วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

'นายกฯ' มั่นใจ คุมชายแดนได้ดี ไร้รุกราน ย้ำ 'ครม.อนุทิน' มีระบบตรวจสอบ

"นายกฯ' มั่นใจ คุมชายแดนได้ดี ไร้รุกราน- คุกคาม ย้ำ ครม.อนุทิน ใครคิดไม่ดีต่อบ้านเมือง-หาประโยชน์ มีระบบตรวจสอบ

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 5 พ.ย.ที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร(วปอ.) รุ่น 69 

โดยนายกฯ กล่าวเปิดการศึกษาภายใต้แนวคิด “บทบาทของภาครัฐ เอกชน และการเมืองในการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ” ว่า  ส่วนราคาข้าว ราคามันสำปะหลังสูงขึ้น และราคายางสูงสุดในรอบหลายปี สินค้าพืชผลทางการเกษตรทุกอย่างที่เป็นหลักของประเทศไทยราคาขึ้นมาเป็นเชิงบวกทั้งสิ้นสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้นให้กับประเทศให้กับเกษตรกร ความมั่นคงทางพลังงานไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ประเทศไหน ค่าพลังงานสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแต่ประเทศไทยใช้แค่ในส่วนที่มันเป็นราคาผันผวนตรงน้ำมันดิบที่นำเข้าถ้ามันจะ vary มัน vary ในส่วนนี้ แต่ในส่วนของการเก็บภาษีการบริหารจัดการไม่ได้เกิดขึ้นและเราจึงต้องมีการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ให้พึ่งพาการนำเข้าให้น้อยลง ซึ่งประเทศไทยเตรียม พร้อมเรื่องของ infrastructure รองรับอีวีเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ รัฐบาลลดภาษี E20 เราไปลดหมดไม่ได้เพราะเราต้องเน้นไปที่เกษตรกรและพวกที่มีธุรกิจให้เขาหันมาใช้น้ำมันที่มีส่วนผสมของน้ำมันB 20 เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นผลพลอยได้คือความต้องการของการใช้น้ำมัน ชาวบ้านบอกไม่เข้าใจB20ผสมไม่กล้าใช้ ตราบใดที่ยังใช้ในการเกษตรการขนส่งทั่วไปยืนยันไม่มีผลกระทบต่อเครื่องจักรเครื่องยนต์หรือประสิทธิภาพใดๆถ้ามีผลกระทบรัฐบาลไม่เอาออกมาให้ใช้

นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้คงไม่ได้พูดถึงเรื่องของทางวิชาการมาก เพราะท่านสามารถหาได้จากแหล่งข้อมูล แต่ตนจะมาพูดในเรื่องการสร้างความมั่นใจให้กับทุกภาคส่วนว่าวันนี้เรามีครบทุกบริบท ครบทุกปัจจัยที่ทำให้ประเทศไทยของเรามีความเข้มแข็งแข็งแกร่ง เรามีปัญหาเรื่องความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบ้าน อันนี้ไม่ต้องห่วงพี่ๆในห้องนี้ โดยเฉพาะพี่ๆแถวบ้านควบคุมสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี ไม่มีความต้องกังวลใดๆท่านจะคิดวางแผนอะไรต่างๆประเทศไทยเราไม่มีใครเข้ามารุกราน เข้ามาคุกคามหรือเข้ามาเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ถ้าเป็นภัยจากต่างประเทศในทุกเรื่อง 

“รัฐบาลไม่มีวันที่จะทำอะไรที่มันผิดเพี้ยนไม่ฟังเสียงประชาชนทำสิ่งที่ผิดกฎหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญไม่มีวันทำเช่นนั้นเป็นอันขาด ยิ่งทำไป มันก็จะเกิดแต่สิ่งที่มันเป็นผลร้ายต่อรัฐบาลต่อประเทศ ซึ่งตอนนี้คณะรัฐมนตรี(ครม.)ชุดนี้บริบทการเมืองเปลี่ยนไปเยอะใครที่คิดไม่ดีต่อบ้านเมืองใครที่คิดที่จะทำอะไรเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง มีการตรวจสอบมากมายไม่ใช่ตรวจสอบจากภายนอก ตรวจสอบจากภายในกันเอง ก็ไม่มีใครยอม รัฐบาลชุดนี้เราให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันในที่ประชุมครม. ปลัดกระทรวง อธิบดี ฝ่ายข้าราชการประจำจะต้องเข้ามาร่วมนำเสนอทร่วมรับทราบและนำไปปฏิบัติ เราถึงมีโครงการต่างๆออกมามากมายและสามารถดำเนินการได้ด้วยความรวดเร็ว เรากล้าด้วยซ้ำ เรากล้าที่จะทำในสิ่งที่ถูก

ดังนั้นการรักษาความมั่นคงของชาติก็ต้องถือว่าเป็นภารกิจร่วมกันของทุกภาคส่วน และความมั่นคงคือการเตรียมให้พร้อมรับมือกับทุกสิ่งที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้วและเผชิญอยู่แล้ว รวมถึงสิ่งใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย“นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวอีกว่า ท้ายที่สุดนี้การที่ตนได้กลับมาที่วปอ.อีกครั้งอยากฝากให้กับทุกท่านว่าสิ่งที่ท่านจะได้รับจากการรู้ที่นี่ อาจจะไม่ใช่ความรู้ในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ขอให้ท่านได้เข้าใจวิธีคิดของคนที่อยู่คนละภาคส่วนกับเราแล้วพยายามเรียนผสมผสานเข้ามา มันจะเป็นพลังขับเคลื่อนให้กับประเทศไทยได้อย่างอเนกอนันต์ ตนขอให้ความมั่นใจว่าเครือข่ายที่ทุกท่านกำลังสร้างขึ้นจากที่นี่จะเป็นกำลังสำคัญในการช่วยกันทำให้ประเทศไทยมีความเข้มแข็ง มีความแข็งแรงเพิ่มขึ้นในอนาคต look progressive  (มองไปข้างหน้าอย่างก้าวกระโดด) ตนไม่ได้ตั้งเป้าให้สวยหรู เพราะตั้งเป้าแล้วทำไม่ได้ แล้วมาคิดคำแก้ตัว จะทำแบบพอเพียงตามปรัชญาพอเพียง เวลาคิดอะไร คิดเฉพาะเป้าหมายที่เอื้อมถึง แล้วใช้กำลังความสามารถที่มีอยู่ทำให้ได้เจตนารมณ์ที่ดี เมื่อเราไปถึงจุดนั้นแล้วมันจะมีการต่อยอดไปด้วยพลังขับเคลื่อนหรือ Momentum ในตัวมันเอง ตนอาจจะพูดแบบนี้หลายคนที่เรียน engineer (วิศวกร)มาเหมือนตนก็คิดแบบนี้ สิ่งที่มันจับต้องได้อธิบายได้ชี้แจงได้ เมื่อไปถึงแล้วมันจะมีแรงอีกแรงผลักดันขึ้นไปนี่คือหลักฟิสิกส์ธรรมดา และคือสิ่งที่ตนดำเนินมาตั้งแต่ตนได้มีโอกาสเข้ามารับตำแหน่งนายกฯมันก็เวิร์คนะตอนเข้ามาใหม่ๆเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่มีใครคิดหรอกว่ามันจะต่อเทอม 2 ได้อยู่ 4 เดือน ในเทอมแรก แต่เราคิดมีคำว่าควิกวิน 4 เดือนก็ทำ 4เดือนให้ดีที่สุดป้องกันประเทศให้สูงสุด สนับสนุนทุกด้านให้ประเทศมีความปลอดภัยด้วยความมั่นคง 

นายกฯ กล่าวด้วยว่า ในเรื่องของเศรษฐกิจเราเอาประเทศไทยกลับไปสู่เวทีโลก โชคดีตนเข้ามาช่วงนี้พอดีมีการประชุมเอเปค ประจำปี 2569 (APEC 2026) มีการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 48 ได้เจอกับผู้นำต่างๆทั่วโลกเหมือนกับความที่เราไม่ปิดตัวเอง เราพูดไปพูดมาก็มีการพูดคุยกันต่อ สร้างความร่วมมือกันต่อและโชคดีได้รับพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนในช่วงนั้นพอดี ทำให้เรื่องที่มันเชื่อมกับประเทศจีนทะลวงไปได้ด้วยความรวดเร็ว หลังไมค์พูดคุยความร่วมมือต่างๆที่ผู้นำสูงสุดของทั้งสองประเทศได้พูดคุยกันและได้หารือกันแล้วหารือกันด้วยความเข้าใจกันดี เราก็ไปดำเนินการต่อยอด ต่อเนื่องทำให้ความสัมพันธ์ต่างๆพัฒนาไปได้ด้วยความรวดเร็วนี่คือการนำประเทศไทยกลับเข้ามาในพื้นที่ของแผนที่โลกอีกครั้ง พอกลับเข้ามาสมัยที่ 2 ก็ มีlong-term สิ่งที่ทำมาทุกอย่างมีแนวโน้มและแนวทางที่ดีที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย ก็ขอให้ช่วยกันนำนโยบายที่ท่านคิดว่ามันเป็นประโยชน์กับประเทศไทยมาช่วยกันระดมสมองระดมความคิดนำส่งมาให้รัฐบาลในการดำเนินการ เพราะเราต้องใช้ความร่วมมือจากทุกฝ่ายมาขับเคลื่อนจนคิดว่าสิ่งที่เราอยากเห็นให้มันเกิดขึ้นกับประเทศไทยมันจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน

“ผมได้พูดคุยกับ ผู้บัญชาการสถาบันป้องกันประเทศ และผอ. วปอ. ที่บอกกับผมว่า ปีนี้จะเดินทาง ไปเยี่ยม เหล่าทัพและหน่วยงานต่างๆ รวมถึงกระทรวงสาธารณสุข ผมจึงถามกลับว่าไม่คิดจะมาเยี่ยมทำเนียบรัฐบาลบ้างหรือ ซึ่งจะมอบหมายให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดกระทรวงมหาดไทย บรรยายสรุป นโยบายการขับเคลื่อนต่างๆของรัฐบาล อยากให้พวกท่านมารู้นโยบาย ของฝ่ายปกครองและการบริหารราชการแผ่นดิน มารู้ในฝ่ายของพลเรือนบ้าง” นายกฯ กล่าว