วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

‘แบงก์กรุงศรี’ ลงทุนยกระดับภัยไซเบอร์ เกราะปกป้อง ‘ลูกค้า‘

“ธนาคารกรุงศรีฯ” เดินเกมรุกประกาศความพร้อมรับมืออาชญากรรมทางเทคโนโลยีและภัยคุกคามไซเบอร์ยุคเอไอ พร้อมทุ่มงบเทคโนโลยีโตต่อเนื่อง 15-20% ต่อปี ชู “แพลตฟอร์มความปลอดภัยแบบรวมศูนย์” เพื่อเป็นเกราะป้องกันที่ไร้รอยต่อปกป้องลูกค้าและขับเคลื่อนองค์กรยั่งยืน 

KEY POINTS

  • ธนาคารกรุงศรีเพิ่มงบลงทุนด้านเทคโนโลยี โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจจับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น
  • นำแพลตฟอร์มความปลอดภัยแบบรวมศูนย์ (Unified Security Platform) และใช้เทคโนโลยี AI มาช่วยให้ทีมงานสามารถตรวจจับและวิเคราะห์ภัยคุกคามได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  • มีการจัดทำแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก เช่น ธปท. และตำรวจไซเบอร์ เพื่อร่วมกันรับมืออาชญากรรมทางไซเบอร์

ในโลกยุคใหม่ที่ทุกองค์กรต้องขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมาพร้อม “ภัยไซเบอร์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” ในปัจจุบัน “ทวีความรุนแรง” และแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเกิดภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ใช้ AI (AI Threats) เป็นเครื่องมือ สิ่งนี้เป็นความท้าทาย “สถาบันการเงิน” (แบงก์) ต้องยกระดับระบบการป้องกันภัยคุกคามดังกล่าว 

นางสาวสายสุนีย์ หาญประเทืองศิลป์ ประธานกลุ่มสนับสนุนธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY กล่าวในงาน Krungsri Tech Day 2026 ว่า สำหรับงบลงทุนด้านเทคโนโลยีของธนาคารยังมีทิศทางเติบโตขึ้นทุกปี เฉลี่ย 15-20% ต่อปี

สะท้อนที่ผ่านมาในช่วง 5-7 ปี ได้มีการลงทุนในโครงการรากฐานเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น Data Platform และการปรับปรุงช่องทางบริการ (Channel Modernization)

มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพตรวจจับภัยคุกคาม 

ทั้งนี้ ในแผนธุรกิจระยะปานกลาง (Mid-term Plan) งบประมาณส่วนนี้จะเริ่มชะลอตัวลงหลังจากระบบรากฐานหลักเสร็จสมบูรณ์ โดยงบลงทุนที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบันจะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการตรวจจับภัยคุกคามทางไซเบอร์เป็นหลัก สาเหตุที่ธนาคาร ต้องเริ่มลงทุนทางด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และการป้องกันภัยจากมิจฉาชีพ เพราะจะเห็นอยู่แล้วว่าภัยไซเบอร์เริ่มมาแรงขึ้นและเร็วขึ้นเรื่อย ๆ

สำหรับ การเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และการป้องกันภัยจากมิจฉาชีพ ธนาคารได้เริ่มปรับใช้แพลตฟอร์มความปลอดภัยแบบรวมศูนย์ (Unified Security Platform) ไปแล้วกว่า 80% ซึ่งธนาคารมีการเตรียมความพร้อมดังกล่าวมาโดยตลอด โดยรวบรวมระบบความปลอดภัยทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure), ฐานข้อมูล (Database) และแอปพลิเคชัน (Application) มาไว้บนผืนข้อมูลเดียวกัน (Single Data Sheet) พร้อมนำ AI Engine มาช่วยให้ทีมปฏิบัติการความปลอดภัยสามารถตรวจจับและวิเคราะห์ ภัยคุกคามได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

“เมื่อเรามี Security Operation สามารถเข้าถึง Data และมี AI Engine ด้วย ทำให้ทีมทำงานได้มากขึ้น หวังว่าจะตรวจจับ ให้เร็วขึ้นกว่าเดิมถ้าเกิดมี Cyber Crime หรือ Incident ทีมสามารถจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเรา Investigate แล้วก็หาเหตุของปัญหา”

นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำคู่มือปฏิบัติการรับมือเหตุการณ์ (Playbook), ทีมตอบสนองต่อเหตุการณ์ (Incident Response) รวมถึงการอบรมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามใหม่ๆ จาก AI ให้แก่พนักงานทุกไตรมาสและทุกปี

เปรียบภัยไซเบอร์เป็น “ไต้ฝุ่น” 

อีกทั้ง ยังมีการเตรียมแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) และประสานความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานภายนอกอย่าง ในเครือกรุงศรี และ MUFG ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT), สมาคมธนาคารไทย (GBA) และตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) เพื่อร่วมกันปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์อย่างทันท่วงที

หากเปรียบเทียบภัยไซเบอร์กับภัยธรรมชาติ (BCP) อาจเป็นแบบไต้ฝุ่น น้ำท่วม มองว่า ทุกคนต้องเตรียมตัวกันหมด ไม่ว่าจะองค์กรไหน ทั้งแบงก์และนอนแบงก์ เพราะในแง่ของว่าถ้ามีเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น เราจะจัดการอย่างไร เรื่องของ Business Continuity เป็นเรื่องสำคัญ ต้องหันกลับมาดูแล ซึ่งธนาคารเตรียมพร้อมอยู่แล้ว

เร่งนำ AI เสริมศักยภาพ-ความแม่นยำ 

นางสาวสายสุนีย์ กล่าวต่อว่า ในส่วนการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจธนาคารนั้น จำเป็นต้องแยกแยะระหว่าง Machine Learning (ML) นำมาใช้ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านสินเชื่อ (Credit Risk Model) มานานกว่า 10 ปี กับ Generative AI ที่เข้ามาเริ่มบีบให้เกิดการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน

เนื่องจากธนาคารต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และนโยบายภายในอย่างเคร่งครัด กระบวนการทำงานจึงต้องมีมนุษย์คอยกำกับดูแล (Human-in-the-loop และ Human-over-the-loop) อยู่เสมอ ทำให้การใช้ AI ในปัจจุบันเป็นไปในลักษณะการช่วยเสริมศักยภาพ เพื่อเพิ่มความแม่นยำ รวดเร็ว และประสิทธิภาพในการทำงาน (Productivity & Efficiency) มากกว่าการเปลี่ยนผ่านระบบไปสู่ AI 100% ในทันที

ล่าสุด กรุงศรีจัดงาน “Krungsri Tech Day 2026” ชูวิสัยทัศน์ “Simplifying Life, Shifting Business with AI” ผนึกกำลังพันธมิตรเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 3 ยุทธศาสตร์หลัก: เชื่อมต่อบริการดิจิทัลไร้รอยต่อ, ขยายศักยภาพ AI สู่ทุกภาคส่วนด้วยแพลตฟอร์มกลาง, และวางรากฐานเทคโนโลยีพร้อมรองรับอนาคตเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน