"กรมการขนส่งทางบก" เตรียมพิจารณาแนวทางยกระดับความปลอดภัย ถกเวทีสัมมนาวิชาการระดับชาติ 19-20 พ.ย.นี้ พร้อมยืนยันไม่มีนโยบายเรียกคืนหรือยกเลิกใบขับขี่ตลอดชีพ
KEY POINTS
- "กรมการขนส่งทางบก" เตรียมพิจารณาแนวทางยกระดับความปลอดภัย ถกเวทีสัมมนาวิชาการระดับชาติ 19-20 พ.ย.นี้
- ชี้สถิติอุบัติเหตุจากผู้ขับขี่สูงอายุเพิ่มขึ้น "คมนาคม" กำชับวางมาตรการคุมเข้ม ยกโมเดลญี่ปุ่นสร้างแรงจูงใจให้คืนใบขับขี่โดยสมัครใจแลกกับสิทธิประโยชน์อื่น
- พร้อมยืนยันไม่มีนโยบายเรียกคืนหรือยกเลิกใบขับขี่ตลอดชีพ ไม่สร้างภาระให้ประชาชนเพิ่มเติม ส่วนผู้ที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป หากที่ขอทำใบขับขี่ใหม่ กำหนดให้ต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เผยถึงข้อมูลสถิติประเทศไทยยังมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนประมาณ 50 คนต่อวัน หรือราว 15,000 คนต่อปี แม้สถานการณ์ในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมาจะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ยังต้องเร่งแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยเป้าหมายระยะยาว คือการลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้เหลือศูนย์
โดยเป้าหมายดังกล่าว เป็นเรื่องที่จะถูกหยิบยกมาหารือในการสัมมนาวิชาการระดับชาติ เรื่อง ความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 17 (17th Thailand Road Safety Seminar) ภายใต้แนวคิด “Unlocking Safe Cities : ปลดล็อกถนนปลอดภัย เพื่อเมืองที่ปลอดภัย” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 - 20 พ.ย.2569 ณ ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เผยว่า เป้าหมายสำคัญคือการลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งหนึ่งในอุบัติเหตุที่พบในปัจจุบัน ต้องยอมรับว่ามีสัดส่วนของอุบัติเหตุที่เกิดจากการขับขี่ของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกรณีผู้สูงอายุ จะเห็นได้ว่ามีเหตุการณ์ขับรถยนต์ไปติดบนที่กลับรถมอไซด์ รวมทั้งยังมีเหตุการณ์การขับขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า หรือที่เรียกว่า “รถเร่งมรดก” ออกมาขับขี่บนท้องถนน ซึ่งประเด็นเหล่านี้ไม่ปลอดภัยและเป็นเรื่องที่ต้องหยิบยกมาหารือถึงแนวทางแก้ไข
โดยเบื้องต้นจึงมีข้อเสนอศึกษาหลายๆ โมเดลในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ที่มีการสร้างแรงจูงใจให้ผู้สูงอายุสมัครใจคืนใบอนุญาตขับขี่ตลอดชีพ และให้สิทธิประโยชน์สนับสนุนการเดินทางในระบบขนส่งสาธารณะสำหรับผู้ที่คืนใบอนุญาตดังกล่าว เป็นต้น
ขณะที่ผู้สูงอายุ 55 ปีขึ้นไป ปัจจุบันมีกฎหมายกำหนดไว้แล้วว่า หากต้องการขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่ จะต้องมีการทดสอบสมรรถภาพร่างกายตามคำแนะนำด้านวิชาการ เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จึงต้องหารือในรายละเอียดอีกครั้งว่าต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมในประเด็นใดบ้าง เพื่อให้เป็นการยกระดับด้านความปลอดภัย
“ยืนยันว่าไม่มีการเรียกคืนใบขับขี่ตลอดชีพ ไม่มีการเพิ่มภาระให้กับประชาชน เพียงแต่กำหนดว่าผู้ที่จะออกใบขับขี่ใหม่นั้น ต้องทดสอบสมรรถภาพร่างกาย หรือหากจะมีการเรียกคืนใบขับขี่ตลอดชีพ ก็จะเป็นในรูปแบบสมัครใจแบบที่ญี่ปุ่นดำเนินการ ซึ่งเรื่องนี้ต้องหารือความเหมาะสมก่อน”
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบกขอยืนยันว่า กรมฯ ยังไม่มีการยกเลิกใบขับขี่ตลอดชีพแต่อย่างใด ประชาชนผู้ที่ถือใบอนุญาตขับรถแบบตลอดชีพในปัจจุบัน ยังคงสามารถใช้งานได้ตามกฎหมายและรักษาสิทธิของตนเองไว้ได้ครบถ้วนทุกประการ
ส่วนการกำหนดให้ทดสอบสมรรถภาพร่างกายนั้น เป็นระเบียบสำหรับผู้ที่ต้องการทำใบขับขี่ใหม่เท่านั้น โดยกำหนดว่าผู้ที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป หากต้องการขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่ จะต้องมีการทดสอบสมรรถภาพร่างกายตามคำแนะนำด้านวิชาการ เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน
สำหรับปัจจุบันจำนวนใบอนุญาตขับรถตลอดชีพ มีรวมกว่า 11 ล้านใบทั่วประเทศ แบ่งเป็น
- ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลตลอดชีพ 5,640,070 ใบ
- ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลตลอดชีพ 3,855 ใบ
- ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ตลอดชีพ 5,443,048 ใบ





