วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

'นายกฯ' ยัน ครม.อนุทิน ไม่มีมุ้ง ไร้เด็กพี่หนู เดินคู่ ความมั่นคง

"นายกฯ" ย้ำ ความมั่นคง คือเสถียรภาพต้องไปคู่กัน ยัน ครม.อนุทิน ‘ไม่มีมุ้ง ไม่มีพรรค มีแต่ทีมเดียวกัน‘ ไร้เด็กพี่หนู-สายพี่หนู‘ เมินพวกวิจารณ์ บอกผลสะท้อนตัวชี้วัด จัดลำดับประเทศไทย

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 5 พ.ย.ที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร(วปอ.) รุ่น 69 

โดยนายกฯ กล่าวเปิดการศึกษาภายใต้แนวคิด “บทบาทของภาครัฐ เอกชน และการเมืองในการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ” ว่า ความมั่นคงของชาติมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐ ภาคเอกชนภาคการเมือง ต้องเดินร่วมร่วมกัน เราต้องต่อยอดสร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยฐานที่เรามี ความพร้อม ความสมบูรณ์เช่นนี้ จะอยู่คู่กับคำว่าความมั่นคงคือเสถียรภาพ มันต้องไปคู่กัน ต้องแข็งแรง ถ้าคนที่คอยกำกับดูแลไม่แข็งแรง มันก็ไปไม่ได้ มันก็จะเป็นสิ่งปลูกสร้างรกร้างเก่าๆ อาคารทั้งหลายมีความมั่นคง ออกแบบอย่างดี แต่เสถียรภาพไม่มี ภาคธุรกิจเงินไม่พอ ทุนไม่พอ แบงค์ไม่ให้กู้อาคารก็เป็นอาคารร้างภายในเวลาไม่กี่เดือนก็จะกลายเป็นอาคารเก่าและกลายเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ชำรุดสุดโทรมก็หาประโยชน์อะไรไม่ได้ เสถียรภาพของฝ่ายบริหาร ซึ่งตนให้ความสำคัญมากเราต้องบริหารประเทศและเราต้องบริหารการเมืองให้ดีด้วย ตนให้ความสำคัญกับการบริหารการเมือง

ดังนั้นในคณะรัฐมนตรี(ครม.)ของตนจึงไม่มีคำว่ามุ้ง ไม่มีคำว่าพรรค มีแต่คำว่า ทีมเดียวกันเป็นรัฐบาลของประชาชน เป็นรัฐบาลของประเทศเป้าหมายคือการสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศชาติส่งเสริมซึ่งกันและกัน แต่ละกระทรวงต้องสนับสนุนภารกิจของอีกหลายกระทรวงหรือทุกกระทรวงว่าจะทำอย่างไรให้นโยบายของรัฐบาลได้ขับเคลื่อนและได้ดำเนินการไปด้วยความมีประสิทธิภาพในส่วนของข้าราชการประจำ เรามองว่าทุกท่านคือทีมไทยแลนด์ ทำงานต้องมีความราบรื่นมีความร่วมมือมีเสถียรภาพทุกคนเข้าใจดีว่าเขาทำงานเพื่อบ้านเมือง

“ในยุคนี้ข้าราชการประจำไม่ต้องมาเล่นการเมืองเพราะเราพยายามจะเป็นอันเดียวกัน มันเป็นบทบาทมันไม่ใช่เจ้าของใครจะไปคิดว่าคนนี้จะต้องเป็นเด็กคนนี้ เป็นสายให้คนนี้ตลอดไป ไม่มี ถามผมสิ ผมพ้นจากตำแหน่งมท.1 ผมไปสนามบินต่างจังหวัดผมจะต้องเรียกว่าแทบจะต้องหายใจลึกๆ เพราะว่าคนหายไปไหนหมด ไม่รู้จากที่เคยมามืดฟ้ามัวดินเพราะฉะนั้นไม่มีเด็กพี่หนู สายพี่หนู มีแต่พี่หนูเป็นมท.1  มีพี่หนูเป็นนายกฯ มีแต่พี่หนู เพราะฉะนั้นวันนี้พี่หนูไม่มีเด็ก มีแต่ทีม และต้องทำความเข้าใจกับตัวเองว่ามาทำงานให้กับบ้านเมือง ทำงานให้กับประเทศชาติจะเด็กเรา เด็กใครเด็กเขา เขาทำงานได้ต้องทำหมดและปล่อยวางบทบาท เพราะเมื่อไหร่เราอาจจะต้องไปเป็นคนที่ต้องนั่งรอเขานานถึงชั่วโมงครึ่ง เพื่อขอพบท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยก็ได้ใครจะไปรู้ เพราะฉะนั้นเราต้องดูว่าที่เราทำทำโดยหน้าที่ โดยภารกิจ โดยความรับผิดชอบ โดยสิ่งที่ประชาชน เขาส่งมาให้ทำหน้าที่นั้นและมันต้องจบถ้าจะจบ มันต้องจบในหน้าที่ไม่ใช่ลากต่อไปเป็นอดีตนายกฯแล้วยังจะไปเชิญคนโน้น คนนี้มาหาไม่ได้แล้ว  ถ้าเราใส่หัวโขนให้ถูกที่ ทำการเมืองร่วมกันบริหารบ้านเมืองร่วมกันกับฝ่ายข้าราชการประจำมันจะทำได้ด้วยดี และผมกล้าพูดว่า ณ ขณะนี้ปัจจุบันนี้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในระบบการบริหารราชการแผ่นดินของประเทศไทย ผมใช้ทั้งประสบการณ์ใช้ทั้งความสุข ใช้ทั้งความขมขื่น ใช้ทั้งความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบเข้ามาผสมผสานกันและบริหารราชการแผ่นดิน ทุกวันนี้ผมได้รับความร่วมมืออย่างดีมากจากข้าราชการทุกภาคส่วนและท่านก็เห็นว่าการขับเคลื่อนการดำเนินการของรัฐบาลมันก็เป็นไปได้ด้วยดี มันสะท้อนออกมา ใครจะพูดอะไรก็แล้วแต่ ใครจะลงเฟกนิวส์ ยังไงก็แล้วแต่ หรือใครจะวิพากษ์วิจารณ์ยังไงก็แล้วแต่มันมีฝักมีฝ่าย เราไปห้ามตรงนั้นไม่ได้ แต่สิ่งที่มันโกหกไม่ได้และสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือตัวชี้วัดต่างๆที่มันออกมาจากการจัดลำดับประเทศไทยมูลค่าการส่งออกที่ปีนี้เราโต 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ผลผลิตที่มันเพิ่มมากขึ้น จำนวนเงินลงทุนจากต่างชาติที่เพิ่มขึ้นการดูแลพี่น้องประชาชนที่เราดูแลได้มากขึ้นการเก็บภาษีที่เก็บได้เพิ่มขึ้น และเรื่องของแนวโน้มที่มันเป็นไปในเชิงบวกและหลายหลายอย่างประกอบกับสิ่งเหล่านี้ต่างหากคือสิ่งที่บอกว่ามันเป็นผลลัพธ์จากการร่วมมือกันเป็นทีมไทยแลนด์เป็นทีมเดียวกันร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยจากทุกภาคส่วน“นายกฯ กล่าว