วันเสาร์ ที่ 31 ตุลาคม 2569

Login
Login

ส่องเทรนด์นิวเคลียร์อาเซียน 'IAEA' เช็กความพร้อมไทยลุย SMR สู่พลังงานสะอาด

ผู้แทน IAEA หนุนไทยขยับสู่พลังงานนิวเคลียร์ "SMR" รับเทรนด์เปลี่ยนผ่านพลังงานโลก ชี้ กลุ่ม "อาเซียน" ตื่นตัวระลอกใหม่

KEY POINTS

  • ผู้แทนจาก IAEA ชื่นชมความคืบหน้าของประเทศไทยในการเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการพลังงานนิวเคลียร์ โดยเฉพาะการประเมินตนเองเบื้องต้นใน 19 ประเด็นโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งถือเป็นก้าวที่เป็นบวก
  • IAEA ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และเน้นย้ำ 7 ประเด็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ไทยต้องศึกษาอย่างรอบคอบเพื่อพัฒนาโครงการ SMR เช่น การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การคัดเลือกพื้นที่ และการระดมทุน
  • กระแสพลังงานนิวเคลียร์ในภูมิภาคอาเซียนกำลังได้รับแรงขับเคลื่อนอย่างเข้มข้น โดยเวียดนามกำลังเร่งเตรียมโรงไฟฟ้าแห่งแรก, อินโดนีเซียพิจารณาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบลอยน้ำ, ขณะที่ฟิลิปปินส์และมาเลเซียกลับมาเริ่มเตรียมความพร้อมอีกครั้ง
  • IAEA ระบุว่า หากไทยดำเนินโครงการ SMR บนพื้นฐานของการศึกษาที่รัดกุมและเข้มแข็ง จะสามารถก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญ (Key Role) ในกลุ่มประเทศอาเซียนได้
  • พลังงานนิวเคลียร์ถูกมองว่าเป็นแหล่งพลังงานที่มั่นคง ปล่อยคาร์บอนต่ำ และจำเป็นต่อการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดระดับโลก

เวทีประชุมวิชาการ “Strengthening Thailand’s SMR Pathway: Strategy and Project Implementation” ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กระทรวงพลังงาน และทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) นำไปสู่การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้น (Pre-feasibility Study) และการศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) ในการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (Small Modular Reactor: SMR) ของประเทศไทย

Ms. Anna Jaison ผู้แทนจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เปิดเผยว่า การเริ่มต้นโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถือเป็นภารกิจขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนระดับยุทธศาสตร์ ซึ่งต้องใช้องค์ความรู้ทางเทคนิคระดับสูง การลงทุนทางการเงินมหาศาล และส่งผลกระทบรวมถึงผลประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม พลังงานนิวเคลียร์ถือเป็นแหล่งพลังงานที่มีความมั่นคง แข่งขันได้ และปล่อยคาร์บอนต่ำ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาและการรับมือกับความท้าทายเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

"IAEA" เจาะลึก 7 ประเด็นหลัก

ผู้แทน IAEA กล่าวชื่นชมความคืบหน้าของประเทศไทย โดยระบุว่า ประเทศไทยได้เริ่มเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการพลังงานนิวเคลียร์มาอย่างต่อเนื่อง และมีความคืบหน้าไปมาก โดยเฉพาะการประเมินตนเองเบื้องต้นใน 19 ประเด็นโครงสร้างพื้นฐาน (19 Infrastructure Issues) ซึ่งถือเป็นก้าวที่เป็นบวกอย่างยิ่ง

สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ IAEA ได้นำระเบียบวิธีและประสบการณ์ รวมถึงตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมจากผู้เชี่ยวชาญในประเทศสวีเดนและจอร์เจียมาถ่ายทอด โดยเน้นการลงรายละเอียดในประเด็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ไทยต้องศึกษาอย่างรอบคอบ 7 ด้าน ได้แก่

  • การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Development)
  • 2. การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Involvement)
  • การคัดเลือกพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกสนับสนุน (Site and Supporting Facilities)
  • การมีส่วนร่วมของภาคอุตสาหกรรม (Industrial Involvement)
  • นโยบายและท่าทีระดับชาติ (National Position)
  • การบริหารจัดการโครงการ (Program Management)
  • การระดมทุนและการเงิน (Funding and Financing)

ส่องกระแสโลก-อาเซียน "นิวเคลียร์" คัมแบ็กครั้งใหญ่

Ms. Anna Jaison ได้ฉายภาพให้เห็นถึงบริบทโลกที่มีความสนใจในพลังงานนิวเคลียร์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยขณะนี้มี 38 ประเทศทั่วโลก เข้าร่วมข้อตกลงตั้งเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานนิวเคลียร์เป็น 3 เท่าภายในปี 2050 ขณะเดียวกันประเทศมหาอำนาจอย่างรัสเซียและอินเดียต่างประกาศแผนขยายโครงการนิวเคลียร์อย่างทะเยอทะยาน โดยอินเดียตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตจากปัจจุบันประมาณ 8.5 กิโลวัตต์ (GW) สู่ 100 กิโลวัตต์ (GW) ภายในปี 2048

สำหรับในภูมิภาคอาเซียน พลังงานนิวเคลียร์กำลังเกิดแรงขับเคลื่อนอย่างเข้มข้นในหลายประเทศ

  • เวียดนาม กำลังเร่งรัดการเตรียมความพร้อมสำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรก
  • สิงคโปร์ เตรียมเป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะผู้แทน IAEA Phase 1 Mission ในปีหน้า
  • อินโดนีเซีย กำลังพิจารณาทางเลือกหลากหลาย รวมถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบลอยน้ำ (Floating NPPs)
  • ฟิลิปปินส์ และ มาเลเซีย ได้กลับมาเริ่มต้นเตรียมความพร้อมโครงการนิวเคลียร์อีกครั้ง
  • เมียนมา อยู่ระหว่างดำเนินกิจกรรมในด้านนี้เช่นกัน

"จากพลวัตดังกล่าว ประเทศไทยสามารถก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญ (Key Role) ในกลุ่มประเทศอาเซียนได้ หากดำเนินโครงการบนพื้นฐานของการศึกษาที่รัดกุมและเข้มแข็ง"

จาก ‘Double Yes’ สู่กลไกขับเคลื่อนประเทศ

อย่างไรก็ตาม สำหรับเป้าหมายของการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นและการศึกษาความเป็นไปได้ ไม่ใช่เพียงเพื่อให้ได้คำตอบอนุมัติแบบ Double Yes เท่านั้น แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาเงื่อนไขที่จำเป็นในการจัดสรรและดึงประโยชน์สูงสุดจากโครงการนิวเคลียร์มาสู่ประเทศ 

"โครงการพลังงานนิวเคลียร์ให้อะไรที่มากกว่าแค่พลังงาน เพราะกระบวนการเตรียมการและการดำเนินงานสามารถเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนที่ทรงพลังในการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ การศึกษา อุตสาหกรรม เศรษฐกิจ และการบริหารจัดการภาครัฐ ซึ่งสามารถยกระดับการพัฒนาของทั้งประเทศได้" 

ทั้งนี้ ความสำเร็จในการดำเนินโครงการพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศไทย มีความสำคัญอย่างยิ่งไม่เพียงแต่ต่อตัวประเทศไทยเองเท่านั้น แต่ยังสำคัญต่อภูมิภาคและโลก ในฐานะส่วนหนึ่งของการร่วมเปลี่ยนผ่านพลังงานระดับโลก (Global Energy Transition)