริหารจัดการพลังงานอย่างสมดุลและเป็นธรรม

วันนี้ (5 พ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการหารือกับ นาย Brian McFeeters ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา – อาเซียน (U.S. – ASEAN Business Council: USABC) และคณะนักธุรกิจบริษัทสมาชิก USABC ที่ทำเนียบรัฐบาล

นายอนุทิน ระบุว่า ตัวแทนภาคธุรกิจและนักลงทุนสหรัฐอเมริกาในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมได้ขยายการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสร้างฐานการผลิตใหม่ การขยายกิจการเดิม ตลอดจนการลงทุนในตลาดทุนของไทย โดยทุกภาคส่วนต่างยืนยันตรงกันถึงความเชื่อมั่นในเสถียรภาพ ความพร้อม และศักยภาพของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีของประเทศนับจากนี้ 

ทั้งนี้ ภาคเอกชนสหรัฐฯ ได้มีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลพิจารณาแก้ไขปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบ (Regulatory Requirements) ที่ล้าสมัยหรือไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อลดอุปสรรคและเพิ่มความสะดวกในการดำเนินธุรกิจและการทำธุรกรรม

เมื่อถามว่าได้มีการให้ความมั่นใจกับกลุ่มนักลงทุนรถยนต์และดาต้าเซ็นเตอร์ที่มาลงทุนในไทยอย่างไรนายอนุทินกล่าวว่ารัฐบาลพร้อมให้การส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Big Tech) รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีขนาดการผลิตสูงและมีการจ้างงานแรงงานไทยจำนวนมาก 

สำหรับแนวทางการส่งเสริมธุรกิจ Data Center และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รัฐบาลมุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงให้กับการลงทุน

ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีสมดุลและเป็นธรรม โดยต้องมั่นใจว่ากระแสไฟฟ้าและพลังงานที่ผลิตได้ในประเทศจะไม่ถูกดึงไปใช้ในธุรกิจ Data Center จนส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงาน หรือสร้างภาระให้กับประชาชนทั่วไป