เปิดมติ ครม.เหตุผล กฟน.-กฟภ. คุมเข้มมาตรฐาน Vendor โครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” ย้ำผ่านเกณฑ์ 70% ชูประกันความปลอดภัยและอัคคีภัยยาวนาน 7 ปี
กรณีมีการถกเถียงกันเรื่องคุณสมบัติของผู้ติดตั้งโซลาร์เซลล์ในโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบเมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมาว่ารายกลางและรายเล็กอาจไม่สามารถเข้าถึงโครงการที่จะเข้าเป็นผู้ให้บริการติดตั้ง (Vendor) ในโครงการนี้ได้
ทั้งนี้เมื่อพิจารณาจากมติ ครม.ดังกล่าวการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าฝ่ายภูมิภาค (กฟภ.) ได้มีการรายงาน ครม.ถึงเกณฑ์คัดเลือกผู้ให้บริการติดตั้ง (Vendor) ในโครงการโซลาร์ภาคประชาชน โดย กฟน.และกฟภ.โดยได้มีการกำหนดมาตรการคัดเลือกและกำกับดูแลมาตรฐานผู้ประกอบการติดตั้งอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยและคุ้มครองประโยชน์สูงสุดของประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ
คุมเข้มหลักเกณฑ์คัดเลือก Vendor เน้นปลอดภัย
ทั้งนี้การคัดเลือก Vendor กฟน. และ กฟภ. จะดำเนินการตรวจสอบเอกสารหลักฐานและประเมินคุณสมบัติของผู้ยื่นขอขึ้นทะเบียน โดยผู้ที่จะผ่านการคัดเลือกจะต้องได้รับคะแนนประเมินไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ซึ่งพิจารณาจาก 4 หัวข้อหลัก ได้แก่
- ทีมงานบริหารและวิศวกร
- ฐานะทางการเงิน
- ประสบการณ์ในรอบ 4 ปี
- ความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้ให้บริการติดตั้งที่ผ่านเกณฑ์ประมาณ 1,500 ราย โดยมีทีมงานติดตั้งรวมกว่า 15,000 ทีมทั่วประเทศ รองรับศักยภาพการติดตั้งได้สูงสุดถึง 150,000 หลังต่อเดือน
เข้มงวดมาตรฐานอุปกรณ์งานวิศวกรรม
นอกจากนั้นในด้านความปลอดภัยทางไฟฟ้า โครงการฯ กำหนดให้ผู้ให้บริการติดตั้งต้องใช้อุปกรณ์หลัก ได้แก่ แผงโซลาร์เซลล์และอินเวอร์เตอร์ (Inverter) ที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและสากล (มอก., IEC, ISO) และต้องขึ้นทะเบียนรับรองกับการไฟฟ้าเท่านั้น
นอกจากนี้ การออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟ้าต้องเป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย และมาตรฐานของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) รวมถึงข้อกำหนดของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย เพื่อป้องกันความเสี่ยงและสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
บังคับใช้สัญญามาตรฐาน ให้รับประกันยาวนาน 7 ปี
ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาการทิ้งงานและคุ้มครองผู้บริโภค Vendor ทุกรายต้องทำสัญญากับประชาชนโดยใช้รูปแบบสัญญามาตรฐานที่ กฟน. และ กฟภ. กำหนดขึ้นเท่านั้น พร้อมทั้งต้องวางหลักประกันสัญญา (Bank Guarantee) จำนวน 50,000 บาทต่องาน ในขั้นตอนติดตั้งและบริการหลังการขายเป็นเวลา 6 เดือน
นอกจากนี้ Vendor ยังมีข้อผูกพันตามสัญญาในการส่งมอบบริการหลังการขายและการคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ประชาชนยาวนานถึง 7 ปี โดยในส่วนนี้ต้องมีเงินประกัน 10,000 บาทประกอบด้วย
- การรับประกันงานติดตั้งระบบ เป็นระยะเวลา 7 ปี
- บริการบำรุงรักษาและล้างแผงโซลาร์เซลล์ ปีละ 1 ครั้ง เป็นระยะเวลา 7 ปี
- การจัดให้มีประกันอัคคีภัย คุ้มครองระบบและบ้านเรือน เป็นระยะเวลา 7 ปี
พร้อมกันนี้ โครงการฯ ยังได้กำหนดราคากลางสำหรับระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดมาตรฐาน 5 กิโลวัตต์ (kW) ไว้ที่ไม่เกิน 140,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งโครงการ





