“ศุภจี” จับมือ Shopee-Lazada-TikTok ลดค่าธรรมเนียมขายสินค้าออนไลน์กลับสู่อัตราเดิม ณ 1 ม.ค. 2569 นาน 6 เดือน คาดช่วย SME ลดต้นทุน 1,930 ล้านบาท พร้อมเดินหน้ารื้อกฎหมายเศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล วางกติกาค้าขายโปร่งใสและเป็นธรรม
KEY POINTS
- 3 แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ ได้แก่ Shopee, Lazada และ TikTok ร่วมมือลดค่าธรรมเนียมการขาย (GP) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME
- มาตรการดังกล่าวมีผลเป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2569 ถึง 31 พ.ค. 2570 โดยปรับลดค่าธรรมเนียมกลับไปใช้อัตราเดิมของเดือน ม.ค. 2569
- คาดว่ามาตรการนี้จะช่วยลดภาระต้นทุนค่าธรรมเนียมให้ผู้ประกอบการ SME ได้ตลอดระยะเวลา 6 เดือน รวมเป็นมูลค่า 1,930 ล้านบาท
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรายใหญ่ 3 ราย ได้แก่ Shopee (ช้อปปี้), TikTok (ติ๊กต็อก) และ Lazada (ลาซาด้า) ให้ความร่วมมือลดค่าธรรมเนียมการขายสินค้า (ค่า GP) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2569 ถึง 31 พ.ค. 2570 โดยปรับอัตราค่าธรรมเนียมกลับไปเท่ากับอัตราที่แพลตฟอร์มกำหนดไว้ ณ เดือน ม.ค. 2569 คาดว่าจะช่วยลดภาระค่าธรรมเนียมให้ผู้ประกอบการตลอด 6 เดือน รวม 1,930 ล้านบาท
มาตรการนี้เป็นการต่อเนื่องจากความร่วมมือภายหลังคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ขอความร่วมมือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไม่ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือน ส.ค. 2569 ถึง ก.พ. 2570 นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายความร่วมมือไปยังแพลตฟอร์มธุรกิจเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน (Ride-hailing) ซึ่งขณะนี้ได้ขอความร่วมมือไม่ให้ปรับขึ้นราคาเป็นเวลา 6 เดือน จนถึงเดือน ก.พ. 2570
มาตรการลดค่าธรรมเนียมเป็นเพียงแนวทางช่วยเหลือระยะสั้น ส่วนมาตรการระยะยาวได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ. หรือ ETDA) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พิจารณาร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยเศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งค้างมาตั้งแต่ปี 2568 โดยจะทบทวนเนื้อหาว่ายังเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่ และควรกำหนดมาตรการกำกับดูแลอย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งผู้ประกอบการ SME และประชาชน ภายใต้หลักความโปร่งใส เป็นธรรม และส่งเสริมการแข่งขัน
เมื่อร่างกฎหมายแล้วเสร็จ จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอน ทั้งการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งอาจใช้เวลานาน อย่างไรก็ตาม หาก ครม. เห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน ก็สามารถพิจารณาแนวทางออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ได้
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการขายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ SME โดยเฉพาะรายเล็กที่ปรับตัวไม่ทันทั้งด้านต้นทุนและการบริหารจัดการร้านค้า จึงจำเป็นต้องเร่งออกมาตรการช่วยเหลือเฉพาะหน้า ควบคู่กับการดำเนินมาตรการระยะยาว เนื่องจากในปีนี้มีการปรับขึ้นค่า GP มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง
ทั้งนี้ นางศุภจีได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในหารือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ทั้ง 3 ราย ได้แก่ Shopee, Lazada และ TikTok เพื่อหาแนวทางบรรเทาผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าธรรมเนียม โดยทั้ง 3 แพลตฟอร์มตอบรับที่จะปรับลดค่าธรรมเนียมภาคบังคับ (Mandatory Rate) กลับไปใช้อัตราเดิม ณ วันที่ 1 ม.ค. 2569 และคงอัตราดังกล่าวเป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2569 ถึง 31 พ.ค. 2570
สำหรับอัตราค่าธรรมเนียมภาคบังคับที่จะปรับลด ครอบคลุมสินค้าทุกหมวด ยกเว้นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โดย Shopee จะปรับลดค่าธรรมเนียมจากอัตราปัจจุบัน 8.03-19.26% กลับไปอยู่ที่ 8.03-13.91% ส่วน TikTok จะปรับลดจาก 13.38-21.94% เหลือ 11.24-17.66%
นายวัฒนศักดิ์ กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดภาระต้นทุนให้ผู้ประกอบการ SME ที่จำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะรายเล็กที่ต้องการเวลาในการปรับตัว ทั้งนี้ การลดค่าธรรมเนียมจะครอบคลุมเฉพาะค่าธรรมเนียมภาคบังคับตามเงื่อนไขที่ตกลงร่วมกัน โดยผู้ประกอบการทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่ค้าขายออนไลน์ต้องขึ้นทะเบียนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ผู้ประกอบการบุคคลธรรมดาที่มียอดขายไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี และนิติบุคคลที่มียอดขายไม่เกิน 3.5 ล้านบาทต่อปี สามารถเข้าร่วมมาตรการได้ตามเงื่อนไข โดยผู้ประกอบการบุคคลธรรมดาสามารถติดต่อขึ้นทะเบียนได้ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ส่วนผู้ประกอบการในกรุงเทพฯ สามารถติดต่อสำนักงานเขตได้ ขณะที่นิติบุคคลสามารถขึ้นทะเบียนผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด
ปัจจุบัน แพลตฟอร์มทั้ง 3 รายมีผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดา 1.02 ล้านราย และนิติบุคคล 1.8 แสนราย รวมประมาณ 1.2 ล้านราย
กรมการค้าภายในจะจัดทำรายละเอียดมาตรการและประสานงานกับทั้ง 3 แพลตฟอร์ม เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มดำเนินการวันที่ 1 ธ.ค. 2569 และสิ้นสุดวันที่ 31 พ.ค. 2570 พร้อมขอให้ผู้ประกอบการที่เข้าเกณฑ์เร่งขึ้นทะเบียนเพื่อรับสิทธิประโยชน์ตามมาตรการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าว ตัวแทนแพลตฟอร์มทั้ง 3 รายแสดงความพร้อมให้ความร่วมมือ โดย Shopee ระบุว่ายินดีร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากปีนี้มีทั้งปัญหาราคาน้ำมันและค่าครองชีพ ขณะที่ Lazada เห็นด้วยกับมาตรการ แต่ระบุว่าการกำหนดกติกากำกับดูแลในระยะต่อไปต้องเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ส่วน TikTok Shop ยืนยันพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการให้เติบโตไปด้วยกัน ทั้ง 3 แพลตฟอร์มยังยืนยันว่าจะไม่มีการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมอื่น ๆ หลังกลับไปใช้อัตราค่าธรรมเนียมเดิม ณ วันที่ 1 ม.ค. 2569 ตามมาตรการดังกล่าว





